take (me) off : ลืมไปแล้วหรือยัง?
          ช่วงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมก็ใช้ชีวิตตามปกติ ออกไปหาอะไรกิน เดินเที่ยวแถวถนนคนเดิน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของคนต่างจังหวัด เพราะว่าการได้ออกไปเดินเที่ยวในสถานที่แบบนี้เราอาจจะได้พบเจอคนรู้จัก หรือใครซักคนที่เราไม่ได้เจอมานาน ก็ถือโอกาสถามไถสารทุกข์สุกดิบกันตามประสาคนในวัยใกล้จะเข้าเลขสามอย่างผม (เริ่มแก่แล้วหรอวะ?)

          ในความปกติของชีวิตมักจะนำพาบางสิ่งมาเสมอ และแน่นอนว่าความปกติเนี้ยแหละ ที่ทำให้เรา ละเลย กับ บางสิ่ง บางอย่าง หรือกระทั้ง บางคน... ในขณะที่ผมกำลังเดินทอดน่องอยู่บนถนน ผมก็ถูกจู่โจมจากชายแปลกหน้า (มั้ง?) มุ่งตรงเข้ามาหาผมแต่ไกล…

“ไงพี่!!” 

          ชายหนุ่มผู้ ไม่ คุ้นหน้าคุ้นตา ได้ทักทายผมราวกับว่าเรานั้นสนิทสนม ดุจพี่น้องที่ร่วมสาบานในสวนลูกท้อ รวมรบเคียงบ่าเคียงไหล่ในสมรภูมิอะไรก็ตามแต่ ประเด็นสำคัญที่เกิดในใจผมของเลยคือ “ไอ้นี้! ใครวะ?” แต่นั้นแหละ เพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม (หรือเสียหน้า...) ผมก็เลยตีเนียนว่าจำได้

          จากนั้นเขาก็เริ่มเล่าเรื่องต่าง ๆ ตอนสมัยที่ผมยังเป็นวัยรุ่นช่วงยี่สิบต้น ๆ จนรู้ว่าเขาคือ รุ่นน้องที่มหาลัย เขาเล่าเรื่องต่าง ๆ ตอนที่ผมยังอยู่มหาลัย วีรกรรมที่ครั้งหนึ่งผมเคยทำเอาไว้ และหลงลืมมันไปเกือบหมดเพราะหน้าที่การงานที่รัดตัวทำให้เราไม่มีเวลาไปใส่ใจรายละเอียดของชีวิตที่ผ่านมา หรือ “คนที่เคยผ่านเข้ามา”

          หลังจากที่ได้พูดคุยกัน ทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ว่า “มีกี่คนกันนะ? ที่เมื่อก่อนเราเคยสนิทเอามาก ๆ แต่ว่าตอนนี้ แทบจะไม่ได้ติดต่อ หรือ รับรู้เรื่องราวของเขา" แน่นอนว่า เทคโนโลยีสมัยนี้ตอบโจทย์ความต้องการของเราได้ ผมเริ่มสไลด์เฟสบุ๊ค ค้นหาคนที่ “ครั้งหนึ่งเคยมีภาพความทรงจำร่วมกัน หรือ ความสัมพันธ์พิเศษบางอย่าง”

“เพื่อนสนิทที่เคยตีดอทด้วยกัน... 
แฟนเก่าที่ไม่เคยติดต่อกันหลังจากเลิกรา... 

เพื่อนรุ่นน้องที่ตอนนี้กำลังจะแต่งงาน...

คนที่เคยคุยกันซึ่งตอนนี้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศ...

เพื่อนที่ทำงานที่เราไม่ได้คุยกันเลยหลังจากที่เราลาออกเมื่อปีกลาย...”


          มีหลายคนมาก ที่เราบังเอิญ “ตัดเขาออก” จากชีวิตไปโดยอัตโนมัติหรือด้วยความตั้งใจของเรา ชีวิตของเราก็เหมือน “นิยายหรือเรื่องราวตอนยาวอะไรซักเรื่อง” ซึ่งนั้นทำให้ผมนึกตอนที่ผมไปเที่ยว “เวียดนาม” ได้พบเพื่อนชาวต่างชาติมากมาย และความรู้สึกครั้งเมื่อไปผจญภัยยังต่างแดนครั้งแรกของผม ในการผจญภัยครั้งนี้ หลายสิ่งยังติดตรึงเป็นภาพความทรงจำ เป็นช่วงที่มีความสุขมาก ๆ ช่วงหนึ่งในชีวิตของผม แต่นั้นก็ยังคงเป็นแค่ ช่วงหนึ่งเท่านั้น..

