บ้าน(หลอน)ตามสั่ง 2
หลินผลักประตูออกไปดูเป็นครั้งที่สอง ก็ไม่เจอใคร มีเพียงแค่เสียงลมที่พัดเข้ามา
จากความเงียบสงัดเท่านั้น ... 

" ถ้าแน่จริงก็ออกมาให้เห็นเป็นตัวเลยดิ  
จะได้ถ่ายติดแล้วไปลงโซเชียล "
ด้วยความที่โมโห บวกกับเด็กหนุ่มไม่เคยกลัวอะไรอยู่แล้ว 
จึงทำให้เขาพูดจาท้าทายอย่างนั้นออกไป 

ตึกตึกตึก ... (เสียงฝีเท้าวิ่งออกไป)

แพรยืนมองหน้ากันกับตั้ม ในระหว่างที่อู๊ดกำลังเข้าห้องน้ำอยู่ 
หลังจากทำธุระเสร็จ

" พี่อู๊ดออกไปตามไอหลินมันหน่อย มันเดินออกไปนอกบ้านแล้ว 
หนูไม่ถ่ายแล้ว มันเริ่มชักจะไม่ดีแล้ว!! "

หลังจากนั้นอู๊ดก็เดินไปตามหลินเข้ามาในบ้าน 
ไอหลินมึงไปยืนทำอะไรตรงบ่อน้ำหว่ะ?
(อู๊ดถามหลินที่ยังมีอารมณ์หงุดหงิด)

" เปล่าครับพี่ผมไม่ได้ทำอะไร ผมแค่อยากรู้ว่าทำไมมาได้แค่นี้เหรอ ?
ทำไมไม่ออกมาให้เห็นเป็นตัว !"
เด็กหนุ่มพูดด้วยความคะนองปาก ความที่ว่าเป็นวัยรุ่นเลือดร้อน ..

" พรุ่งนี้เราค่อยกลับมาที่นี้กันใหม่ก็ได้ วันนี้เรานอนกันก่อนเหอะ หนูกลััวพรุ่งนี้จะคุยงานไม่ได้ !" 
(แพรเธอเริ่มรู้สึกกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น)

หลังจากนั้นทั้งหมดก็เลือกที่จะนอนห้องเดียวกัน
โดยแพรจะนอนชิดติดกับผนังด้านซ้ายตามมาด้วยตั้มแฟนหนุ่ม และอู๊ดตามลำดับส่วนหลินนอนริมขวาสุด หลังจากคืนนั้นที่ทุกคนหลับไปก็ไม่มีใครเจอเหตุการณ์ผิดปกติอะไร ...จนเช้าของวันถัดมา
ทุกคนตื่นกันหมดยกเว้น หลินที่นอนไม่ได้สติ แพรทั้งปลุกทั้งเขย่าก็ไม่ยอมตื่น
จนพี่อู๊ดเดินมาปลุกด้วยตัวเอง ....
ไอ้หลินตื่นน ตื่นได้แล้ววว  ... !!!!เด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกลุกขึ้นมานั่ง สีหน้าดูหวาดกลัวอะไรบ้างอย่าง 
พรางกวาดสายตาไปรอบๆห้อง
" ไปพี่ไป! ..ผมไม่อยู่แล้ว ออกไปกันเถอะ
ไปอาบน้ำปั้มเอาก็ได้
ผมไม่อยากอยู่แล้ว !!!

ด้วยความที่ว่าเราอีกสามคน ไม่เจออะไรกันเลยเมื่อคืน
เลยคิดว่าน้องมันอาจจะแกล้งอำเล่่นเลยไม่ได้สนใจ 
หลังจากนั้น พวกเราก็เก็บของขึ้นรถเตรียมตัวเดินทางไปหาลูกค้าที่นัดไว้ 
ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ...
" เป็นไงบ้าง ..เมื่อคืนนอนกันได้ใช่ไหม ? "
เสียงเจ้าของบ้านถามขึ้นหลังจากที่พวกเรานำกุญแจบ้านมาคืนให้

" นอนกันปกติดีครับพี่แม็ก ..แต่เจ้าหลินนี่สิ
มันเป็นอะไรของมันตั้งแต่เช้าแล้ว 
นั่งก้มหน้าอยู่อย่างนั้นตลอดทางเลย
ผมเรียกให้ลงมามันก็ไม่ยอมลง "

" อ้าว ..ไม่สบายหรือเปล่า ? "

" ตัวน้องมันก็ไม่ได้ร้อนนะพี่ สงสัยคงจะเพลีย
จากการเดินทาง งั้นพวกเราขอตัวกันก่อนนะครับ
พอดีว่านัดคุยงานกับบูกค้าไว้ "
เราทั้งสามคนกล่าวลาพี่ที่เป็นเจ้าของบ้าน ก่อนที่จะขับรถ
มุ่งหน้าตรงไปหาลูกค้าที่นัดคุยงานกันไว้ ระหว่างทางที่กำลังขับรถ
แพรก็ถามขึ้นมาว่า .. 

