เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเราจะเป็นเราคนเดิมได้นานแค่ไหน
1.

วันนั้นเป็นวันศุกร์ ถ้าตามกิจวัตร หมายความว่าวันนี้คือวันดีที่สุดในรอบสัปดาห์สำหรับการนั่งสังสรรค์กับมิตรสหายหรือคนข้างกาย ใช้เวลาที่มีหมดไปกับความเมามาย สร้างความทรงจำดีๆ และใช้วันพรุ่งเพื่อพื้นตื่นคืนสติ

แต่ศุกร์นี้ไม่เหมือนทุกศุกร์ มันเริ่มจากวันที่แม่ตรวจสุขภาพเหมือนในทุกๆปีที่ผ่านมา และบังเอิญเจอก้อนเนื้อส่วนเกินบริเวณถุงน้ำดี ก้อนเนื้อที่ดูไม่มีพิษมีภัยใดๆในตอนนี้ แต่มันไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าในวันหนึ่ง ก้อนเนื้อนั้นจะขยายใหญ่และลามไปเป็นสิ่งใดได้อีก 

เมื่อพบเจอสิ่งแปลกปลอมในร่างกายก็ควรรีบกำจัดออกไปให้ไวที่สุด ไม่ควรปล่อยไว้จนลุกลามไปไกลเกินเยียวยา และช่วงเวลาเร็วที่สุดเท่าที่นัดได้สำหรับการผ่าตัดคือวันนี้ เร็วกว่านี้ไม่ได้ และช้ากว่านี้ก็คงต้องรอไปอีก 

เพื่อความไม่วุ่นวาย แม่เลือกพักห้องผู้ป่วยเดี่ยว และเงื่อนไขของการนอนห้องส่วนตัวในโรงพยาบาลคือการมีญาติซักคนมาคอยอยู่ข้างๆเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินใดๆ และในครอบครัวของเราตอนนี้ก็มีเพียงพ่อซึ่งจำเป็นต้องเฝ้าร้านค้า แหล่งที่มาของรายได้เพียงแหล่งเดียวในตอนตอนเช้า มีน้องสาวซึ่งกำลังเรียนอยู่ต่างจังหวัด และหากจะมีใครที่เหมาะสมสำหรับการอยู่เฝ้าแม่ในเวลาแบบนี้ได้ก็คงเหลือผมเพียงคนเดียว

จะว่าไป ผมรู้สึกเหมือนเพิ่งจะเห็นภาพคล้ายๆแบบนี้เมื่อช่วงปีที่ผ่านมานี่เอง เพียงแต่ต่างกันตรงตัวละครที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยสลับบทบาทกันนิดหน่อย เมื่อสิงหาที่ผ่านมา เป็นเวลาของพ่อที่เข้ารับการผ่าตัดไส้เลื่อน และเป็นแม่ที่คอยมาอยู่เฝ้าพ่อในช่วงเวลากลางคืน

2.

ผมมาถึงโรงพยาบาลราวๆเจ็ดโมง โรงพยาบาลในตอนเช้าคึกคักเป็นพิเศษ ผู้คนมากมายจับจองเก้าอี้ว่างเพื่อรอลำดับในการเข้ารับการรักษา

ผมไม่รู้ว่าปกติ ในแต่ละวัน โรงพยาบาลแห่งหนึ่งจะรองรับผู้ป่วยได้จำนวนเท่าไร และไม่รู้ว่าต้องมีคนผิดหวังกลับไปในแต่ละวันมากน้อยแค่ไหน เพียงแต่ภาพที่เห็นตรงหน้า ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่วัยใกล้เกษียณ ในช่วงเวลาเจ็บป่วยทางกาย เรายังต้องแข่งขันกันอย่างเงียบๆ ผ่านกฏระเบียบตามลำดับเพื่อได้รับบัตรคิวในตัวเลขน้อยที่สุดเป็นรางวัลตอบแทนในการเสียสละเวลามาแต่เช้าตรู่แบบนี้ 

