Elon Musk ชายผู้หมกมุ่นและครุ่นคิด
ผมคิดว่าคุณผู้อ่านหลายท่านคงจำกันได้ดี ถึงบุคลิกภาพอันโดดเด่นของตัวละครเอก ในภาพยนตร์เรื่อง Iron Man (2014) หนึ่งในซูเปอร์ฮีโร่ของ Marvel Comics ผู้มีนามว่า Tony Stark อัจฉริยะผู้มีหัวคิดสุดล้ำ นักวิทยาศาสตร์สมองใส วิศวกรมือฉมัง และนักธุรกิจหนุ่มผู้มั่งคั่ง ซึ่งรับบทโดย Robert Downey, Jr. (ที่ได้อำลาและบอกลากันไปในภาพยนตร์เรื่อง Avengers Endgame ด้วยค่าตัวที่สูงลิบ!) 
.
เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ ที่ผมชื่นชอบมากที่สุดเรื่องหนึ่ง จนอดที่จะสอดส่ายสายตามองหาบุคคลในโลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้ว่า มีผู้ใดหรือไม่ ที่พอจะมีบุคลิกเทียบเคียงกับพระเอกในหนังเรื่องนี้ได้ และไม่นานมานี้เอง ผมก็พบว่า Elon Musk มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัทด้านเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Tesla, SpaceX และ Boring Company คือบุคคลคนนั้น
.
Elon Musk หรือชื่อเต็มคือ Elon Reeve Musk เกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1971 ที่กรุง Pretoria ประเทศแอฟริกาใต้ เป็นลูกชายคนโตในบรรดาพี่น้องสามคน พ่อมีเชื้อสายอังกฤษและเชื้อสายผู้อพยพที่พูดภาษาเยอรมัน ส่วนแม่เป็นชาวแคนนาดา ซึ่งต่อมาในปี ค.ศ. 1980 พ่อกับแม่ของเขาได้ตัดสินใจหย่าร้างกัน และหลังจากนั้นเขาก็ใช้ชีวิตอยู่กับพ่อเป็นส่วนใหญ่ 
.
ในสมัยที่ยังเป็นเด็ก Musk ชอบคลุกตัวหมกมุ่นอยู่กับตำราทั้งวันทั้งคืน เขาชอบอ่านหนังสือนิยายวิทยาศาสตร์ ตลอดจนหนังสือสารคดีแนวต่าง ๆ โดยที่ May Musk น้องสาวของเขา เล่าว่า “เขาชอบจดจ่ออยู่กับความครุ่นคิด แล้วคุณจะเห็นว่าเขาอยู่ในอีกโลกหนึ่ง ปัจจุบันก็ยังคงเป็นแบบนั้น ทุกวันนี้ ฉันปล่อยให้เขาอยู่ตามลำพัง เพราะฉันรู้ว่าเขากำลังออกแบบจรวดลำใหม่ หรือสิ่งประดิษฐ์อื่น ๆ”
.
Musk มีคอมพิวเตอร์เครื่องแรกตอนอายุ 9 ขวบ เขาใช้เวลาเพียงสามวันเท่านั้น ในการศึกษาคู่มือ How to Program Guide จนทะลุปรุโปร่ง เมื่ออายุได้ 12 ปี เขาก็ได้พัฒนาวิดีโอเกมด้วยภาษาเบสิก* ที่มีชื่อว่า BLASTAR และขายมันให้กับนิตยสาร PC and Office Technology ด้วยสนนราคา 500 ดอลลาร์ (ปัจจุบันมีมูลค่าประมาณ 1,200 ดอลลาร์!?) 
.
หลังจากนั้น ในวัยเพียง 17 ปี เขาได้ก็ตัดสินใจย้ายออกจากแอฟริกาใต้ ไปอยู่ที่แคนาดา จนกระทั่งได้รับสิทธิเป็นพลเมืองของที่นั่น เนื่องจากมีสัญชาติทางฝ่ายแม่ และได้เข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยที่ Queen’s University at Kingston และ University of Pennsylvania ในช่วงสองให้หลัง ซึ่งระหว่างนี้เอง เขาก็ได้ฉายแววหัวคิดของการเป็นผู้ประกอบการ โดยเขาได้ร่วมลงทุนกับเพื่อคนหนึ่ง เช่าห้องพักเพื่อเปิดไนต์คลับสำหรับการพบปะสังสรรค์กันของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย จนกระทั่งทำให้เขามีฐานะอู้ฟู่ตั้งแต่ที่ยังเรียนไม่จบ
.
