God bless you 🌷
‘ผมฝังความรักไว้ในดิน มันไม่ได้ตาย แต่ผมปลูกมันให้คุณ’


หรือเพราะเธอเกลียดแสงไฟจัดจ้าเกินกว่าจะอยู่ตรงนั้นได้
หรือเพราะกาแฟแก้วสีขาวสะอาดในมือของเธอมันขมเกินไป
หรือเพราะในคาเฟ่ที่ควรจะเงียบสงัดมันถูกขัดด้วยเสียงของเด็กมัธยมปลาย เสียงถกเถียงเรื่องชนวนเหตุของสงครามโลกครั้งที่หนึ่งอื้ออึงจนคนฟังแทบหูชา 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่เธอก็เลือกที่จะเดินออกมา จิบกาแฟจนน้ำสีเข้มเลอะมุมปาก ในขณะที่ผมพ่นควันบุหรี่ฟุ้ง เหม่อมองความรักครั้งเก่าที่ไม่ได้เจอกันนานจากตรงนี้

ความรักครั้งเก่า , ความรักครั้งโปรดเสียด้วย 

ที่เป็นความรักครั้งโปรด เพราะมันไม่เคยมีรักครั้งใหม่เกิดขึ้นเสียมากกว่า และเพราะแม้แต่เข็มนาฬิกาที่หมุนวนเป็นพันรอบ ก็ยังไม่สามารถเดินทับเรื่องราวให้มันจางลงได้เลย


ยังชอบนอนคว่ำและทำแอร์พอดหายไปในปลอกหมอนอยู่อีกไหม ยังร้องไห้เพราะทะเลาะกับแม่อีกหรือเปล่า ทำไมกินกาแฟได้แล้วในเมื่อเคยบอกว่าขมเกินจะทนไหว หรือเชื่อกันแล้วใช่ไหมว่าบางครั้งชีวิตแม่งขมกว่ากาแฟ ขมกว่าเหล้า ขมกว่ายาขมขนานไหน ที่ตอนนั้นเธอหัวเราะให้ประโยค “ไม่มีอะไรขมไปกว่าน้ำตา” ยังคิดว่ามันไร้สาระอยู่อีกหรือเปล่า

จะอย่างไรก็ตาม ยืนมองจากตรงนี้
คำว่า โตขึ้นเยอะเลยนะ ดูอธิบายตัวเธอได้ดีที่สุดแล้ว

“ฮัดเช่ย!” ฝนกำลังจะตก และจมูกที่รู้ดีของผมก็ทำให้จามออกมาเหมือนกับว่ากรมอุตุแต่งตั้งให้เป็นนักทำนายฝน

พอรู้ว่าการแอบมองล้มเหลวเพราะคนถูกมองน่าจะได้ยินเสียงจาม กว่าจะรีบดับบุหรี่และออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด คุณความรักคนโปรดของผมก็เดินมาอยู่ตรงหน้าเสียแล้ว

“Bless you”
“อ่าว”

มองเธอมาจะชั่วโมงนึงแล้วแต่ก็แกล้งอ่าวไปอย่างนั้น เพราะไม่รู้จะตอบประโยคภาษาอังกฤษนั่นว่าอะไร จามไปครึ่งนาทีแล้ว ยังเดินมาบอกให้พระเจ้าคุ้มครองอีก

เพราะยังเหมือนเดิมทุกครั้ง ที่ผมจาม และเธอคอยบอกให้พระเจ้าคุ้มครองผมหน่อย

เพราะประโยคที่เคยมากมายล้นหัวใจ มันออกมาแค่คำสั้นๆ เพราะความคิดถึงที่มันทำให้ลุกขึ้นมาร้องไห้ตอนเช้ามืด มันบอกออกไปไม่ได้ทันทีที่เจอหน้ากัน

“บุหรี่” เธอท้วง ผมเลยมองไปที่แก้วในมือ

“กาแฟ”

“พอกัน”

ใครจะไปรู้ว่าเลิกคุยกันแล้วจะไม่มีใครเหมือนเดิมเลย คนที่เกลียดกลิ่นบุหรี่อย่างผมก็สูบจนแทบจะหายใจออกเป็นควัน ส่วนคนที่เคยถูกแกล้งให้กินกาแฟก็นั่นไง อเมริกาโน่แก้วใหญ่

