Zombie Books : หนังสือ ปีศาจ ฟุตบาท ความรัก

ฉันยังจำได้ดีถึงวันแรกที่เหยียบย่างเข้ามาในดินแดนแห่งนี้ได้ มันเป็นเย็นวันที่ 31 ธันวาคม 2018 ฉันเดินงงๆออกมาจากโรงหนัง House RCA กับความรู้สึกว่างโหวงในอก เผลอแป๊บเดียวก็จะหมดปีอีกแล้วสินะ ฉันรำพึงกับตัวเอง ในขณะที่ตัดสินใจเดินลอย ๆ ไร้จุดหมายไปอีกทางของซอย RCA ท่ามกลางเสียงเอะอะของการ Sound-Check บริเวณเวที Count Down ปีใหม่ แล้วก็เดินไปสะดุดตากับร้านอะไรสักร้านหนึ่ง พอเข้าไปดูใกล้ ๆ 

มันคือร้านหนังสือนั่นเอง

Zombie Books ตั้งอยู่ที่นั้น เหมือนชายหนุ่มผู้เก็บตัวหรือหญิงสาวขี้อาย ณ มุมตึก แต่ทว่าความสะดุดตาก็ไม่สามารถหลบซ่อนตัวตนเอาไว้ได้ เสน่ห์แปลก ๆ นั้นดึงดูดให้ฉันชะโงกหน้าเข้าไปดูภายในร้าน ในนั้นมืดสลัว แต่ก็มีแสงอุ่น ๆ สาดออกมาจากป้ายไฟ "Open" มันเชื้อเชิญให้ฉันเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู ชายหนุ่มผมยาวประบ่าคนหนึ่งผลุนผลันโผล่หน้าออกมาเผชิญ

"เดี๋ยวผมขอจัดการร้านก่อนแป๊บนึงนะ 
พอดีเมื่อคืนเละเทะกันไปหน่อย 
ซักห้าโมงนะ อย่าเพิ่งไปไหนนะครับ"

ฉันเลยยิ้มตอบรับว่า จะรอจนกว่าร้านเปิดอีกครั้ง เขายิงฟันให้ก่อนหายตัวไป ฉันลงนั่งกับฟุตบาทหน้าร้าน พลางหันไปมองร้านหนังสือเพียงร้านเดียวในย่าน RCA แสงยามเย็นสาดส่องต้องกระจกหน้าร้านช่างสวยงาม

ร้านหนังสือในย่านสถานเริงรมย์...
ช่างไม่เข้ากันเสียเลย

ฉันตัดสินใจนั่งรอที่บันไดหน้าร้าน หยิบโทรศัพท์ออกมาเล่นได้สักครู่ พี่ผู้ชายคนเดิมก็เปิดประตูออกมากเชื้อเชิญให้เข้าไปในร้าน ร้านนี้นี่เองหรือ ที่ฉันเคยสั่งหนังสือทางเว็บมาก่อนหนังสือเล่มนั้นคือ Das Parfume (น้ำหอมมนุษย์ ฉบับปกแข็ง สั่งพิเศษจากโรงพิมพ์) ภายในร้านเหมือนถูกชั้นหนังสือสูงท่วมหัวแบ่งออกเป็นซอกซอยเล็ก ๆ มีพื้นที่พอให้เบียดตัวเดินเข้าไปได้เท่านั้น

"มาดูหนังเหรอที่ House เหรอครับ..."

ฉันพยักหน้า ยิ้มตอบพี่ผู้ชายคนเดิมที่ชะโงกหน้าออกมาจากมุมแคชเชียร์ ท่าทางยังดูตื่นเต้นกระวนกระวาย แต่ความกระตือรือร้นที่จะรับลูกค้าทำให้ฉันเข้าใจ เขาคงรู้สึกอับอายที่ร้านค่อนข้างไม่เป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างที่ควรจะเป็น แต่หารู้ไม่ว่า ความไร้ระเบียบแบบนี้ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างที่ทำให้ฉันถอนตัวไม่ขึ้น