หลังจากนั้นสองปี เขาก็ได้เรียนจบการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านฟิสิกส์และเศรษฐศาสตร์ในเวลาเดียวกัน ด้วยความที่เป็นคนหมกมุ่นครุ่นคิดในสิ่งที่ตนเองชอบอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หลังจบปริญญาโทได้ไม่นาน เขาก็ได้ตัดสินใจหันหลังให้กับการเรียนต่อปริญญาเอกสาขาฟิสิกส์ที่ Stanford University ด้วยในวัยเพียง 24 ปี หลังจากที่เข้าเรียนได้เพียงแค่สองวันเท่านั้น เพื่อออกมาทำตามความฝันด้วยการร่วมลงทุนกับน้องชายเปิดบริษัทพัฒนาด้านซอฟต์แวร์ที่มีชื่อว่า Zip2 โดยได้รับเงินลงทุนก้อนแรกจากผู้เป็นพ่อ จำนวน 28,000 ดอลลาร์ ต่อมา เขาทั้งสองช่วยกันทำงานหนัก หรือแทบจะกล่าวได้ว่า ทำงานตลอดเวลาเลยก็ว่าได้ เขากับน้องชายกินนอนหลับในออฟฟิศ และอาบน้ำใน YMCA** สาขาใกล้บ้าน ติดต่อกันนานหลายวัน
.
จนในที่สุด ชื่อเสียงของบริษัทก็กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยที่ Musk เองได้กล่าวในภายหลังว่า “คุณต้องใช้เวลาทำงานสัปดาห์ละ 80 ถึง 100 ชั่วโมง ทุกสัปดาห์ จะช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จ ถ้าคนอื่นใช้เวลาทำงานแค่ 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ในขณะที่คุณใช้เวลา 100 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ในการทำงาน แม้ว่าจะทำสิ่งเดียวกัน แต่คุณก็รู้ดีว่า คุณสามารถทำงานที่ใช้เวลานานหลายปี ให้สำเร็จได้ในเวลาแค่ 4 ปีได้”
.
ในปี ค.ศ. 1999 บริษัท Compag ก็ได้ทำการเข้าซื้อกิจการ Zip2 ของเขา หลังจากที่ก่อตั้งได้เพียงสี่ปี ทำให้สองพี่น้องตระกูล Musk กลายเป็นมหาเศรษฐีในชั่วข้ามคืน Elon Musk สามารถทำเงินจากข้อตกลงนี้เป็นถึง 22 ล้านดอลลาร์ ทำให้เขาสามารถนำกำไรส่วนหนึ่ง ไปลงทุนต่อในกิจการที่ชื่อว่า x.com ซึ่งเป็นบริษัทธนาคารออนไลน์ และบริการจ่ายเงินทางอีเมล และในกิจการ อื่น ๆ อีกมากมาย (ผมจะขอพูดถึงแค่บางอันเท่านั้น)
.
หนึ่งในนั้นคือ SpaceX เป็นบริษัทผลิตจรวดเพื่อสำรวจอวกาศ ซึ่ง Musk เองได้ตั้งเป้าหมายอันแน่วแน่เอาไว้ว่า จะต้องสร้างจรวดที่ใช้งานง่าย เราคาไม่สูงมาก และสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีก เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ซึ่งทำให้ลดต้นทุนการผลิตลงได้อย่างมหาศาล (หลักคิดนี้ของเขา เรียกอีกอย่างว่า First Principle คือ วิธีการคิดถึงต้นทุนการผลิตเป็นหลัก แล้วใช้องค์ความรู้ตนเองที่มีสร้างสิ่งนั้นขึ้นมาเอง โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อจากที่อื่นในราคาแพง ๆ) เพื่อสานความฝันให้มนุษย์สามารถไปตั้งอาณานิคมบนดาวอังคารได้จริง ตามที่ Musk ได้วาดฝันเอาไว้
.
