Mark Zuckerber ชายผู้ที่เริ่มต้นจากความรักและศรัทธา
เรื่องราวชีวิตของ Mark Zuckerberg ผู้ก่อตั้ง Facebook ได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง The Social Network (2010) กำกับโดย David Fincher ซึ่งดัดแปลงมาจาก ผลงานหนังสือเรื่อง The Accidental Billionaires ของ Ben Mezrich นักเขียนชาวอเมริกัน
.
เป็นหนังสือที่ว่าด้วยเรื่องราวชีวิตของมหาเศรษฐีหนุ่มที่มีอายุน้อยที่สุดในโลก (ที่เขียนขึ้นโดยไม่ได้ขออนุญาตจากเจ้าตัว) เป็นที่ตอบรับจากแฟนหนังทั่วโลก และถูกยกให้เป็นภาพยนตร์แห่งปี โดยได้รับคะแนนนิยมมากถึง 97% จาก Rottentomatoes จนกระทั่งได้รับรางวัลออสการ์สาขาบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยมในปีเดียวกัน
.
เนื้อหาของภาพยนตร์เรื่องนี้ สามารถเล่าอย่างกระชับได้ว่า กล่าวคือ หนังได้บอกเล่าถึงความคิดริเริ่มในสร้าง Facebook ซึ่งกลายมาเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีผู้เข้าใช้ทั่วโลกมากถึงหลักพันล้านในเวลาต่อมา จากฝีมือของนักศึกษาชั้นที่ปี 2 คนหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นภายในหอพักนักศึกษาแห่งรั้ว Harvard University โดยเขาเริ่มพัฒนาจาก CourseMatch มาสู่ Face Mash กระทั่งถึง The Facebook หรือ Facebook ที่ใช้กันในปัจจุบัน 
.
นอกจากนี้หนังได้ยังบอกเล่าถึงเรื่องราวความรักระหว่าง Mark กับแฟนสาวของเขา รวมถึงการตีแผ่ความสัมพันธ์ของมนุษย์ในหลากหลายมิติ ซึ่งเผยให้เห็นเรื่องราวความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างเพื่อน อารมณ์โดยรวมของหนังตลอดทั้งเรื่องนั้น ฉายให้เห็นถึงจุดเริ่มต้นในการลงมือทำของ Mark นั้นมาจากสิ่ง ที่เขาชอบก่อนแล้ว แล้วจึงค่อยขยายไปสู่สิ่งอื่น และที่สำคัญมากที่สุด ก็คือ เมื่อเผชิญหน้ากับปัญหา เขาพร้อมที่จะปกป้องมันอย่างถึงที่สุด
.
Mark Zuckerberg เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ปี ค.ศ. 1984 ในเมือง White Plains รัฐนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา เขาเป็นบุตรชายคนเดียวในบรรดาพี่น้องทั้งหมดสี่คน พ่อของเขามีนามว่า Edward Zuckerberg ประกอบอาชีพเป็นทันตแพทย์ ส่วนแม่ของเขามีนามว่า Karen Zuckerberg ประกอบอาชีพเป็นจิตแพทย์ 
.
Mark จึงเติบโตขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความสำเร็จด้านวิชาการ และด้านอาชีพที่ค่อนข้างจะเข้มแข็ง ส่งผลให้ตอนเรียนช่วงมัธยมทำให้เขาได้รับรางวัลด้านวิชาการมากมาย อาทิ รางวัลด้านคณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ และวรรณกรรมคลาสสิก ฯลฯ ทั้งยังเป็นถึงกัปตันทีมฟันดาบประจำโรงเรียน ตลอดจนสามารถอ่าน และเขียนภาษาฝรั่งเศส ฮีบรู ละติน รวมถึงภาษากรีกโบราณได้อีกด้วย
.