อีกเสียงดังตามมา เป็นเสียงเปี่ยมด้วยความเป็นมิตรของหญิงสาวหน้าตาสวยคม ผมสั้นดูทะมัดทะแมง เธอยิ้มให้ฉันขณะกรีดมือจัดหนังสือบนชั้น

"ตามสบายนะคะ...ชั้นบนเรามีที่ Co-Working Space กับบาร์นั่งชิลล์ 
อ้อ แล้วถ้าคืนนี้ยังไม่มีแพลนไปไหน มานั่ง Count Down กันนะคะ"

"เดี๋ยว...อยู่ปาร์ตี้ด้วยกันนะครับ..."
เขาคนเดิมเข้ามาสำทับอีก

ที่ทำให้ฉันแปลกใจยิ่งกว่า คือนอกจากจะเป็นร้านหนังสือ บาร์ และ Co-Working Space แล้ว 
ที่ยังมีโต๊ะปิงปองอยู่ชั้นบนสุดอีกด้วย ฉันกวาดสายตาไปรอบๆร้านและสบกับแววตาคู่หนึ่งกำลังแอบมองอยู่ ฉันยิ้มและกวักมือเรียกเขามานั่งด้วยกัน เวลาผ่านไป ฉันพบตัวเองนั่งระบายสีเทียนกับเด็กชายตัวน้อยและหญิงสาวผมยาวผู้เป็นแม่ คุยอย่างออกรสกับพี่ชายสวมแว่นในร้าน ถึงเรื่องหนังสือ ภาพยนตร์ เพลง เหตุการณ์บ้านเมือง สารพัดที่จะสรรหามาคุยกันได้

ฉันตกหลุมรักที่นี่เข้าเต็มเปา

หลายเดือนต่อมา แม้รู้ตัวดีว่าติดเชื้อแล้ว แต่ฉันไม่ได้กลายเป็นซอมบี้ เชื้อที่ว่าได้เข้าไปปลุก "ปีศาจ" ในตัวฉันให้ตื่นจากหลับใหล ยามที่ฉันเข้ามาที่นี่ เหมือนพบที่ทางของมัน เจ้าปีศาจในตัวเต้นเร่าด้วยความดีใจ กระหายใคร่อยากที่จะพบเจอปีศาจตัวอื่นๆ ที่รักชีวิตกลางคืน หลงใหลการอ่าน และมีจิตวิญญาณอันเสรีเช่นเดียวกัน 

ฉันเริ่มนึกถึงใครบางคนที่ฉันได้รู้จักบนแพลตฟอร์มแห่งนี้ ใครคนนั้นมีลีลาลวดลายและสำนวนการเขียนเฉพาะตัว ในวันที่ฉันขอนัดเขาออกมาเจอกัน ณ สถานที่ที่แห่งนี้ เขาออกตัวว่า ที่นี่ก็เป็นโลกอีกใบซึ่งเขามักหลบลี้แสงตะวันเข้ามาพำนักนานๆครั้ง เราคุยกันถูกคอ ทั้งในโลกออนไลน์และในชีวิตจริง เขาเปี่ยมไปด้วยความรู้ ความสามารถ สำนวนกระบวนการคิดน่าชื่นชม สมกับที่จบจากสถาบันชั้นนำของประเทศ

ฉันดีใจที่ได้พบเพื่อนใหม่
ปีศาจในตัวก็ดีใจที่ได้สหายอีกตน

การพบกันครั้งแรกวันนั้นของฉันกับเขาและแรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มหนึ่ง 
ทำให้ชาวซอมบี้คิดจัดงาน Zombie Books Club ขึ้นมา 

เพื่อให้ "มนุษย์" ได้เจอ "มนุษย์" 
ในยามที่เรากล่าวต่อกันด้วย Super Ego 
เมื่อหนังสือเปิดบานประตูของสมอง


เพื่อให้ "ปีศาจ" ได้เจอ "ปีศาจ" 
ในยามที่เรากล่าวต่อกันด้วย Id 
เมื่อแอลกอฮอล์เปิดบานประตูของจิตใจ