จรวดลำแรกที่บริษัทของเขาพัฒนาขึ้นนั้น มีชื่อว่า Falcon 1 ซึ่งตั้งชื่อตามภาพยนตร์เรื่อง Star Wars โดยใช้ลำตัวจรวดสองท่อน สำหรับการส่งเข้าสู่วงโคจร (Two-stage-to-orbit) และมีเครื่องยนต์สองชุด คือ หนึ่ง-เมอร์ลิน และ สอง-เคสเทรล จรวดนั้นถูกส่งออกจากฐานห้าครั้ง และจบลงด้วยการนำดาวเทียม RazakSAT ของมาเลเซียขึ้นสู่วงโคจรในภารกิจครั้งสุดท้าย ก่อนจะถูกยกเลิกไป แล้วหันมาใช้จรวดรุ่นใหม่ ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า
.
ทว่าเส้นทางที่ยิ่งใหญ่ กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หรือเรียบหรูอย่างที่คาดคิดเอาไว้ Elon Musk เต้องเจอกับปัญหาต่าง ๆ อย่างมากมาย เพราะในช่วงกลางปี ค.ศ. 2015 นั้น จรวดของ SpaceX ซึ่งได้รับภารกิจ ให้ส่งเสบียงขึ้นสู่สถานีอวกาศนานาชาติ ได้เกิดการระเบิดขึ้นหลังจากถูกปล่อยได้เพียง 2 นาทีเท่านั้น ซึ่งผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่า สาเหตุหลัก ๆ เป็นเพราะการชำรุดของเหล็กค้ำยัน (Steel Strut) ที่คอยรับน้ำหนักของท่อฮีเลียมเอาไว้
.
และหากว่ากันตามทฤษฎีแล้ว โครงสร้างนี้ถูกออกแบบมาให้รับน้ำหนักได้ถึง 10,000 ปอนด์ แต่ในทางปฏิบัติจริงนั้น กลับรับน้ำหนักได้เพียงแค่ 2,000 ปอนด์ ซึ่งคิดเป็นเพียงแค่ 20% ของทฤษฎีเท่านั้น จึงทำให้ถังที่บรรจุฮีเลียมเกิดการระเบิด 
.
แต่ในเวลาต่อมา ทางทีมวิศวกรของบริษัท ก็ได้ทำการแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น และส่งผลทำให้ภารกิจถัดมาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยที่ Musk ได้กล่าวถึงความล้มเหลวครั้งนี้ ในภายหลังว่า “ความล้มเหลวเป็นทางเลือกหนึ่ง ถ้าไม่เคยล้มเหลว แสดงว่าคุณยังไม่แหวกแนวพอ”
.
ด้วยความที่ Musk ร่ำเรียนมาทางด้านฟิสิกส์ จึงทำให้เขาเป็นคนยึดถือในหลักเหตุผล (Rationalist) มากเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้เองกระมัง ที่ทำให้เขาเชื่อว่าศาสนากับวิทยาศาสตร์ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ และเมื่อมีการพูดถึงประเด็นเกี่ยวกับการพัฒนาทางด้านปัญญาประดิษฐ์*** หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า AI เขากลับแสดงท่าทีไม่ค่อยสบายใจนัก
.
เนื่องจาก Musk มองว่า “AI เป็นสิ่งที่อันตรายต่อความมั่นคงของมนุษย์” ตรงกับมุมมองของ Steve Hawking ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์ทฤษฎีแห่ง University of Cambridge ที่เคยออกมาเตือนภัยว่า “AI คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลกพบจุดจบ” ซึ่ง Bill Gate เจ้าพ่อแห่ง Microsoft เองก็มีมุมมองทำนองนี้เช่นกัน จะมีก็แต่ Mark Zuckerberg แห่งบริษัท Facebook เท่านั้นที่มองว่า AI เป็นสิ่งจะทำให้โลกเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมหาศาลในอนาคต และมองว่า Musk เป็นพวกชอบมองโลกในแง่ร้ายมากเกินไป
.
