broken 101
ย้อนเวลากลับไปเมื่อตอนที่ฉันอายุ 16
เป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างสาหัสอยู่นะ
ฉันค้นพบว่าตัวเองเป็นคนที่อารมณ์อ่อนไหว
ไม่สามารถรับมือกับความผิดหวังได้เลย

ใช่ ฉันผิดหวังกับความรัก 
ถ้าพูดจากมุมมองในตอนนี้คือมันตลก
มันเป็นเพียงแค่ความรักของเด็กวัยรุ่น
แต่ฉันก็จำความรู้สึกปวดร้าวในตอนนั้นได้ดี

ฉันเก็บตัวเงียบ ร้องไห้ รับไม่ได้กับความผิดหวัง
เพราะตั้งแต่จำความได้ ฉันซื่อสัตย์กับความรักเสมอ
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่ความรักในวัย 16
ด้วยความไม่เดียงสา คิดว่าเมื่อซื่อสัตย์แล้ว
ควรจะได้รับความซื่อสัตย์กลับมา ตลกสิ้นดี

ฉันเริ่มไม่กิน และไม่นอน เอาแต่อยู่กับความเงียบ
และใบมีดโกนหนึ่งอัน ฉันคิดอยู่ครู่หนึ่ง ว่าฉันกำลังจะทำอะไร ฉันรู้แค่ว่าตอนนั้นฉันรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในอก และอยากจะเบี่ยงเบนความเจ็บปวดจากหัวใจ ย้ายมาที่ร่างกาย ก็เท่านั้น ไม่ได้คิดอยากจะฆ่าตัวตายเลยด้วยซ้ำ

วินาทีที่ใบมีดกรีดลงไปบนข้อมือ ฉันแทบไม่รู้สึกเจ็บ ไม่รู้สึกอะไร นอกจากรู้สึกเจ็บในใจ ฉันกรีดซ้ำลงไปไม่ต่ำกว่า 10 รอย และนั่นไม่ใช่ครั้งเดียวที่ฉันทำร้ายตัวเอง

บริเวณหลังมือมักจะมีรอยช้ำจากการชกกำแพง
หรือไม่ก็กระจกบานเกล็ดหน้าต่าง  สุดท้ายฉันลงเอยด้วยการไปพบจิตแพทย์ ฉันจำไม่ได้ว่าหมอจ่ายยาอะไร หรือวินิจฉัยว่าฉันเป็นอะไร จำได้แค่เพียงว่ายาที่เขาให้มา ทำให้ฉันสงบ และนอนหลับได้อย่างคนปกติ

หลังจากผ่านช่วงเวลาแย่ ๆ นั้นมาได้ ฉันใช้ชีวิตแบบคนปกติ มีสังคม มีเพื่อน หลายคนบอกว่าฉันน่ะ ตลกนะ ชอบทำให้คนอื่นหัวเราะ อยู่ด้วยแล้วมีความสุข ฉันใช้ชีวิตช่วงนั้นไปกับการอยู่กับเพื่อน เล่นเกมออนไลน์ และไม่เคยนึกถึงการมีความรักอีกเลย มีคุยกับคนนั้นคนนี้บ้างประปราย แต่ไม่เคยได้คบใคร จนกระทั่งอายุ 21

เป็นช่วงเวลาที่ฉันรู้สึกว่า เราก็อยู่คนเดียวมานานแล้วนะ อายุขึ้นเลข 2 แล้ว ฉันคิดว่าฉัน handle มันได้น่า อยากลองมีความรักอีกซักครั้ง แล้วฉันก็ได้มีความรักจริงๆ

ตอนเริ่มคบกัน ฉันรู้สึกว่าฉันควรบอกเขา เก่ี่ยวกับรอยแผลเป็นที่ข้อมือ ฉันไม่อยากให้เขาคิดไปเอง ว่าฉันเป็นอะไร หนักสุดคือกลัวว่าเขาจะคิดว่าฉันเป็นพวกโรคจิต ซึ่งก็ไม่ผิดหรอกนะถ้าเขาจะคิด

ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองมีปม ด่างพล้อย มีรอยเว้าแหว่ง รู้สึกไม่สมบูรณ์ ฉันรวบรวมความกล้าบอกไป ว่าเคยเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตฉัน เขาเองก็ชะงักไปเหมือนกัน แต่สุดท้ายเขาเข้าใจ และเราก็ได้คบกัน 

เราใช้เวลาร่วมกัน อย่างที่ฉันไม่เคยใช้กับใคร
เรามีความสุขอยู่ด้วยกันจนเข้าปีที่ 3 ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา ฉันจินตนาการไม่ออกด้วยซ้ำ ว่าเราจะเลิกกันได้อย่างไร ในเมื่อไม่มีเรื่องให้ทะเลาะกัน เราเข้ากันได้ดี เขาเป็นคนที่ทำให้ฉันอยากเป็นคนที่ดีขึ้นในทุก ๆ วัน 

แต่แล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่เป็นบททดสอบของชีวิต ว่าฉันจะรับมือกับมันได้ อย่างที่เคยมั่นใจในตอนแรกมั้ย 

ฉันรับรู้ได้ถึงความเฉยชาที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจเขา ฉันตัดสินใจถามไปตรงๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับความรักของเรา เขานิ่ง และไม่ตอบ จนฉันทนไม่ไหว ร้องไห้ออกมา ขอร้องให้เขาพูดออกมา ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

เราไม่ได้รักเธอแล้วอะ เราว่าเราไม่รู้สึกอะไรแล้ว เราเหนื่อย อยากอยู่คนเดียวเป็นวินาทีเดียวกับที่ฉันรู้สึกว่า เหมือนโลกได้ถล่มลงมา ทุกสิ่งหยุดนิ่ง ราวกับว่าโลกได้หยุดหมุน 
ความเจ็บปวดที่เคยหายไปจากฉันหลายปี แต่ ณ วินาทีนั้นมันชัดเจนยิ่งกว่าอะไร 

ตั้งแต่เมื่อไหร่อะ แล้วทำไมถึงไม่ยอมพูด

ฉันกลั้นใจถามออกไป และคำตอบที่ได้ยิน มันหนักหนาสาหัสยิ่งกว่าโลกถล่ม หรือโลกพังทลายเสียอีก มันเหมือนกับว่าฉันถูกถีบลงไปในหุบเหว เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ก็ครึ่งปีได้แล้ว ไม่กล้าบอกเพราะว่าสงสารเธอไง
ความรู้สึกต่างๆถาโถมเข้ามา ทั้งความรู้สึกที่ว่า ทำไม ฉันทำอะไรผิด ผสมปนเปกับความรู้สึกสมเพชตัวเอง ฉันไม่ต้องการให้ใครรักฉัน หรืออยู่กับฉันเพราะสงสาร ไม่เลย ไม่เคยต้องการ

ถึงความรักที่ฉันมีให้เขา มันจะมากมายอยู่เต็มหัวใจ แต่ฉันก็ตัดสินใจรวบรวมความเข้มแข็งที่มีอยู่น้อยนิด เดินออกมาจากชีวิตเขา เก็บข้าวของ แล้วกลับบ้านต่างจังหวัด ฉันร้องไห้อย่างเอาเป็นเอาตายอยู่สองสามวันเต็มๆ 

เหมือนโชคชะตาเล่นตลก คำนี้ก็คงไม่เกินจริงนัก
เมื่อฉันต้องได้มารับรู้อีกว่า เขามีคนอื่นไปแล้ว
ทั้งที่ฉันไม่เคยอยากรับรู้อะไรเกี่ยวกับเขาแม้แต่น้อย