ใครจะไปรู้ ว่าเคยรักกันแค่ไหน

วันนี้กลับทำได้แค่มองกลับไปแล้วได้แต่เสียดาย ใครจะรู้

“ทำไมมาแถวนี้”

“รับถ่ายรูปไง เขาจ้างมาตรงนี้”

“อ๋อ”

ไม่มีคำว่าสบายดีไหมแบบในหนัง ไม่มีไดอะล็อกที่ทำให้คิดถึงวันวานจนอดกอดกันไม่ได้ ไม่มีน้ำตาคลอและสบตากันเนิ่นนาน หากเพราะน้ำตากำลังทำหน้าที่ของ ในหัวใจ

“สูงขึ้นนี่”

“เสริมส้น ตาบอดหรอ”

เพราะกำลังร้องไห้ในใจ เพราะกำลังบอกคิดถึงในใจ

“ฝนกำลังจะตก”

“รู้แล้ว”

“ได้ไง”

“เธอจาม”

เพราะทำได้เท่านี้ เพราะรักที่เคยถูกปล่อยทิ้งให้แห้งตายไม่สามารถกลับมาผลิบานได้ใหม่

“อีกแก้วไหม คุยกันก่อน”

“เลี้ยง?”

“เลี้ยง”

ผมขอแค่ชั่วขณะที่ฝนตก แค่ได้รู้ว่าเธอคนเก่งของผมโตขึ้นขนาดไหนแล้ว ผมขอแค่นั้น เพราะผมรู้ดี ไม่มีฝนไหนตกตลอดไป เดี๋ยวมันก็หยุด และใครบางคนที่ผ่านเข้ามาก็ต้องจากไป

“ถ้าเลี้ยงก็เอาดิ”

ถึงแม้จะภาวนาให้ฝนไม่หยุดตกอีกเลยจนเสียงอธิษฐานดังก้องหัวใจซ้ำไปซ้ำมาก็ตาม 



“พีคมาก สรุปเธอได้ไปตามรอยคอลมีบายยัวเนมคนเดียวเลย”

“เธอก็ได้ซื้อกล้องฟิล์มตัวนั้นจริงๆเหมือนกันนั่นแหละ พีคกว่า”

“ใครจะพีคเท่าเธอ มีแฟนใหม่สี่คน”

“เธอพีคกว่าไหม ปิดเฟสหายไปเลย”

อยากจะบอกออกไปเลย ว่ามีสิ่งที่พีคกว่านั้น

“.......”

คือผม

“แล้วไม่มีแฟนใหม่บ้างเหรอ”
ยังรักเธออยู่เลย ไม่เคยเลิกรักได้เลย 


“ไม่อะ รอเธอเลิกกับคนนี้ก่อน”

“เลวเหมือนเดิมเลยนะ” 

บางครั้งมันก็เหมือนจะจางไป จะลืมได้ จะไม่รักอีก แต่สุดท้ายก็ยังคอยเฝ้าภาวนาให้เธอมีความสุข ให้เธอแข็งแรง และเฝ้าหวังลมๆแล้งๆว่าจะกลับมารักกันได้อีก 
 
“คนนี้ดีใช่ไหม” 

“มากกว่าทุกคนที่ผ่านมา” 


โตขึ้นจริงๆนะ โตจนรักเก่งขึ้นเหลือเกิน โตในแบบที่ตาคู่นั้นบอกผมว่าเธอรักใครสักคนจริงๆ เพียงแค่มันไม่ใช่ผม 

ดีแล้ว ไม่เป็นไรเลย ถ้าเจอใครสักคนที่ทำให้รู้สึกถึงรักจริงๆก็ดีแล้ว ถ้าเขาดูแลและดีกับเธอก็ดีแล้ว แบบที่ภาวนาให้ทุกวันเลย คำภาวนาเป็นจริงแล้วสินะ 

“นี่” 

เธอเงียบ จนแทบได้ยินเสียงหายใจชื้นๆของผม

“เราไม่เคยลืมเธอได้เล..”

“แปปนะ” 

“......”

