ต่างมุมมองไม่ต่างใจ II
          ฝนโหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ผมรีบวิ่งสุดชีวิตเข้ามาในร้านกาแฟที่ผมมักมานั่งประจำเวลาฝนตก จริงๆผมมาเพราะหลบฝนเสียมากกว่า ร้านกาแฟแห่งนี้บังเอิญตั้งอยู่แถวทางกลับบ้านผมด้วยนี่สิ ผมผลักประตูเข้าไปเต็มแรงทำให้เสียงกระดิ่งที่ติดอยู่หน้าประตูเสียงดังเป็นพิเศษ สิ่งแรกที่ผมรู้สึกคือกลิ่นกาแฟหอมตลบอบอวลไปทั่วร้าน ลมเย็นจากแอร์ปะทะร่างกายจนผมหนาวสั่นไปหมด ตัวผมเปียกปอนตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมขยี้ศีรษะตัวเองเพื่อไล่น้ำที่เกาะอยู่สองสามทีแล้วเดินไปสั่งกาแฟ ผมชอบลาเต้ที่นี่ รสชาติมันหวานมันกลมกล่อมนุ่มลิ้นดี

          ผมถือแก้วกาแฟแล้วเดินเข้าไปนั่งตรงข้ามหญิงสาวคนหนึ่ง ผมเจอเธอที่นี่ทุกครั้งเลย เธอจัดว่าเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์และน่ามองคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เธอเงยหน้าขึ้นมามองผมและคลี่ยิ้มบางๆให้ ผมดำขลับดัดเป็นลอนดูอ่อนนุ่มราวกับเส้นไหมห้อมล้อมใบหน้ารูปไข่ ปากนิดจมูกหน่อยเมื่อมารวมอยู่บนใบหน้าของเธอแล้วช่างดึงดูดใจยิ่งนัก เธอดื่มชาเขียวร้อนเหมือนเดิมและอ่านหนังสือเล่มเดียวกันกับครั้งก่อนที่ผมเจอ ผมมักจะมองไปทางเธออยู่เสมอ บางครั้งผมเห็นเธอแอบปาดน้ำตาเบาๆให้กับตอนเศร้าของนิยาย บางครั้งเธอก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว การแสดงออกของเธอทำให้ผมยิ้มได้เสมอ

          ฝนเริ่มซาลงแล้ว ทว่าผมก็ยังนั่งอยู่ที่เดิม ผมมองออกไปข้างนอกกระจก เห็นหญิงชราคนหนึ่งถือของพะรุงพะรังเต็มไปหมด ทั้งถุงใส่อาหารสดทั้งยังต้องกางร่มกันละอองจากฝน ท่าทางดูทุลักทุเลไม่น้อย ผมจึงตัดสินใจวางงานในมือแล้วเดินลุยฝนออกจากร้านไปอาสาช่วยท่านถือของ พร้อมกับถือร่มกางบังให้ท่าน ท่านชวนผมคุยไปเรื่อยเปื่อยตามประสาคนสูงอายุ ผมเดินไปส่งท่านถึงรถแล้วช่วยจัดวางของให้เข้าที่ ท่านขับรถออกไปแล้วแต่ผมยังยืนอยู่ที่เดิม ท่านทำให้ผมนึกถึงคุณยายของผมที่เสียไปราวปีเศษ สายฝนที่ตกลงบนหน้าผากผมพอดีทำให้ผมดึงสติตัวเองกลับมาและเดินกลับเข้าร้านไป

          ผมกลับเข้ามานั่งดื่มกาแฟจนหมดแก้ว ประจวบเหมาะกับที่ฝนหยุดตกพอดี ผมค่อยๆเก็บของน้อยชิ้นของตัวเองเข้ากระเป๋า พลันสายตาแลไปเห็นรุุ้งกินน้ำพาดโค้งกว้างสุดขอบฟ้า ช่างงดงามเกินกว่าจะจินตนาการได้ ผมละสายตาออกมาแล้วมองไปที่เธอคนนั้น เธอยังคงก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสืออยู่ในโลกของเธอ ผมนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าควรทักเธอดีไหม แต่ผมกลับขี้ขลาด ผมจึงได้แต่ลุกเดินออกไปเงียบๆ เธอคงไม่รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาผมตั้งใจนั่งตรงข้ามเธอเสมอ ผมรู้แค่ว่าการได้นั่งใกล้เธอทำให้ผมรู้สึกสบายใจโดยที่ผมไม่ต้องพูดคุยกับเธอเลยด้วยซ้ำ แค่ได้มองเธอก็ทำให้ผมยิ้มได้แล้ว ยิ่งพักหลังมานี้เวลาผมอยู่ใกล้เธอ ผมรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเลย ผมท่าจะชอบเธอเข้าจริงๆแล้วแหละ ผมนึกได้ถึงตรงนี้ผมจึงตัดสินใจมองย้อนกลับไปหาเธอพร้อมกับที่เธอหันมาหาผมพอดี ผมไม่รู้ว่าใครยิ้มให้ใครก่อนและผมก็ไม่ได้สนใจด้วย ผมรู้แค่ว่าเราต่างคนต่างยิ้มให้กัน

          อีกไม่กี่วันก็จะผ่านพ้นฤดูฝนแล้ว ไม่รู้ว่าหมดฤดูฝนไปเธอยังจะไปร้านกาแฟนั่นอยู่ไหม หรือเธอแค่ไปหาที่หลบฝนเหมือนกับผมกันนะ.. ผมคงต้องแวะไปร้านนั้นบ่อยๆเสียแล้ว เพราะที่นั่นเป็นเพียงที่เดียวที่ผมมีความทรงจำเกี่ยวกับเธอ ผมยังจำรอยยิ้มของเธอวันนั้นได้อยู่เลย มันเหมือนดั่งดวงดาวที่ส่องแสงสุกสกาวในคืนเดือนมืดที่ฉายวนซ้ำๆอยู่ในจิตใจของผม
SHARE
Writer
nnepsyG
wanderer
It was nice while it lasted.

Comments