นอกจากความสนใจ เรื่องระบบออนไลน์ (บริษัท x.com) เรื่องพลังงาน และการขนส่ง (บริษัท Tesla และ Boring Company) และเรื่องการสำรวจอวกาศ (บริษัท SpaceX) แล้วยังมีประเด็นที่ Musk หมกมุ่นครุ่นคิด และให้ความสนใจมาโดยตลอด นี่นก็คือ การส่งคนไปตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร โดยเขาเชื่อว่า ด้วยเทคโนโลยีของโลกที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว อาจคาดการได้ว่าราว ๆ ปี ค.ศ. 2035 ที่จะถึงนี้ มนุษย์จะสามารถตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคารได้สำเร็จ โดยประมาณว่าจะมีผู้อาศัยอยู่มากกว่า 1 ล้านคน 
.
Musk เคยถูกจัดอันดับให้เป็นมหาเศรษฐีลำดับที่ 54 ของโลก โดยการจัดอันดับของนิตยสาร Forbs ด้วยทรัพย์สินราว 20 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และทุกวันนี้ยังหมกมุ่นครุ่นคิดเพื่อที่สร้างสรรค์เทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้กับโลกอยู่เสมอ
.
เออ...ผมเกือบลืมไปเลยครับ ช่วงที่มีข่าวทีมนักฟุตบอลเยาวชน “13 หมูป่า” ติดภายในถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ยาวนานถึง 18 วัน Elon Musk ได้ทวีตผ่าน @elonmusk ความว่า “ทีมวิศวกรของ SpaceX และ Boring จะเดินทางถึงเมืองไทยในวันที่ 7 ก.ค. 2018 เพื่อเข้าไปช่วยเหลือรัฐบาลไทย ในการนำทีมฟุตบอลเยาวชน หมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำหลวง” ซึ่งในวันดังกล่าวนั้น เขาก็ได้นำอุปกรณ์ช่วยเหลือ “เรือดำน้ำจิ๋ว” มาส่งมอบให้กับรัฐบาลไทยด้วยตัวเอง โดยทางสำนักข่าวออนไลน์ไทยรัฐฉบับวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 ได้พาดหัวข่าว ว่า “ส่งเองถึงมือ! อีลอน มัสก์ เผยภาพถ้ำหลวง ยานดำน้ำจิ๋ว ‘หมูป่า’ มาแล้ว” 
.
เหตุการณ์ครั้งประวัติศาสตร์นี้ ได้สร้างเสียงฮือฮาแก่ประชาชนคนไทยเป็นอย่างมาก เป็นการแสดงออกถึงพลังแห่งศักยภาพ ของชายผู้มีนามว่า Elon Musk ซูเปอร์ฮีโร่ Iron Man แห่งโลกความจริง ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาประชาคมโลกอีกครั้ง แม้ว่าภายหลังจะมีกระแสข่าวว่าทางการไทย ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ของเขาเข้าไปช่วยเหลือทีม “13 หมูป่า” ออกมาจากถ้ำก็ตาม
.
ถึงตรงนี้แล้ว คุณผู้อ่านเห็นเหมือนกันกับผมไหมครับว่า ความหมกมุ่นครุ่นคิดอยู่กับความเชื่อ และความฝันของตัวเองนั้นมีคุณค่ามากแค่ไหน ผมเชื่อว่า หากเรามีเป้าหมาย เราจะสามารถมองเห็นยอดเขาความสำเร็จ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้ารอการพิชิต หากเป็นเช่นนั้น จงหล่อเลี้ยงภาพความฝันนั้นเอาไว้ครับ แล้วมองหาหนทางที่ถูกต้อง บริหารและจัดการต้นทุนชีวิตที่มี ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด หมกมุ่นอยู่กับเส้นทางที่ว่านั้นให้เต็มที่ เหมือนอย่าง Elon Musk  

หากตั้งใจทำแล้ว ความสำเร็จไหนเลย จะหลุดรอดมือเราไปได้ จริงไหมครับ!...


*ภาษาเบสิก หรือ BASIC ย่อมาจาก Beginner’s All-purpose Symbolic Instruction Code เป็นภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ในรูปแบบคำสั่งคล้ายภาษาพูด ซึ่งเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นหัดเขียนโปรแกรม (ตัวอย่างเช่น หากผมใช้คำสั่ง Print แล้วพิมพ์คำว่า “เรื่องผมเล่า” ในเครื่องหมายคำพูด เครื่องจะทำการประมวลผล พร้อมแสดงข้อความคำว่า เรื่องผมเล่า ออกมาทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นต้น) 
.