Mark เริ่มสนใจการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยตัวเองในช่วงเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น และเรียนเพิ่มเติมกับ David Newman ผู้เป็นนักพัฒนาชอฟท์แวร์ขณะเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย โดยเขาเล่าในภายหลังถึงการค้นพบตัวเองในครั้งนั้น ว่า “ผมได้คอมพิวเตอร์เครื่องแรกเมื่อตอนเรียนอยู่เกรด 6 ทันทีที่ได้มาผมก็รู้สึกสนใจที่จะค้นหาว่าคอมพิวเตอร์ และโปรแกรมทำงานได้อย่างไร จากนั้น ผมศึกษาวิธีเขียนโปรแกรมภายในระบบในระดับซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ”
.
ต่อมา เขาได้เข้าเรียนที่ Harvard University ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์และจิตวิทยา ในช่วงนี้นี่เอง ที่เขาได้สร้างโปรแกรม Face Mash ขึ้นมา โดยการ Hack เข้าไปยังระบบธุรการของหอพักทั้งหมด 9 หอพัก เพื่อนำรูปเพื่อนไปโชว์ขึ้นในระบบ จากนั้นก็ให้ทุกคนโหวตกันว่าใครมีคนรู้จักมากกว่ากัน ส่งผลทำให้ในชั่วโมงแรกมีคนเล่นโปรแกรมนี้ถึง 450 คน และมีการเปิดรวมกันถึง 22,000 หน้า 
.
ซึ่ง Mark เคยทำกับการลงเลือก Course เรียนสำหรับโปรแกรม Course Match ลักษณะทำนองนี้มาแล้ว ผลปรากฏว่าเขาโดนทางมหาวิทยาลัยจับได้ ทำให้เขาต้องรับข้อกล่าวหาหลายกระทง ตั้งแต่ละเมิดลิขสิทธิ์ ทำลายความปลอดภัย กระทั่งถึงการละเมิดความเป็นส่วนตัว แรกทีเดียวนั้นเขาถูกลงโทษด้วยการไล่ออกแต่ Mark ก็ต่อสู้ด้วยการชี้แจงว่ามหาวิทยาลัยต้องขอบคุณเขา ที่ทำให้เห็นช่องโหว่ของระบบรักษาความปลอดภัย ซึ่งต่อมาภายหลังข้อกล่าวหาดังกล่าวก็ได้ถูกยกเลิกไป
.
ด้วยความที่มองเห็นว่าแพลตฟอร์มลักษณะนี้ได้รับความสนใจ เขาและเพื่อนอีก 4 คน ประกอบด้วย Dustin Moskovitz, Eduardo Saverin, Andrew McCollum และ Chris Hughes ร่วมกันก่อตั้งบริษัท The Facebook ขึ้นมาเพื่อสร้างเครือข่ายทางสังคมออนไลน์ขึ้นในรั้ว Harvard ก่อนจะขยับขยายฐานผู้ใช้ไปยังมหาวิทยาลัยอื่น อาทิ Yale University, Columbia University และ Stanford University เป็นต้น โดยที่ Mark เองได้กล่าวถึงการกำเนิด Facebook ในภายหลัง ว่า “ผมเขียนโปรแกรม Facebook จากห้องพักในหอพัก และเปิดตัวจากที่นั่น ผมเช่าเซิร์ฟเวอร์ในราคา 85 ดอลลาร์ต่อเดือน และหาทุนโดยการลงโฆษณาเสริมไปด้วย นับแต่นั้นมา ผมก็หาทุนด้วยการลงโฆษณา”
.