ผู้คนจับจองที่นั่ง และลุกขึ้นเมื่อชื่อตัวเองถูกขาน ก่อนกลับมานั่งเก้าอี้อีกครั้งและรอคอยการเรียกชื่อในขั้นตอนต่อไป กาลเวลาในโรงพยาบาลแสนนานถูกใช้หมดไปผ่านการรอคอย เสียงตามสายที่มีชื่อเราอยู่ในประโยคเหมือนเสียงจากสวรรค์ที่ยื่นมือมาคว้าเราให้ผ่านพ้นไปจากตำแหน่งนี้ เพื่อเข้าไปใกล้ชิดหมอมากขึ้น เพื่อได้รับการวินิจฉัย และได้รับทางแก้ไขปัญหา ก่อนจะลาจากที่แห่งนี้เพื่อไปใช้ชีวิตของตัวเองต่อไป 

ผมกดลิฟต์ขึ้นไปยังห้องที่แม่พักอยู่ ในเวลานี้ชั้นของห้องผู้ป่วยไม่ค่อยมีคนเท่ามากไร ผมเปิดประตูเข้าไปในห้อง ทักทายพ่อแม่ และใช่ ทั้งคู่กำลังรอผมอยู่

3.
จริงอยู่ การตรวจสุขภาพประจำปีเป็นสิ่งที่อย่างน้อย ในหนึ่งปีเราควรใช้บริการกันซักครั้ง หากตรวจโรคทั่วๆไป ค่าใช้จ่ายก็ไม่มากเท่าไร และหากอย่างตรวจส่วนใดเพิ่มเติมเป็นพิเศษก็ขึ้นอยู่กับแพคเกจและรายการตรวจของแต่ละโรงพยาบาล ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องค่าใช้จ่ายก็มากน้อยขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราต้องการรู้ 

แต่นี่คือแม่ แม่ผู้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองและคนรอบข้างเสมอๆ แม่คงรู้สึกถึงอาการผิดปกติบางอย่างในร่างกาย และเลือกการตรวจแบบละเอียดมากกว่าทุกๆครั้ง จนกระทั้งเจอก้อนเนื้อก้อนนี้ซ่อนตัวอย่างเงียบๆ มาตั้งแต่เมื่อไรไม่ทราบได้

จะว่าไปพอรู้ว่าแม่ตรวจเจอก้อนเนื้อนี้จากการตรวจสุขภาพประจำปีก็รู้สึกเจ็บใจขึ้นมาอยู่บ้าง

เจ็บใจหนึ่ง คือเราจะเอาอะไรมามั่นใจว่าที่เราใช้ชีวิตอยู่แบบนี้ในทุกๆวัน มันไม่มีอะไรเติบโตผิดแปลกในร่างกาย และเจ็บใจสองคือถ้าเป็นผมในตอนนี้ จากรายรับที่มี ผมคงไม่ลงทุนตรวจสุขภาพด้วยแพคเกจราคาสูงแบบที่แม่เลือกใช้บริการแน่ๆ และเจ็บใจสุดท้าย ผมเชื่อว่ามันคงไม่ใช่ทุกคนที่มีกำลังเข้าถึงการรักษา ไม่รู้ว่าถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นกับตัวเองในวันนี้ วัยที่ยังรู้สึกว่าแข็งแรงดี ผมจะยอมเจียดเงินเก็บเพื่อเอามันออกไปไหม หรือเรามั่นใจว่าเราจะแข็งแรงแบบนี้ตลอดไปจนเอาชนะมันได้ในวันหนึ่ง

ครอบครัวผมเป็นครอบครัวชนชั้นกลางธรรมดา ไม่ได้มีเงินมากมายในระดับจะไปอวดอ้างความรวยกับใคร แต่อย่างน้อยก็ยังเข้าถึงการรักษาต่างๆได้โดยอาศัยเงินเก็บจากการทำงานหนักและใช้ชีวิตอย่างรอบคอบ ประกอบกับหลักประกันบางอย่างที่ซื้อไว้และอาศัยความเป็นข้าราชการของพ่อเข้าถึงแหล่งการรักษา แต่ใช่ว่าทุกคนจะมีสิทธ์แบบนี้...