ไม่ว่าเราจะมาจากที่ใด 

เราก็ยังคงเป็นมนุษย์เหงาๆคนหนึ่ง 

ซึ่งมีปีศาจเหงาๆตัวหนึ่งนั่งจมจ่อมอยู่ในจิตใจ 
รอคอยปีศาจสักตัวหรือสักสองสามตัวเข้ามามอบไออุ่น 
มอบมิตรภาพ หรือแม้แต่ความรัก


ค่ำคืนของ Zombie Books Club ครั้งที่ 2 เพื่อนๆบางคนออกมาพักปากเพื่อพ่นควันออกจากปอด นั่งเงียบอยู่ที่ริมฟุตบาทหน้าร้าน นานๆครั้งจะได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมา ทว่าสายตาที่ส่งให้กันนั้นมีความหมายมากมายเกินกว่าจะอธิบาย เหมือนแววตาของชายหนุ่มที่ฉันเชิญเขามาร่วมงาน ความรู้สึกที่เขาส่งถึงนั้น มันเข้มข้นและชัดเจนจนฉันรับรู้ได้ เพื่อนคนหนึ่งเป็นชายหนุ่มตัวผอมสูง เขามองฉันสลับกับชายหนุ่มที่มาด้วยกัน พร้อมกับคำถามดังๆที่สะท้อนในแววตาว่า 

"พวกมึงนี่อะไรยังไง"


ฉันตอบดังๆออกมาด้วยน้ำเสียงเขินๆ
"อ๋อ รุ่นพี่น่ะ รู้จักกันบน Storylog เลยชวนมา"

เพื่อนหัวเราะหึๆในลำคอ ฉันสังเกตได้ถึงรอยยิ้มล้อเลียนที่มุมปากของเขา

"แล้วเรากลับยังไง"
"อ๋อ เดี๋ยวขึ้นมอเตอร์ไซค์ไป MRT เพชรบุรีค่ะ"
"งั้นเดี๋ยวพี่เดินไปส่งที่วินนะ"

ฉันเองจำได้ถึงการเดินเลียบริมฟุตบาทในซอย RCA คืนนั้น ด้วยในหัวหมกมุ่นกับคำถามมากมายที่ไม่กล้าจะถามออกไป ทำให้ฉันเอาแต่เดินก้มหน้างุดๆ ไม่กล้าสบตา ไม่เปิดบทสนทนา เพราะว่า เขินอายเกินกว่าจะพูดอะไรออกไปได้ ปรากฎว่า ฉันพาเขาเดินเลียบฟุตบาทเลยวินมอเตอร์ไซค์ออกไปถึงสองกิโลเมตรกว่าๆ มันเป็นระยะทางที่ไกลและยาวนานเหลือเกิน ในที่สุดฉันก็โพล่งออกมาว่า

"ที่พี่ชอบมาเม้นชมในเฟสบ่อยๆนี่...
พี่คิดอะไรอยู่เหรอ"


"เขาชอบมึงไง" 
ปีศาจในตัวตอบฉันในหัว 
"แกล้งทำเป็นไม่รู้ไปได้ อีโง่"

"อ๋อ...พี่ก็ชอบชมแบบนี้แหละ ชมไปเรื่อยน่ะ"
เขาอึกอักเล็กน้อย

"โกหก" เจ้าปีศาจตะโกนก้องอย่างเงียบเชียบ




คืนนั้นฉันจึงถามไปตรงๆอีกครั้งว่า เขาชอบฉันใช่หรือไม่ บนหน้ากากชายหนุ่มผู้สุภาพเรียบร้อย ดุจเทพบุตรผู้เพียบพร้อม ฉันแอบสังเกตร่องรอยแตกร้าวบางอย่าง กลิ่นไอปีศาจแผ่ซ่านรอบกายเขา ปีศาจน้อยในกายฉันแอบค่อยๆสะกิดแกะเกาเขาทีละน้อย ดูเหมือนปีศาจในตัวของเขาก็อาจไม่ทานทนแก่อำนาจของความรักความหลงใหลได้อีกต่อไป  ชายหนุ่มจึงปลดปล่อยให้ "ปีศาจ" ในตัวเอง ได้ออกมาเจอ "ปีศาจ" ของฉัน

ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนกว่าๆ เขาเพียรพยายามที่จะครองจิตใจของฉันให้ได้ 
ดูเหมือน Zombie Books จะเป็นสถานที่เดียว 
ที่เราจะสามารถปลดปล่อยให้ "ปีศาจ" ออกมาเจอกัน 

ปีศาจของฉันมีเพียง "มิตรภาพ" พร้อมจะให้
ปีศาจของเขามีเพียง "ความรัก" พร้อมจะให้

ฉันไม่ได้คิดอื่นใดกับเขา นอกจากมิตรภาพที่พึงจะมี แม้เขาพยายามอย่างแสนสาหัสที่จะได้หัวใจของฉัน คำโคลง กลอนกวี บทเพลง ที่เขาล้วนแต่งขึ้นมา ก็เพื่อแสดงถึงรักอันล้นปรี่ พร่ำเพ้อพรรณนาว่าฉันคือนางฟ้า นางสวรรค์ ผู้มาปลดปล่อยเขาจากห้วงความทุกข์ในจิตใจ ปีศาจในตัวฉันตะโกนอย่างหงุดหงิดทุกครั้งที่ได้ยินหรือได้อ่าน

"โกหก"

ฉันเห็นด้วยกับเจ้าปีศาจน้อย
ฉันมันเป็นปีศาจตัวแม่

ฉันปฏิเสธเขาอย่างนุ่มนวลเรื่อยมาเพื่อรักษาน้ำใจ 
จนเขาเริ่มรู้ตัวว่า ไม่ได้ตัวและหัวใจของฉันแน่นอน 
ความอดทนปะทุถึงขีดสุด หน้ากากพ่อพระถูกปีศาจในตัวฉีกกระชาก

ปีศาจในตัวเขาก็ไม่อาจทนได้อีกต่อไป

"ถ้าให้เลือกเป็นภูติผีปีศาจ พี่อยากเป็นตัวอะไรคะ 
เช่น แวมไพร์ มนุษย์หมาป่า แม่มด ฯลฯ" 
ฉันถามเขาเล่นๆในคืนหนึ่ง

"พี่ว่า น้องนี่แหละ น่ากลัวที่สุด
จากทุกสิ่งที่ยกตัวอย่างมานะ"


บทสนทนาที่ดีต่อกัน
จบลงเพียงเท่านั้น

ปีศาจสองตัวได้พูดอย่างจริงใจต่อกันแล้ว


"ที่นี่น่ะ...เหมือน Las Vegas เลยนะ

ฉันคุยกับเพื่อนหนุ่มตัวผอมสูงผ่านตัวอักษร
"ยังไงเหรอ..."
"เคยได้ยินมั้ย... What happens in Vegas, stays in Vegas"
"อ๋อ เคยได้ยินมาบ้างนะ"
"แสงสี ความมืดสลัว เหล้า บุหรี่ ทำให้ดูน่าหลงใหล เย้ายวนใจ จนทุกคนต้องมนต์สะกด...หลงรักกันและกัน แต่มันไม่มั่นคง โคตรเปราะบาง เหมือนแหล่งรวมคนเว้าแหว่งให้มาหาจุดเติมเต็มกันและกันว่ะ"
"นั่นสิ...สปาร์คกันง่าย แต่รักษาระดับไว้ยากจัง"

ที่นี่ พวกเราไม่เคยปฏิเสธและรังเกียจปีศาจอีกตัวในร่างกาย พวกเรายอมรับและเข้าใจว่า 

ทุกคนล้วนมีปีศาจอยู่ในตัวเอง ขึ้นอยู่กับว่า 
เราจะควบคุมดูแลให้มันอยู่อย่างเป็นที่เป็นทางอย่างไร 
จะเปิดเผยออกมาเจอปีศาจของคนอื่นตอนไหน เมื่อไหร่ 

จงอย่าปฏิเสธปีศาจในตัว
แต่จงหาวิธีเรียนรู้ที่จะจัดการ
และอยู่กับมันให้ได้

สำหรับฉัน... Zombie Books 
ไม่ใช่แค่ร้านหนังสือ
แต่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง
ซึ่งมีปีศาจแฝงอยู่ในตัว
มีเลือดเนื้อ มีอารมณ์ มีความรู้สึก