ในขณะที่ Dustin Moskovitz หนึ่งในทีมผู้ก่อตั้งยังจดจำเหตุการณ์สำคัญนั้นได้ ซึ่งเขาได้เล่า ว่า “เมื่อ Mark เขียนเว็บไซต์เสร็จ เขาก็เล่าให้เพื่อนสองคนฟัง หนึ่งในนั้นแนะนำให้ประชาสัมพันธ์ผ่าน E-mail ของนักศึกษาที่พักอยู่ในหอเคิร์กแลนด์เอ้าส์ซึ่งมีอยู่ 300 คน ตอนเช้ามืด พวกเรากำลังเฝ้ามองกระบวนการลงทะเบียนอย่างกระตือรือร้น ภายในเวลาแค่ 24 ชั่วโมง มีผู้ลงทะเบียน ราว ๆ 1,200 ถึง 1,500 คน” นอกจากนี้ Mark Zuckerberg ยังกล่าวถึงเป้าหมายของการเปิดบริษัทของเขา ว่า “เป้าหมายของผมไม่ใช่แค่การสร้างบริษัท หลายคนเข้าใจผิดว่าผมไม่สนเรื่องรายได้ หรือกำไรอะไรจำพวกนั้น แต่สำหรับผมคำว่าไม่ได้เป็นแค่เพียงบริษัทหนึ่งไม่ได้หมายความอย่างนั้น ที่จริงมันหมายถึงการสร้างบางสิ่งที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในโลกต่างหาก”
.
ในปี ค.ศ. 2015 นิตยาสาร บิสเนสอินไซเดอร์ ได้ประมาณการว่า Mark มีทรัพย์สินส่วนตัวมากถึง 46,000 ล้านดอลลาร์ และนับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2010 นิตยาสาร Time ได้ประกาศให้เขาเป็นหนึ่งใน 100 บุคคลผู้มั่งคั่งและทรงอิทธิพลมากที่สุดในโลก
.
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 Mark ได้แต่งงานกับ Priscilla Chan หลังจากที่ทั้งสองคบหาดูใจกันมานานถึง 9 ปี และมีลูกสาวที่น่ารักด้วยกัน 2 คน คือ Maxima Chan Zuckerberg และ August Chan Zuckerberg เขาและภรรยาได้บริจาคหุ้นจำนวน 99% ของหุ้นที่พวกเขาถืออยู่ใน Facebook ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 45,000 ล้านดอลลาร์ ให้แก่โครงการ Chan Zuckerberg Initiative (CZI) ซึ่งทำงานด้านพัฒนาการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์เพื่อการรักษาโรคที่ยังรักษาไม่ได้ในปัจจุบัน และแก้ปัญหาเรื่องการศึกษาด้วยเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มโอกาสให้คนยากไร้เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ
.
ทุกวันนี้ Mark และ Facebook ยังคงยึดมั่นในพันกิจที่เคยให้ไว้ต่อหน้าสาธารณะว่า จะทำ “ให้ผู้คนได้ร่วมกันสร้างชุมชน และทำให้โลกใกล้กันยิ่งขึ้นกว่าเดิม” (Give people the power to build community and bring the world closer together.) 
.
ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่า ถึงแม้ว่า Mark จะเกิดในครอบครัวที่ให้ความสำคัญด้านวิชาการและความสำเร็จในอาชีพเพียงใดก็ตาม หากเขาไม่สร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง ก็คงไม่มีทางประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ได้มากมายขนาดนี้ หากเขาไม่ตั้งต้นความคิดจากสิ่งที่รักก่อน แล้วจึงขยับขยายขอบเขตความสนใจไปสู่สิ่งอื่น 
.
และสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่า หากเขาไม่ปกป้องมันในวันนั้น พวกเราก็คงไม่มี Facebook ให้ใช้ติดต่อกับคนอื่นทั่วโลกเหมือนทุกวันนี้ อย่างแน่นอน....


หมายเหตุ: มือใหม่หัดเขียน ผิดพลาดประการใด โปรดช่วยชี้แนะ ผมด้วยนะครับ!

อ้างอิง
- หนังสือ โลกเป็นของคนที่เห็นโลกก่อนใคร (Top 10 visionaries that changed the world) แปลโดย คุณพลกิตต์ เบศรภิญโญวงศ์ 



SHARE
Writer
ChavisPhewngerN
Teacher
นัก (เรียน) เล่าเรื่อง ผู้พยายามสร้างเรื่องราว ผ่านเรื่องเล่า ที่เขาเล่าเอง

Comments