เหวลึกจากความหวังของพ่อแม่.
ความหวังของพ่อแม่คือสิ่งที่ลูกต้องทำให้จริงหรือ
ความหวังของพ่อแม่คือสิ่งที่ลูกต้องทำให้ได้ใช่ไหม
ความหวังของพ่อแม่คือสิ่งที่ถูกต้องแล้วจริงหรือ
และ...ความหวังของพ่อแม่คือสิ่งที่ควรค่าแก่การนำมาเป็นเป้าหมายในชีวิตให้ตัวเองหรือเปล่า


หรือ...ความหวังของพ่อแม่เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาให้ลูกรู้สึกมีความหวัง แต่ในภายหลังกลับนำเอามากดดันตัวเอง ?


‘อยากให้ได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง’ 
นี่คือสิ่งที่ผู้เป็นพ่อพูดกับเด็กสาวคนหนึ่งเมื่อช่วงก่อนเข้าเรียนปีหนึ่ง พ่อของเธอสาธยายภาพที่สวยงามของการได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่งราวกับสร้างภาพลวงตาให้เธอหลงใหลและต้องการที่จะคว้ามัน เป้าหมายของการเรียนมหาลัยจึงกลายเป็นสิ่งที่พ่อหวัง นั่นก็คือ การได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง 


การเรียนมหาลัยของเธอจึงขับเคลื่อนไปด้วยภาพลวงตาหรือสิ่งเพ้อฝันที่ต้องการ เธอจึงต้องตั้งใจเรียนมากเป็นพิเศษ ตั้งใจทำงาน ตั้งใจสอบ จนเกรดที่ได้ออกมาอยู่ในระดับที่ดีตามคาด จนพอเข้าปีสอง เธอก็ยังคงตั้งใจเรียนเหมือนเดิม ตั้งใจสอบเพื่อรักษาระดับไม่ให้ตกไปกว่านี้ เพื่อยังคงรักษาความหวังของพ่อเอาไว้ แต่ความหวังนั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่เข้ามากดดัน กดดันจนเธอเผลอร้องไห้ออกมาในขณะที่อ่านหนังสือสอบ หนังสือเล่มหนาที่โดนขีดด้วยปากกาไฮไลท์จึงถูกหยดน้ำตาแต่งแต้มจนเปียกและมีรอยปากกาซึมเป็นวงกลม เธอนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ในห้องสี่เหลี่ยมคนเดียว ร้องไห้อยู่อย่างนั้นแล้วเอาแต่คิดถึงความล้มเหลวหากเธอทำข้อสอบวิชานี้ออกมาได้ไม่ดี


‘ถ้าทำได้ไม่ดี เกรดก็จะตก เกียรตินิยมอันดับหนึ่งก็จะหลุดลอยไป’ นี่คือสิ่งที่เธอคิดวนไปวนมาอยู่ในขณะนั้น


ความกดดันนี้ทำให้เธอร้องไห้ต่อหน้าชีทกองโตอยู่หลายต่อหลายเทอม หากเปิดชีทสรุปเก่าๆดูก็จะเห็นคราบปากกาที่ถูกละเลงด้วยคราบน้ำตา สิ่งๆนี้เหมือนเป็นหลักฐานที่ทำให้เธอได้รับรู้ว่า ณ ตอนนั้น เธอเครียด เธอกดดัน เธอกลัวมากแค่ไหน เธอเฝ้าบอกตัวเองอยู่เสมอว่า ทุกอย่างมันจะดีขึ้น ทุกอย่างจะต้องผ่านไปด้วยดี 


แต่โชคดีที่ผลลัพธ์จากความกดดันตัวเองของเธอออกมาดีในทุกๆครั้ง เธอจึงไม่รู้สึกสิ้นหวังไปมากกว่านี้...