" หลิน ..เมื่อคืนเป็นไรเหรอเจอดีเข้าแล้วดิ ?"
แพรถามเด็กหนุ่่มขึ้น พร้อมกับอีกสองคนก็
กำลัังรอฟังอยู่ แต่สีหน้าของเด็กหนุ่มเหมือนจะกลัวอะไรบางอย่างจริงๆ 
ซึ่งผิดจากนิสัยของเจ้าตัว ที่เป็นคนไม่เคยกลัวผีหรืออะไรทั้งสิ้น ..
" เฮ้ย ..ตกลงเมื่อคืนเจออะไรมา?"
แพรย้ำคำถามเดิมอีกครั้ง ก่อนที่เด็กหนุ่มจะยอมพูดออกมา 
ด้วยคำพูดที่ตะกุกตะกัก ..

เมื่อคืนระหว่างที่ผมนอนหันหน้าเข้าหากำแพง
กำลังจะเคลมหลับแต่อยู่ดีๆ ก็มีเสียงดนตรีไทยดังขึ้น "
เป็นเสียงปี่ชวาดังมาก่อน แล้วตามมาด้วยเสียงกลองแขก ฉิ่ง ฉาบ ตะโพน และเครื่องดนตรีอื่นๆ ดังเป็นจังหวะเร็ว...ในใจผมคิดว่าคงมีใครเปิดเพลงหรือเปล่า
แต่ด้วยระยะห่างจากบ้านอีกหลัง ..มันไม่น่าจะได้ยินเสียงใกล้ขนาดนี้ ผมกำลังจะหันกลับมาถามพวกพี่ๆ ว่าได้ยินเสียงเหมือนกันหรือเปล่า ระหว่างที่กำลังพลิกตัวหันมา สายตาขอผมก็ไปสะดุดเข้ากับเงาปริศนา ด้วยความที่ว่างัวเงีย
ผมก็เลยขยี้ตาพยายามจะมองให้ชัดขึ้น 
แต่สิ่งที่ผมเห็นมันไม่ใช่แค่เงานะพี่ ... !!
แต่คราวนี้มาเต็มตัวเล๊ย .. !!

ผมเห็นเป็นผู้หญิงยืนอยู่กลางห้อง จากนั้นเค้าก็เริ่มรำให้ผมดู ..แต่ลักษณะคือเหมือนคอเกือบขาดแก้มห้อยมาติดกับไหล่ มองหน้าผม แล้วค่อยๆเขยื้อนตัวมาหาผม .. แล้วรำให้ดูอีกครั้ง แขนขาลักษณะผิดรูปวาดไปทางด้านหลังขึ้นไปด้านบน นิ้วมือหงิกงอ !!!" ตอนนั้นผมพยายามข่มตาลง แล้วเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ "

ฝันแล้วละ ..หรือแกล้งอำเปล่าเนี้ย?
(แพรพูดขึ้น)

ไม่ใช่ฝันแน่นอนพี่ ผมเจอจริงๆ 
กลัวก็คือกลัวสิพี่ ผมไม่ได้แกล้ง !!!

ใจเย็นๆ ไอหลินพวกเราก็แค่เป็นห่วงเอ็ง "
(ตั้มตอบกลับไป)

หลังจากนั้นต่างคนก็ต่างเงียบไม่พูดอะไรต่อ พร้อมบรรยากาศรอบๆ ข้างที่ดูอึมครึม
ไม่มีแม้รถสักคันสวนมา ทั้งที่เป็นช่วงสายของวัน ระหว่างที่ขับรถกันมาได้สักพักใหญ่ๆ พวกเขาทั้งหมดก็มาถึงตึก ตึกหนึ่ง
ในจังหวัดสุราษฯ ที่นัดกับลูกค้าไว้

หลังจากคุยกับลูกค้าเสร็จ พวกเขากะว่าจะอยู่เที่ยวต่ออีก 2-3 วัน .. แต่อาการของหลินเปลี่ยนไปมากจากคนที่คุยเก่งกลายเป็นคนเหม่อลอยพูดจาตะกรุตะกรัดไม่เป็นภาษา พวกเขาจึง
ตัดสินใจ ตีรถกลับกรุงเทพฯทันที พอมาถึงปลายทาง ทั้งหมดก็แยกย้านกันกลับ แต่หลังจากนั้น 3 วัน ก็ไม่มีใครติดต่อหลินได้เลย ...

SHARE

Comments