ดีแล้ว เจอคนที่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป คนที่ได้รักในตอนที่รู้รสชาติของชีวิตมากกว่าตอนนั้น รักอย่างมีสติกว่าตอนที่เรารักกันแบบสะเปะสะปะ

“ฮัลโหล มาแล้วเหรอคะ ที่รักจอดรอแปปนึงนะ เดี๋ยวไปค่ะ” 

เธอหันมามองตาผมตอนพูดคำว่าที่รักกับเขาคนนั้น

เหมือนจะขอโทษ ที่รักผมไม่ได้แล้ว 
เหมือนจะบอกว่าหลังจากนี้เธอยอมจะฝ่าม่านฝนออกไปหาเขาของเธอ เปียกปอนไปบ้างแต่เธอจะปลอดภัย
เหมือนจะบอกว่า ผมควรจะอยู่แค่ตรงนี้ ในร่มใต้หลังคาของร้านกาแฟ ปลอดภัยดีเหมือนกัน 

แต่มีแค่ผมที่รู้ว่า นับจากนี้ ฝนในใจของผมมันจะตกตลอดไป 



“เอาเบอร์ใหม่เราไหม”

“ไม่เป็นไร รีบไปเถอะ พี่เขารอ” 

“นี่”

“.....”

ไม่เป็นไรเลย ถ้ารักกันไม่ได้แล้ว 
ไม่เป็นไรเลย ถ้าจะเลือกรักที่ดีที่สุดให้ตัวเอง 
ไม่เป็นไรเลยคนเก่ง แค่ได้เห็นหน้าวันนี้ก็ดีใจแล้ว

เพราะมันเป็นรักที่ไม่ว่าจะจบลงแบบไหน ผมก็ขอให้เธอเติบโตในทางที่ดี นอนหลับสนิทหายใจสะดวก ไม่ทุกข์เกินไปและมีหัวใจที่แข็งแรงเสมอก็พอแล้ว 


“ไว้เจอกันนะ อย่าสูบบุหรี่เยอะมาก” 

“ฮัดชิ่ว!”

คงเป็นการเตือนของพายุฝนในใจ หรือไม่ก็กำลังเป็นหวัดเข้าแล้ว ผมถึงจามออกมาอีก 

เธอยืนขึ้น กระชับสายกระเป๋าและหันมามองครั้งสุดท้าย 

กระซิบอย่างแผ่วเบา 

“bless you”

“ครับ”

“ไปแล้วนะ”

“พระเจ้าคุ้มครองเหมือนกันนะ” 


อย่าเจ็บปวด อย่าเจ็บป่วย อย่าเสียใจนานไม่ว่ากับเรื่องอะไร จำได้ไหม คำอวยพรวันเกิดสักปีที่เธอเคยได้รับ ยังคงภาวนาแบบนั้นให้ทุกปี ยังขอให้เธอได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ 

ด้วยน้ำตา ด้วยความผิดหวัง ด้วยฤดูฝนที่ยาวนานในใจผม 

ด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นความรักของเธอ รักจากเธอ รักที่ให้เธอ ผมฝังความรักพวกนั้นไว้ในดิน มันไม่ได้ตาย มันไม่เคยตาย 

แต่ผมปลูกมันให้เธอ 


ขอให้มันผลิบานและเติบโตเป็นอย่างดี ออกดอกออกผลสวยงามและขอให้รักที่ถูกทิ้งครั้งนี้คอยคุ้มครองเธอหน่อย 

อย่างน้อยให้เธอได้เป็นสุขก็ยังดี 

จากผมเอง 
นักทำนายฝน นักทำลายความสัมพันธ์ ผมเอง คนที่รักได้ดีที่สุดเท่านั้น และทำได้แค่ภาวนาให้เธอเท่านี้ 

𝖦𝗈𝖽 𝖻𝗅𝖾𝗌𝗌 𝗒𝗈𝗎 🌞



#storylogcharrotss แนะนำ ติชม พูดคุยกันได้นะคะ 

ชาร็อตเอง :-)












SHARE
Writer
charrotss
kodaline — The one
let her (grow)

Comments

Cherisha
3 months ago
เขียนดีมากๆ อบอุ่นหัวใจและสัมผัสได้ถึงความสึกเลยยมชอบมากๆๆ ตามมาจากทวิตเลยน้าา5555555
Reply
kck6oct
3 months ago
อ่านแล้วน้ำตาไหลเลย 😂
Reply
sphere
3 months ago
ดีจังเลย
(I love CMBYN too)
Reply
cottonx
2 months ago
เขียนดีมาก น้ำตาไหลเลย
Reply
Karlil
1 month ago
ขอบคุณคับ 
Reply