มีหลายครั้งที่พ่อแม่ของเธอไม่รู้ว่า เธอเจ็บปวดกับคำพูดของท่านมากแค่ไหน การนำเรื่องลูกคนอื่นมาพูด มาชมว่าเขาดีอย่างนั้น เขาดีอย่างนี้ ถึงแม้จะไม่ได้เปรียบเทียบกับเธอก็ตาม แต่เธอก็ยังรู้สึกว่า สิ่งที่ตัวเองทำยังดีไม่พออีกหรอ ...บางครั้งเธอก็แอบน้อยใจ ที่เวลาเธอตั้งใจมากๆ ตั้งใจทำจนออกมาดี แต่เธอกลับไม่ได้รับคำชม เธอไม่ใช่พวกที่ชอบรับคำชมมากขนาดนั้นหรอก แต่บางทีการให้คำชมก็เป็นสิ่งที่ช่วยผลักดันเธอได้ในระดับหนึ่งเลยล่ะ มันเหมือนเป็นกำลังใจดีๆที่จะทำให้เธอมีแรงฮึดต่อ


กำลังใจจากพ่อแม่ก็เป็นสิ่งสำคัญเหมือนกัน



มีอยู่วันหนึ่งเธอกำลังยืนดูเกรดเฉลี่ยที่เพิ่งออกมาในมือถือ เธอบอกกับพ่อแม่ว่า เกรดออกแล้วนะ เทอมนี้ได้x.xx พ่อหันมาพูดกับเธอว่า ‘ดีแล้ว รักษาระดับไว้ ต้องได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง’ ตอนนั้นเด็กสาวยืนตัวชามาก และรู้สึกว่าคำพูดนั้นไม่เข้าหูเลยสักนิด เลยตัดสินสวนกลับพ่อของเธอไปว่า ‘อย่าพูดได้ไหม ไม่ชอบ มันเหมือนกดดันหนู’ พ่อเงียบไปสักพักราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง ก่อนจะตอบกลับมาว่า ‘โอเคๆ ยังไงก็ได้ เรียนยังไงก็ได้’ คำพูดนั้นเหมือนเป็นสิ่งที่เข้ามาฉุดเธอจากเหวของความกดดันที่ลึกมากๆ เธอรู้สึกโล่งอย่างบอกไม่ถูก เหมือนเธอไม่ต้องมีใครมาตีกรอบว่าเธอจะต้องเรียนให้ได้แบบนั้นแบบนี้ หรือเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ มันรู้สึกดีมากๆ เธอรู้สึกขอบคุณพ่อแม่ที่เข้าใจและยอมรับฟัง 


การเปิดใจบอกพ่อแม่ไปตรงๆก็เป็นสิ่งที่ดีเหมือนกันนะ


หลังจากนั้นพ่อแม่ก็ปล่อยเธอออกมาจากกรอบที่ติดอยู่นานกว่าสองปี แต่ก็ใช่ว่า เธอจะเลิกกดดันตัวเอง เพราะเหมือนว่าเธอทำดีมาตั้งแต่แรก เธอรักษาระดับไว้ดีมาโดยตลอด ถ้าจะมาปล่อยเอาตอนช่วงโค้งสุดท้าย ความหวังของพ่อแม่ที่ตอนนี้กลายมาเป็นเป้าหมายในใจลึกๆของเธอไปแล้วก็จะต้องร่วงหล่นลงมา เธอจึงต้องฮึดสู้ต่อไป แต่ก็กดดันตัวเองน้อยลง เพราะไม่ต้องแบกความหวังของพ่อแม่ เปลี่ยนมาเป็นแบกความหวังของตัวเองไว้แทน ...ตามจริง เธอคิดว่า พ่อแม่ก็ยังคงแอบหวังอยู่ลึกๆในใจว่าเธอจะต้องทำได้ เพราะมันเป็นสิ่งที่พ่อแม่หลายๆคนอยากให้ลูกได้รับแบบนั้น แต่เธอคงทำเท่าที่พอไหว แบกเท่าที่รับได้ เพื่อไม่ให้เป็นการกดดันตัวเองมากจนเกินไป


จะทำเท่าที่ทำให้ได้
จะทำเท่าที่ใจไหว
จะทำเท่าที่อยากจะทำ



นอกจากความหวังของพ่อแม่ที่สามารถกดดันลูกได้แล้ว บางทีคำอวยพรบางประโยคก็กลับกดดันลูกได้เหมือนกัน อย่างเช่น


‘ตั้งใจอ่านหนังสือสอบนะลูก ขอให้ได้Aทุกวิชา’


