จุดเริ่มต้นที่ทำให้ชอบการเขียน
หลายเดือนก่อนมีโครงการโหวตหัวหน้างานในดวงใจกันที่ออฟฟิศ หัวหน้าของหัวหน้าชวนให้พวกเราโหวตให้หัวหน้าพวกเราเอง ซึ่งทุกคนก็เต็มใจทำ

เราเลยเขียนถึงหัวหน้าในแบบที่แกเป็นและเขียนยาวมาก เขียนเสร็จก็ส่งโหวตในระบบและส่งอีเมลต่างหากให้หัวหน้าแผนกที่ชักชวนให้เขียนได้อ่านด้วย 

จุดประสงค์คืออยากให้แกเห็นว่าลูกน้องอย่างพวกเรารักหัวหน้าจริงจังนะ เผื่อหัวหน้าเราจะได้อานิสงค์เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น ฮี้ๆ

และแล้วการประกาศผลรางวัลปรากฎหัวหน้าได้รับรางวัลจริงๆด้วย และเจ้าตัวก็ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ว่าได้รับรางวัลอะไรยังไง เราเลยฟอเวิดอีเมลข้อความที่เขียนไปโหวตให้แกอ่าน วันนั้นหัวหน้าบอกว่าเขียนดีจังน้ำตาจะไหล 555

เราหลงใหลในภาษาเขียน เราชอบเขียนบันทึกตั้งแต่เด็กเพราะไม่ชอบเปิดเผยความรู้สึกกับใครที่ไม่สนิท เป็นคน friendly นะแต่มีโลกส่วนตัวสูงอยู่พอสมควร น้อยคนที่จะรู้จักสันดานที่แท้จริงข้างใน

เคยเขียนบันทึกทุกเรื่องในชีวิตไว้ ทุกช่วงเวลาของชีวิต จนวันหนึ่งหยุดเขียนไปเพราะเริ่มมีแฟนและตั้งแต่นั้นมาไม่เคยบันทึกอะไรเป็นเรื่องเป็นราวอีกเลย

การหยุดเขียนบันทึกไม่ได้ทำให้การรักการเขียนน้อยลง เราหันมาแต่งนิยายหลายเรื่องแต่ไม่มีเรื่องไหนแต่งจบเลยสักเรื่อง น่าจะรู้ตัวว่าตัวเองไม่ใช่นักเขียน 55

พอยุคสมัยเปลี่ยนการจับปากกาเขียนบันทึกไม่ใช่วิถีในชีวิตประจำวันอีกต่อไป เราหันมาแชร์เรื่องราวที่พบเจอลงในไทม์ไลน์ของ line ที่ให้อ่านเฉพาะคนที่เราอยากให้อ่านเท่านั้น มีเพื่อนรุ่นพี่ที่ทำงานเก่าสถาปนาป่าวประกาศว่าเป็นแฟนคลับเราและเข้ามาอ่านและคอมเมนท์สม่ำเสมอ
แน่นอนเราปลาบปลื้มกับแฟนคลับยืนหนึ่งคนนี้พอสมควร นอกจากพี่คนนี้ก็มีเพื่อนบางคน เพื่อนรุ่นพี่ที่ทำงานเก่าๆอีกคนสองคนแวะเวียนมาบ้าง

จนมาเจอ storylog ก็เลยยึดพื้นที่ของ storylog จับจองเป็นเจ้าของมันซะเลย สลับการเขียนไปๆมาๆระหว่างสองที่ในการแชร์เรื่องราวบ้าๆบอๆของเราต่อไป

จนวันที่เราท้องด้วยฮอร์โมนเปลี่ยนสวิงขึ้นลงแบบหาเหตุผลไม่ได้ อยู่ๆเราก็หยุดการเขียน line ไปดื้อๆ พอไม่เขียนสม่ำเสมอแฟนคลับก็หายไปด้วยอัตโนมัติ พวกเขาไม่รู้ว่าเรามี storylog 


แปลกจังเราไม่เคยหายไปจาก storylog เลยยังคงแวะเวียนมาหา มาอ่านเรื่องราวคนอื่น มาเติมความสุขทางใจในแบบเงียบๆของเราอยู่เสมอ ที่นี่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร ดูสงบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมบอกไม่ถูก 555

จำไม่ได้ว่าเขียนที่นี่มา 3 หรือ 4 ปี กันแน่ จำนวน follower ก็ไม่ได้เยอะ นั่นแสดงให้เห็นว่าจำนวนปีไม่มีผลต่อฝีมือ แต่เราก็มีความสุขกับจำนวนคนที่มาติดตาม จากศูนย์ถึงร้อยเราค่อยๆได้มันมาช้าๆ เราไม่รีบ ไม่ซีเรียสแต่รู้สึกเป็นเกียรติด้วยซ้ำที่มีคนเข้ามาอ่านอยู่บ้าง

จุดเริ่มต้นเราเริ่มต้นที่สมุดบันทึก นี่ก็เป็นอีกหน้าหนึ่งของสมุดชีวิตที่เราฝากความทรงจำผ่านตัวหนังสือไว้ให้ใครบางคนที่ไม่รู้จักได้อ่าน 

บันทึกระหว่างนั่งรถไฟไปสุวรรณภูมิ... เปล่าไม่ได้เที่ยวแค่มาเอารถที่จอดทิ้งไว้เพื่อกลับบ้าน.. ฮี้

SHARE
Writer
KCstory
Writer
แค่อยากเขียนอะไรก็ได้

Comments