ไอ้ที่ว่ายากมากมายก็ไม่เท่าไรเมื่อได้ใช้เวลากับมัน
ผมเริ่มเล่น sekiro : shadows die twiceในวันที่แผ่นนี้วางจำหน่ายวันแรก 

จะให้รีวิวว่าเกมนี้สมควรเล่นหรือไม่ ถ้ามีใครถามผม ผมคงเชียร์ให้เขาไปหามาเล่นแน่นอนแหละ แม้ยอมรับว่าในชั่วโมงแรกที่เล่นจะรู้สึกว่าชิบหายแล้ว มีแววได้ขายแผ่นทิ้งแน่นอน 

ผมเกลียดเกมแบบนี้เข้าเอามากๆ ไอ้พวกเกมที่ตัวเอกบอบบางเสียเหลือเกิน ในขณะที่ศัตรูแข็งแกร่งเสียปานนั้น ผมเป็นมนุษย์ผู้ซึ่งชินกับเกมที่ตัวเอกเก่งกาจ สามารถกวาดศัตรูพร้อมกัน 5-6 ตัวได้ในการโจมตีแค่ไม่กี่ครั้ง แต่กับเกมนี้มันไม่ใช่แบบนั้น

มันยากแหละ ยอมรับอย่างที่หลายสำนักบอกว่าเกมนี้มันยากจริงๆ แต่มันเป็นความยากในระดับที่มนุษย์ธรรมดาแขนขาครบคนอื่นก็เล่นผ่านให้เราเห็นในวันสองวันหลังจากเกมวางจำหน่าย และไอ้การที่มีคนบอกว่ามันยากมากๆ นี่เองก็เป็นหนึ่งในเหตุผลหลักให้เรา ผู้ซึ่งทึกทักเอาเองว่าตัวเองก็เป็นเกมเมอร์เหมือนกันไม่อยากยอมแพ้ต่อความยากนี้ ส่วนอีกเหตุผล คงเป็นเรื่องของการมีซับไตเติ้ลภาษาไทยทั้งเกม

“มึงยากใช่มั้ย ได้ เดี๋ยวกูจะเล่นจบให้ดู (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าใครจะดู) เดี๋ยวกูจะจบแบบสมบูรณ์แบบ 100% ให้ได้ด้วย” ผมลั่นวาจากับตัวเองไว้แบบนี้
.
.
.
.
ผ่านไปเกือบสองสัปดาห์ ผมก็เคลียเกมนี้รอบแรกได้สำเร็จ แต่ยัง นั่นมันไม่ใช่การจบที่แท้จริง เกมยังมีขั้นตอนเพื่อไปสู่การจบอีกสามแบบ และความลับอีกมากมายให้เราค้นหา ไม่นานหลังจากนั้น ผมจึงเริ่มเล่นใหม่ในรอบที่ 2 เกมดำเนินไปแบบเดิม เพิ่มเติมคือศัตรูที่จู่โจมเรารุนแรงขึ้นหากเราพลาดพลั้ง

“หากลังเลก็จะพ่ายแพ้”

เจ้าของฉายา นักดาบเทวดา อาชินะ อิชชิน ศัตรูตัวสุดท้ายของเกมพูดประโยคนี้เสมอๆในทุกครั้งที่เราบังเอิญเพลี้ยงพล้ำพ้ายแพ้ให้แก่เขา และกว่าเราจะเอาชนะได้ เราถูกบอกเล่าด้วยประโยคนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนจำขึ้นใจ จนทำเอาผมยึดถือประโยคนี้เป็นสรณะ ไม่ลังเลที่จะจู่โจม ไม่ลังเลที่จะถอย และได้ชัยชนะหอมหวานเป็นรางวัลหลังจัดการศัตรูสำเร็จ

ผมเล่นเกมรอบที่ 2 จบไปโดยใช้เวลาน้อยกว่ารอบแรกเกือบเท่าตัว จนมาถึงรอบที่สาม ผมก็ผ่านมันไปได้ด้วยความรู้สึกไม่มีตื่นเต้นอะไรอีกแล้ว

หลังจบการเล่นรอบที่สาม ในขณะที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในท้ายเกมของการเล่นรอบที่ 4 ผมเหลือเลเวลสกิลที่ต้องเก็บอีกราวๆ 3 แต้ม เท่านั้น ผมก็สามารถเอามันไปอัพสกิลสุดท้าย และนั่นหมายความว่าผมกำลังจะปลดล๊อกทุกอย่างในเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบ ผมกำลังจะเล่นจบ 100% ในอีกไม่นานต่อจากนี้