ภาษานี้ ถูกคิดค้นเมื่อปี ค.ศ. 1963 โดย Thomas E. Kurtz นักคณิตศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวอังกฤษ และ John G. Kemeny นักคณิตศาสตร์ชาวฮังการี และถูกพัฒนาปรับปรุงต่อ ให้ทันสมัยโดยบริษัท Microsoft โดยที่ Bill Gate เอง ก็ได้เขียนไว้ในหนังสือเรื่อง The Road Ahead ของเขาว่า ภาษาเบสิก “…เป็นภาษาการทำโปรแกรมที่เรียนได้ง่ายสมชื่อ ซึ่งเราใช้พัฒนาโปรมแกรมให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น เขาค้นคิดวิธีทำให้คอมพิวเตอร์เล่มเกมนับร้อยเกมได้รวดเร็วขึ้น เราป้อนคำสั่งเข้าไปเพื่อทดสอบวิธีการเล่นในลักษณะต่าง ๆ เราต้องการค้นหาว่า กลยุทธ์อย่างไรช่วยให้ชนะเกมได้มากที่สุด และเสียงชัก-กะ-ชัก ชัก-กะ-ชัก ก็เป็นเสียงที่คอมพิวเตอร์ตอบเราทุกครั้ง…” (น.7)
.      
** YMCA ย่อมาจาก The Young Men’s Christian Association เป็นองค์กรเอกชนที่คอยช่วยเหลือสังคมในด้านต่าง ๆ อาทิ การศึกษา กีฬา ภาษา หรือการจัดกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการบริการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม โดยจะมุ่งเน้นพัฒนาเยาวชน เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก เป็นต้น องค์กรนี้ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1844 โดย George Williams พร้อมกับคริสเตียนชาวอังกฤษอีกสิบคน ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ยกระดับจิตวิญญาณของคนหนุ่มที่อยู่ในธุรกิจ ด้วยการสร้างห้องเรียนไบเบิล สร้างครอบครัว และการพบปะทางสังคม สร้างสังคมที่ดีขึ้นร่วมกันหรือทำหน้าที่ทางจิตวิญญาณอื่น ๆ” ซึ่งในปัจจุบัน YMCA มีมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก โดยในประเทศไทยเอง มีอยู่ 2 แห่ง ด้วยกัน คือ YMCA กรุงเทพฯ และ YMCA เชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม ค.ศ. 2013 
.  
***ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) หรือ AI เป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้อัลกอริธึม (ชุดคำสั่งเฉพาะทางที่มีกระบวนการทำงานที่มีขั้นตอนแน่ชัด) ซึ่งมีโครงสร้างซับซ้อน เพื่อทำให้เครื่องจักรกลมีสามารถคิด และตัดสินใจได้เทียบเท่า หรือ มีความสามารถมากกว่ามนุษย์

หมายเหตุ: มือใหม่หัดเขียน ผิดพลาดประการใด โปรดช่วยชี้แนะ ผมด้วยนะครับ!

อ้างอิง
- หนังสือ โลกเป็นของคนที่เห็นโลกก่อนใคร (Top 10 visionaries that changed the world) แปลโดย คุณพลกิตต์ เบศรภิญโญวงศ์
- https://www.tesla.com/elon-musk
- https://www.theverge.com/elon-musk
- https://www.biography.com/business-figure/elon-musk
- https://www.forbes.com/profile/elon-musk/#6ef3b937999b





SHARE
Writer
ChavisPhewngerN
Teacher
นัก (เรียน) เล่าเรื่อง ผู้พยายามสร้างเรื่องราว ผ่านเรื่องเล่า ที่เขาเล่าเอง

Comments

Chanati
6 months ago
ชอบที่เขียนแล้วมีคำอธิบายตอนท้าย ดูใส่ใจคนอ่านดีค่ะ เราก็ชื่นชอบอีลอนมากๆเหมือนกันค่ะ
Reply
ChavisPhewngerN
6 months ago
ขอบคุณนะครับบบ!.