ฟังเผินๆอาจจะดูเหมือนเป็นคำอวยพรที่สวยหรู แต่มันกลับแฝงไปด้วยความหวังลึกๆอยู่ในใจของผู้พูด โดยเฉพาะคนที่เป็นพ่อเป็นแม่ และถ้าหากสิ่งนั้นเป็นความหวัง นั่นย่อมนำมาสู่ความกดดันในลำดับต่อมา


‘...Aทุกวิชา’ 
การได้ A ทำได้ง่ายมากเลยหรอ ?
แล้วรู้ไหมว่า กว่าจะได้ A ต้องผ่านอะไรมาบ้าง ?
และการได้ A มันสำคัญมากเลยหรอ ?
นี่คือสิ่งที่อยากย้อนให้พ่อแม่กลับไปคิด
มันไม่ได้เป็นคำอวยพรที่ให้กำลังใจเลยสักนิด
เหมือนเป็นคำพูดกดดันลูกเสียมากกกว่า


อย่าให้ลูกต้องมาแบกรับความหวังเพียงเพราะคำพูดบางประโยค พ่อแม่พูดออกไปอาจจะลืมหลังจากที่พูดจบเสียด้วยซ้ำ แต่คนฟังกลับจำฝังหัว คิดวนไปวนมาอยู่แบบนั้นราวกับกล่อมตัวเองให้ทะยานไปสู่จุดๆนั้นให้ได้ แต่การจะทะยานไปได้ มันต้องผ่านอุปสรรคหลายๆอย่างมากมาย ยกตัวอย่าง เช่น ข้อสอบยากเกินสิ่งที่อาจารย์สอน, งานเยอะมากจนไม่มีเวลาอ่านหนังสือสอบ หรือ เนื้อหาที่ออกสอบเยอะมากจนไม่รู้ว่าจะจำได้ทันวันสอบหรือไม่


เปลี่ยนคำอวยพรเป็นกำลังใจดีๆดีกว่าเยอะ


สุดท้ายนี้ อยากย้อนกลับไปตอบคำถามที่ตั้งไว้ด้านบนสุด และอยากตอบแทนลูกๆหลายคนที่คิดตรงกันว่า


ลูกไม่ได้เกิดมาแบกรับความหวังหรือความฝันของพ่อแม่
ลูกไม่ได้ทำตามความหวังของพ่อแม่ได้ทุกคน
ลูกไม่ได้คิดว่าความหวังของพ่อแม่เป็นสิ่งที่ถูกต้อง
ลูกสามารถตั้งเป้าหมายในชีวิตเองได้ โดยไม่ต้องมีความหวังของพ่อแม่มากำกับ



แต่...ขอแค่ให้พ่อแม่คอยอยู่เคียงข้าง คอยให้กำลังใจ และคอยสนับสนุนความฝันของลูก 


เธอคิดว่า ทุกคนมีอิสระในการเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง อย่าสร้างเหวลึกด้วยความหวังของพ่อแม่จนทำให้ลูกเดินตกลงไป และกดทับด้วยความกดดันซ้ำอีกชั้น จนยากที่ลูกจะฉุดรั้งตัวเองขึ้นมา


เหวลึกจากความหวังของพ่อแม่.


written by dextiny 
ฮึ้บๆ สู้ไปด้วยกันค่ะ :-)

SHARE
Written in this book
dear diary
จากตัวฉัน ถึงตัวฉันในวันข้างหน้า
Writer
Dextiny
dreamer,sleeper
believe in doing more than waiting for miracle

Comments

Baejitar
2 months ago
สู้ๆนะคะ เราเป็นกำลังใจให้ ✌🏻
Reply
Dextiny
2 months ago
ขอบคุณนะคะ เช่นกันค่ะ😊
Happinessseeker
2 months ago
จับมือค่ะ ดีใจที่เราหลุดกรอบออกมาได้ บางทีเราแค่รอให้เค้าพูดออกมา มันเหมือนเปิดประตูให้เราก้าวออกมาจากความกดดันตัวเอง555
Reply
Dextiny
2 months ago
จริงค่ะ พอพ่อแม่ไม่บังคับแล้วรู้สึกดีมากๆ😊