อีก 3 แต้ม ถ้วย platinum กำลังจะถูกบรรจุลงไปในโปรไฟล์ Play station ของผมเพื่อเป็นหลักฐานแสดงการยืนยันในการเป็นผู้เชี่ยวชาญเกมนี้ และเป็นความภูมิใจในการเล่นเกมนี้อย่างทะลุปุโปร่ง ถ้วย platinum มันจะถูกประดับไว้อย่างนั้น และมันจะแสดงผลไปชั่วลูกชั่วหลานจนกว่าโลกจะถึงการล่มสลาย ตามสถิติที่โชว์ มีมนุษย์โลกที่เล่นเกมนี้บนเครื่อง PS4 แล้วได้รางวัลนี้อยู่ราวๆ 5%

ดังนั้นถ้าสำเร็จ ผมจะกลายเป็นมนุษย์เพียง 5% บนโลกที่เล่น Sekiro จบอย่างสมบูรณ์แบบ

แต่กระนั้นผมก็จบรอบที่ 4 ไปโดยไม่ได้ทำให้มันสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ
อีกสามแต้ม!! อีกแค่สามแต้มเท่านั้นสำหรับการจบอย่างสมบูรณ์แบบ!!

หลังจากจบรอบที่สี่ หน้าจอขึ้นข้อความว่าคุณจะเริ่มเล่มเกมรอบที่ 5 เลยหรือไม่

แน่นอนว่ามันอีกไม่นานหรอก เดี๋ยวผมก็จะจบสิ้นกับเกมนี้แล้ว หลังจากเริ่มเกมใหม่ เราขาดอีกแค่สามแต้ม รีบวิ่งไปฆ่าบอสให้ได้อีกซัก 6 ตัวก็คงได้ครบพอดี แต่การกดเริ่มเกมในครั้งนี้ให้ความรู้สึกต่างจากรอบที่ผ่านมา...

ผมนั่งจ้องหน้าจอแสดงข้อความนี้นานจนผิดวิสัย ในใจเกิดความว่างเปล่าอย่างประหลาด โดยไม่ทราบสาเหตุ มันโหวงๆ เหมือนมีรอยโหว่ และมีคำถามลอยเข้ามาในหัวว่านี่เรากำลังทำอะไรอยู่ เราจะวิ่งวนซ้ำไปซ้ำมาแบบนี้อีกกี่รอบกัน เราจะต้องตาย เกิดใหม่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอีกแค่ไหนกว่าจะบรรลุในสิ่งที่ต้องการ คล้ายว่าร่างกายลึกๆมันไม่อยากทำอะไรแบบนี้แล้ว

“น่าเบื่อชิบหาย” อยู่ๆผมก็รู้สึกแบบนี้ 

สัจธรรมอย่างหนึ่งในเกม Sekiro คือไม่ว่าเราจะเล่นใหม่ซักกี่รอบ รูปแบบการเล่นและศัตรู เนื้อเรื่องที่เจอก็ยังเป็นแบบเดิมเสมอ

แผนที่แบบเดิม ศัตรูตัวเดิม จะมีเพิ่มเติมในการเล่นใหม่แต่ละครั้งก็แค่การโจมตีของศัตรูตัวนั้นจะทวีคุณความแรงขึ้นมาบ้าง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา การเล่นสามรอบที่ผ่านมาทำให้เราจับจังหวะของมันได้หมดแล้ว หากฟันดาบมาในท่านี้จะต่อด้วยท่านี้ หากโจมตีสองทีศัตรูจะถอยไปตั้งหลัก หากเราวิ่งหนีศัตรูจะเปลี่ยนลักษณะในการโจมตีเป็นแบบนี้แทน เรื่องราวเหล่านี้เป็นเรื่องตายตัว ไม่มีเปลี่ยน 

ศัตรูตัวแรกที่เราเคยติดพันกับมันเป็นชั่วโมงๆในการพบกันครั้งแรก กลายเป็นสองสามนาทีในการเจอกันรอบที่ 4 เวลารวมในการเล่นต่อหนึ่งเกมหดสั้นลงจากหน่วยวันเป็นหน่วยชั่วโมง