“ภาพชีวิตบางช่วง ไม่วันได้กลับมาฉายซ้ำ...
Some Part of Life, It’s Never happened again…” 


          หลายคนที่เคยไปเที่ยวต่างประเทศ คงมีความรู้สึกใจหาย หลังจากที่รู้ว่าต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมที่เราหลบหลีกหนีมา เมื่อครั้งที่เครื่องบิน “take off” ออกจากสนามบิน ความรู้สึกที่อยากจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อสัมผัสกับความสุข หรือช่วงเวลาดี ๆ ที่เกิดขึ้น และบางครั้งการ take off ครั้งนั้น เราก็ไม่มีวันได้กลับไปอีก...
“unfriend”

          ระบบ “วันนี้เมื่อปีที่แล้ว” ของเฟสบุ๊ค ทำให้เรารู้ว่า ณ วันนี้... มีใครบ้างที่ยังอยู่กับเรา และมีใครบ้างที่ เขี่ย เราออกไปจากชีวิตของเขา การ “unfriend” คงเป็นเรื่องปกติ หากว่าเราไปทำอะไรบางอย่างให้เขา ไม่สบายใจ หรือ ไปสร้างความเดือดร้อนให้เขา มันคงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่การที่ครั้งหนึ่ง เราเคยเป็นเพื่อนกัน แต่วันนี้ ความสัมพันธ์ของเรากลับ “ไม่ได้เป็นเพื่อน” กันอีกแล้ว มันคงเกิดคำถามในใจว่า “ความสัมพันธ์ของเรา” มันไม่จำเป็นสำหรับเขาอีกต่อไปแล้วใช่หรือไม่?

          คงมีหลายเหตุผล หรือไม่ ก็อาจจะไม่มีเลย ที่เราหลุดออกจากการเป็น “ส่วนหนึ่งของชีวิต” ใครบางคน หรือ “ช่วงหนึ่ง” ของความทรงจำนั้น การก้าวต่อของชีวิตที่เราไม่ได้รับรู้... การที่เราเดินออกมาจากโลกของกันและกัน... การเปลี่ยนแปลงที่ไม่มีเราร่วมอยู่ด้วย นั้น ทำให้ผมนึกถึงคำพูดหนึ่งของตัวละคร ผู้ซึ่งไม่ได้เป็นมนุษย์ แต่มีอารมณ์ขันถึง 60%!...
“ทางเดียวที่มนุษย์จะไปข้างหน้า ต้องทิ้งบางสิ่งไว้ข้างหลัง
to move forward. we have to leave something behind.
- Interstellar (2014) -”

 
          การ take off ออกจากชีวิตของใครซักคน อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว การผจญภัยของเขา การลงไปสำรวจความสัมพันธ์ในครั้งนี้ ก็ทำให้ได้รู้ว่าเราอาจจะเป็น ตัวละครหลัก ในเรื่องของใครบางคน ตัวร้าย ของเรื่องราวบางเรื่องที่ถูกเล่าต่อ หรือ ตัวประกอบ ที่เข้าไปประกอบฉากให้เรื่องราวนั้นสมบูรณ์ แม้ว่าเราจะไม่ได้รับบทบาทที่สำคัญจนได้ไปต่อใน Season Finale แต่ก็เถอะนะ เราได้ทำตามบทบาทของเราโดยสมบูรณ์แล้ว

          มีคนเคยบอกว่า เมื่อยามที่เราอายุมากขึ้น เราจะตัดคนที่เรารู้สึกว่าไม่จำเป็น “ออกไปจากชีวิต” และเหลือไว้เพียงคนสำคัญที่สุดเท่านั้น ต้องขอบคุณรุ่นน้องที่เข้ามาทักผมในวันนั้น ที่ทำให้ต้องมาย้อนดูความทรงจำกับผู้คนมากมายที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต เหมือนการทบทวนงานเขียนของเรา ที่เราต้องคอยเช็คว่า เราเขียนเรื่องราวอะไรไปแล้วบ้าง และจะต้องเขียนยังไงต่อ เพื่อให้เรื่องราวนั้นออกมาสมบูรณ์แบบอย่างที่เราต้องการ

          บาง ตัวละคร เราก็รู้สึกผูกพันธ์และคิดถึงพวกเขา ถึงแม้เราจะบังเอิญตัดเขาเหล่านั้นออกไปซะแล้ว...

ถ้าอย่างนั้น ผมควรจะดึงพวกเขากลับมาดีไหมนะ... คำถาม คือ อย่างไรดี?
แล้ว “พวกคุณ” มี “ตัวละคร” ไหนที่เผลอ ตัดทิ้งออกไปแล้วบ้าง...



SHARE
Writer
iamrams
Introvert
การเขียน คือ การสำรวจความรู้สึก และ จารึกมัน

Comments

คงมีหลายเหตุผล หรือไม่ก็อาจจะไม่มีเลย ที่เราหลุดออกจากการเป็น “ส่วนหนึ่งของชีวิต” ใครบางคน ......... โดนค่ะ

Reply
iamrams
7 days ago
ขอบคุณครับผม 🙏
BeSomeone
7 days ago
โอ้ ชอบบบ
Reply
iamrams
7 days ago
ขอบคุณครับผม 🙏