พวกเรารู้เพียงว่า 
เมื่อเท้าของเราก้าวพ้นธรณีประตูของร้านเข้ามา 
ปีศาจในตัวจะตื่นจากหลับใหล
และออกมาทักทายกัน 
อย่างไม่ต้องปกปิด อย่างไม่ต้องหลบซ่อน

Zombie Books เป็นเหมือนดินแดนอันพิศวง มีมนต์เสน่ห์บางอย่างอันมิอาจต้านทาน เมื่อแสงสุดท้ายของตะวันลับม่านเมฆ ราวกับทุกองค์ประกอบของร้านนั้นมีชีวิต แสงไฟสีส้มนวลสลัวขับเน้นให้เนื้อไม้สีอ่อนดูโดดเด่นและหนังสือบนนั้นราวกับดวงตานับร้อยดวง จับจ้องผ่านคุณไปในขณะที่นิ้วลากไล้สันปก ว่าคุณจะเลือกหยิบยกเล่มใดให้ไปอยู่ในอ้อมกอด ซอมบี้ทุกตัวพร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนรสชาติของหนังสือแต่ละเล่มที่พวกเขาได้ชิมไป และถ้าคุณเผลอตัวเผลอใจละก็...

ระวัง...ติดเชื้อ

สุดท้าย...
อยากฝากข้อความนี้ไว้...
เผื่อชายหนุ่มคนนั้นได้หลงมาอ่าน

"เมื่อไหร่ที่คุณยอมรับปีศาจในตัวคุณได้
ค่อยกลับมา...

พวกเราไม่เคยถือโทษโกรธเกลียด 
เพราะเรามันก็ปีศาจด้วยกันทั้งนั้น"


What happens in Z-books, 
stays...in Z-books




SHARE
Written in this book
About Me
รวมเรื่องที่อยากเล่า ประสบการณ์แปลกๆ ของเราเองค่ะ
Writer
ClairDeLune
The Saddest Moon
ARS LONGA, VITA BREVIS ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาเลยค่ะ อาจจะไม่ค่อยได้ตอบนะคะ ต้องขอโทษทุกคนที่มาเม้นด้วยค่ะ

Comments

INTHUCH
2 years ago
เขียนดี อ่านแล้วอยากไปนั่งฟังเพลงเลย
Reply
ClairDeLune
2 years ago
ขอบคุณจ้าา วันไหนว่างๆลองไปนั่งชิลนะ อาจได้เจอขาประจำที่ทัชมาวันนั้นแหละจ้ะ 😊👍
INTHUCH
2 years ago
น่าสนใจ
khaikung
2 years ago
งดงาม
Reply
ClairDeLune
2 years ago
ขอบคุณค่ะพี่ไข่ ครั้งหน้ามาอีกมั้ยคะ 😊
khaikung
2 years ago
เจอกันฮะ ป.ล.ความสัมพันธ์เปลี่ยนเป็นงานเขียนที่ทรงพลังได้เสมอจริงๆด้วยน้า
ClairDeLune
2 years ago
ตอนแรกก็โกรธค่ะ แต่ตอนนี้สงสารและเข้าใจพี่เขามากกว่า เขาแค่ต้องการเพื่อนและคนที่รักเขา แต่หนูตอบรับเขาไม่ได้จริงๆค่ะ 😊
yellowsmileyface
2 years ago
เราชอบร้านนี้เหมือนกันน :)
Reply
ClairDeLune
2 years ago
ว่างๆมาปล่อยปีศาจให้คุยกันนะคะ คงได้เจอกันซักวันค่ะ ;)
Peaterspan_
2 years ago
อ่านแล้วอยากบองไปสักครั้งเลยค่ะ5555
Reply
ClairDeLune
2 years ago
ลองมาดูซักครั้งนะคะ 😊 จะติดใจ 👍
Chartpaa
1 year ago
เขียนดี อ่าน 2 รอบเลย
Reply
ClairDeLune
1 year ago
ขอบคุณมากๆนะคะ ดีใจที่ชอบค่ะ ว่าง ๆ แวะมาเยี่ยมร้านเราได้นะคะ ^ ^