Sekiro ทำให้ผมนึกถึงเกมเก่าๆอย่าง Bloodborne เกมที่เคยได้รับฉายาว่าเป็นเกมที่เล่นยากที่สุดเกมหนึ่งจากค่ายเดียวกันกับเกม Sekiro ก็ยังมีคนเคลียเกมนี้ได้โดยไม่โดนดาเมจ และเหนือไปกว่านั้น บางคนยังโชว์ความสามารถที่เหนือกว่าผู้เล่นทั่วไปด้วยการปิดตาเล่น หรือใช้เท้าในการควบคุมจอยเกมแทนมือ

กับอะไรที่ชอบมากๆ เมื่อเสพมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ทำเอาเราเอียนได้ง่ายๆ ชีวิตในเกม Sekiro ในแต่ละรอบคงคล้ายกับงานรูทีนที่เราจะรู้สึกสนุกกับมันในช่วงแรกๆที่ได้สัมผัส หลังจากนั้นเป็นเรานี่แหละที่ต้องหยอดความท้าทายเล็กๆลงไปบ้าง หาทางลัดบางอย่างเพื่อให้ถึงจุดหมายได้ไว และได้รางวัลกลับมาเป็นความภูมิใจหลังการทำงาน

บอสแต่ละตัวมีความสามารถและเทคนิคแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่กระนั้นเมื่อเราคลุกคลีอยู่กับมันมากๆเข้า จนเราเข้าใจรูปแบบการทำงานของมัน และประยุกต์เอาเครื่องมือ ทักษะตามที่เราสั่งสมมาให้เข้ากับสถานการณ์ เมื่อนั้นเราก็เอาชนะศัตรูตรงหน้าที่ว่ายากเหลือเกินได้โดยง่าย ตลกดี บางศัตรูเก่งแทบตายกลับพ่ายแพ้ให้กับอุปกรณ์ง่ายๆอย่างเศษฝุ่น หรือกับบางตัว ร่างกายใหญ่มหึมาแต่สามารถล่อให้ตกเหวตายได้ในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที

ผมมองไปข้างๆเครื่อง Ps4 ยังมีแผ่นเกมอีกมากมายนอนนิ่งรออยู่ตรงนั้น 

ภาพในจอทีวียังคงเป็นคำถามเดิม “จะเล่นรอบต่อไปเลยมั้ย” 

ไม่รู้เหมือนกันแฮะ....มันคงไม่มีความจำเป็นใดๆที่ต้องเล่นเกมนี้อีกต่อไปแล้ว แต่กระนั้นผมก็ยังกดปุ่มเริ่มเล่นใหม่ในรอบที่ 5 ทิ้งเอาไว้ก่อนปิดมันไปและเอาเกมใหม่ใส่ในเครื่องแทนบ้าง 

และหวังว่าในวันหนึ่งวันใด ถ้านึกถึงเกมนี้ขึ้นมาอีกที อาจรู้สึกอยากเก็บห้าแต้มที่เหลือมากขึ้นกว่านี้ก็ได้...
SHARE
Writer
khaikung
storylog reader
เป็นคนธรรมดาที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว ยินดีที่ได้รู้จักครับ IG : khaikung_journey , Ask.fm : @khaikung

Comments

MAYOMWAN
3 months ago
สวัสดีครับ .. ผมเห็นพี่มาหัวใจให้ผมตลอดเลยขอบคุณมากนะครับ .. ดีใจจังที่มีคนอ่าน 😊
Reply
khaikung
3 months ago
ขอบคุณที่คอยเขียนเสมอมาด้วยนะครับ :)
Cloverleaf
3 months ago
เคยติดเกมอย่างหนักมา 4 ปีค่ะ เล่นเกมนั้นอย่างเดียว มันก็ยากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ใช้วิธีการเดิม แค่ต้องพยายามมากกว่าเดิมให้ผ่าน Level ไปได้ เป็น live game online จนเป็นที่ 1 จนสุดท้ายก็อยากเลิกเพราะซ้ำซาก จำเจ เสียเวลา ... นั่นเพราะเราไม่รักสิ่งที่ทำอีกต่อไปแล้ว
ถ้าเรายังรัก ต่อให้ซ้ำๆ แค่ไหน เราก็ไปต่อ...
Reply
nongkenlilthief
3 months ago
ชอบมากครับ ผมเป็นหนึ่งในคนที่ชอบ เกมตระกูล souls มากๆ 5555’
Reply