ฉันฉุกคิดขึ้นมาว่า ตกลงแล้ว รอบนี้เรารับมือได้ดีขึ้นหรือเปล่า ตัวเองตอนนี้ในวัย 24 ต่างอะไรจากตอนอายุ16ตอนนั้นมั้ย

ใช่แหละ ฉันเข้มแข็งขึ้นเป็นกอง ฉันปล่อยให้ตัวเองร้องไห้อยู่ไม่กี่วัน ไม่มีซักวินาทีที่อยากทำร้ายตัวเอง ถึงแม้บางครั้งจะรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าก็เถอะนะ 

ฉันรู้สึกว่าฉันยังโชคดี ในวันที่ฉันร่วงหล่น ยังมีเพื่อน มีครอบครัวที่คอยรองรับ กำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่ทำให้ฉันผ่านช่วงเวลานั้นมาได้

ฉันมักจะพยายามทำตัวตลกกลบเกลื่อน ถึงแม้ว่าในใจจะยังเจ็บปวดอยู่ 

i can turn my sadness into a joke, so don’t worry about me

ฉันคงจะไม่ลืมเขา แต่ฉันจะจดจำเขาในแบบที่ไม่เจ็บปวด ฉันสูญเสียเขาไป แต่ฉันได้ตัวเองกลับคืนมา 

ฉันไม่ได้ปิดกั้น ไม่ได้ปิดหัวใจ ฉันแค่หยุดพัก หยุดอยู่กับตัวเอง รักตัวเองให้มากพอ ก่อนที่จะไปรักใครอีก

ฉันไม่ได้ต้องการคนที่ดีพร้อม ฉันเพียงแค่ต้องการคนที่รักในความไม่สมบูรณ์ของฉัน ซื่อสัตย์กับฉัน ยอมรับความเว้าแหว่งในตัวฉัน ก็เท่านั้น

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเราจะแตกสลายกี่พันครั้ง
เจ็บปวดเจียนตายอีกกี่พันครั้ง 
ถ้าเรารักตัวเองได้มากพอ เราจะผ่านมันไป

เชื่อฉันนะ




SHARE

Comments

AmericanoNoSugar
2 months ago
เวลาจะช่วยเยียวยา แม้ไม่สลาย แต่จะอยู่เป็นเงาจาง (แค่คิดถึง แต่ย้อนกลับไปไม่ได้อยู่ดี) : ก้าวต่อไปค่ะ

Reply
malibusadness
2 months ago
เริ่มดีขึ้นแล้วค่ะ คิดถึงน้อยลงทุกวัน ขอบคุณนะคะ
ihD710
2 months ago
💪✌
Reply
purinnun
2 months ago
อ่านเรื่องราวแล้วเหมือนอ่านเรื่องของตัวเองตอนนี้ ทั้งความรู้สึกที่แตกสลาย และความคิด อย่างน้อยก็ดีใจที่รับมือกับความเศร้าได้ดีขึ้น เราว่าคุณเก่งมากๆแล้ว อย่างน้อยเราคิดที่จะหายมันก็ยังถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี เราก็ยังรอคนที่รับกับความไม่สมบูรณ์แบบของเราได้เหมือนกัน และเราจะผ่านมันไปด้วยกันนะคะ :) 
Reply
butterlee
2 months ago
เราก็กำลังตกอยู่ในสถานการณ์ความเจ็บปวดจากความรักเหมือนกัน ยินดีกับคุณด้วยนะคะที่ก้าวข้ามผ่านมันมาได้ เข้มแข็งและยอมรับความจริง ต่างจากเราที่ยังดึงตัวเองไม่ขึ้นเลย มันมีปมใหญ่ๆ ในใจที่ทำให้เราเว้าแหว่ง หวังว่าสักวันปมในใจจะถูกคลี่คลายให้หายไป

Reply
Match
1 month ago
เป็นประโยคเดียวกันกับที่เราเจอ
และเราก็ถามกลับเหมือนที่คุณถามเลย
แต่เราไม่ได้คำตอบอะไรกลับมา
Reply