เราทำงานเท่าที่กำลังในวันหนุ่มสาวเราพึงมีเพียงเพื่อจะได้มีเงินเก็บไว้เพื่อใช้ซื้อความสบายในเตียงนอนโรงพยาบาลแบบนี้หรือ ผมคิดในใจ

4.
ภาพล่าสุดที่เห็นคือหมอเข็นเตียงของแม่เข้าห้องผ่าตัด ผมรู้ว่าหลังจากออกมา มันไม่ใช่แค่ก้อนเนื้อที่หายไปหรอก การผ่าตัดในครั้งนี้หมายถึงการพรากเอาถุงน้ำดีของแม่ออกไปจากร่างกายพร้อมก้อนเนื้อส่วนเกินนั้น ถุงน้ำดีที่ครั้งหนึ่งคอยย่อยและแตกไขมันที่ทานเข้าไปจะไม่มีอยู่แล้วหลังจากแม่ออกมาจากห้องผ่าตัด อันที่จริงมันอาจไม่ใช่อวัยวะที่สูญเสียไปแล้วเกิดผลร้ายใหญ่หลวงกับร่างกายมากมายนักหรอก ร่างกายมหัศจรรย์เกินกว่าเราจะเข้าใจ แต่ลึกๆ เราตระหนักได้ว่าหลังจากนี้บรรดาของอร่อยที่อุดมไขมันทั้งหลาย แม่จะต้องคิดแล้วคิดอีกกว่าจะตัดสินใจทาน

แม่ดูไม่กลัวเท่าไรเลยกับการผ่าตัดที่กำลังจะถึง ดูออกจะสบายๆด้วยซ้ำ ซึ่งผมก็คิดว่าถ้าเทียบกับช่วงเวลาที่ผ่านมาแล้ว เรื่องแค่นี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็กน้อยสำหรับแม่อยู่มาก

ระหว่างผู้ช่วยแพทย์เข็นเตียงของแม่เข้าห้องผ่าตัด โลกของเราถูกแบ่งขาดกันตรงนั้น ป้ายหน้าประตูเขียนไว้ว่านี่เป็นเขตหวงห้าม คาดว่าอย่างต่ำๆก็คงอีกชั่วโมงกว่าๆการผ่าตัดจะเสร็จสิ้น และยังต้องนอนพักรักษาตัวอีกอย่างน้อยๆหนึ่งคืน

ผมคิดเสมอแหละว่าวันหนึ่งวันใด ช่วงเวลาแบบนี้ก็ต้องมาถึง แม้โรงพยาบาลคงเป็นสิ่งที่ไม่ว่าใคร ถ้าไม่จำเป็น ก็คงไม่อยากมาใช้บริการมากนัก แต่หากเรายังมีลมหายใจอยู่ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงมันไม่ได้เลย วันหนึ่งเราต้องเติบโต วันหนึ่งเราต้องมีงานทำ วันหนึ่งเราต้องมีคนรัก และวันหนึ่งเราต้องเห็นคนที่เรารักเจ็บปวด และสุดท้ายในวันหนึ่งวันใด ตัวละครที่ดูอิดโรยไร้เรี่ยวแรงบนเตียงผู้ป่วยนั้นมันก็ต้องเป็นเรา 

จะออกมาดี ออกมาร้าย หรือต้องเจอสิ่งอื่นใดในชีวิตที่หลงเหลืออยู่ต่อไปผมเองก็คงสุดจะคาดเดา

แต่ไม่ว่าชีวิตจะถูกขีดให้ไปในเส้นทางไหน
ผมภาวนาให้ศุกร์นี้เป็นอีกสุขที่ควรค่าแก่การจดจำ
เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว
SHARE
Writer
khaikung
storylog reader
เป็นคนธรรมดาที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว ยินดีที่ได้รู้จักครับ IG : khaikung_journey , Ask.fm : @khaikung

Comments

KunJu
6 months ago
ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีนะคะ สู้ๆค่ะ
Reply
Deux
6 months ago
เป็นกำลังใจให้นะครับ ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีครับ
Reply
2morrow
6 months ago
คุณแม่ท่านเข้มแข็งแล้ว ตัวคุณเองก็อย่าลืมเข้มแข็งไปพร้อมๆกับท่านนะคะ มันก็อาจจะยากอยู่สักหน่อย แต่คุณทำได้อยู่แล้วเนอะ :) ขอให้ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีนะคะ ขอให้คุณแม่แข็งแรงไวๆค่ะ
Reply
Wararit
6 months ago
เหมือนเป็นงานเขียนในเขตอบอุ่น
Reply
Nokkratua
5 months ago
เป็นกำลังใจให้นะครับ
Reply