ช่วงเวลาของการแอบ 'ชอบ'

     
ช่วงเวลาของการแอบชอบ คือช่วงเวลาที่หัวใจเรากำลังพองโต การเขินตัวเป็นเกลียวไปวันๆมันก็ดูน่ารักดี ประหนึ่งเป็นเรื่องราวในความทรงจำ
     ฉันจำได้ว่า ฉันชอบเคยชอบรุ่นพี่คนหนึ่ง เค้าเป็นมือกีต้า เวลามีงานของโรงเรียน ฉันก็มักจะเห็นเขาขึ้นไปเล่นดนตรีอยู่เสมอ ฉันเจอเค้าครั้งแรกในตอนพักกลางวันที่หน้าร้านก๋วยเตี๋ยวของโรงอาหาร ซึ่งมีเค้ากับกลุ่มเพื่อนนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวหนึ่ง เขาสวมเสื้อฮู้ดผ้าร่มสีเหลืองเทา เท้าแขนทั้งสองข้างกับโต๊ะทานข้าว ฉันคิดว่าหน้าตาเค้าดึงดูดมาก ถึงจะไม่ได้โดดเด่น แต่ก็สามารถจดจำได้อย่างง่ายดาย และเกือบทุกเย็นเค้ากับพวกเพื่อนๆก็มักจะไปนั่งที่ประจำของเค้าในเวลารอกลับบ้าน ซึ่งพวกเราเรียกสถานที่นั้นว่า 'บ่อบำบัด' 

     คงจะแปลกที่เรียกชื่อสถานที่แบบนั้น แต่มันก็เป็นเหมือนชื่อที่เรียกจริงๆ

     เกือบทุกเย็นฉันก็มักจะเห็นเค้ากับเพื่อนๆนั่งอยู่ตรงนั้นเสมอ และพอฉันรู้ตัวอีกที สายตาของฉันก็เอาแต่มองหารุ่นพี่คนนั้นอยู่ตลอด ว่างจากช่วงเย็นก็จะคอยมองว่าเค้ามานั่งที่เดิมมั้ย จากนั้นก็จะทำเนียนเดินผ่านประหนึ่งตัวเองมาเดินเล่น ช่วงเวลานั้นเองที่ฉันกลับรู้สึกว่า 'ฉันได้แอบชอบเค้าเข้าให้แล้ว' 

     น่าเสียดายที่พี่เค้ากลับมีแฟน ทั้งขาว ทั้งสวย ทั้งน่ารัก แถมยังเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นด้วย ฉันนี่สู้อะไรไม่ได้เลยสักนิด 

     แต่ใครจะสนกันล่ะ

     มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ฉันได้เรียนตึกเดียวกันกับเค้า ฉันมักจะชอบแกล้งทำเป็นว่าเดินผ่านหน้าห้องที่เค้าเรียนอยู่บ่อยๆ เพียงเพราะแค่อยากเห็นหน้า น่าแปลกดีที่ใจฉันมันดันเต้นตึกตักทุกครั้งที่เห็นหน้าเค้า แถมเวลาเจอเค้าซึ่งๆหน้า ตัวฉันกลับเขินอายและมักจะวิ่งหนีไปซะงั้น ทว่าสิ่งที่น่าอายที่สุดก็กลับเป็นความซุ่มซ่ามของฉันเอง
 
     ใครๆก็อยากให้คนที่ชอบเห็นเราแค่ในมุมดีๆใช่มั้ยล่ะ แต่นั่นคงไม่ได้เกิดมาให้จอมซุ่มซ่ามอย่างฉันแสดงออก

     แต่ก็เอาเถอะ อย่างน้อยก็เป็นช่วงเวลาของการแอบชอบที่เข้ามาเติมสีสันในชีวิตวัยมัธยมของฉันแล้วกันนะ ฮ่าๆๆ

     เวลาล่วงเลยผ่านไปนาน ฉันก็จบมัธยมปีที่สาม ส่วนรุ่นพี่คนนั้นก็จบมัธยมปีที่หก ในมือของฉันถือช่อดอกไม้หน้าตาน่ารักกับโทรศัพท์ไว้ในมือ สายตาพลันกวาดหารุ่นพี่คุ้นหน้าที่เจอกันในพิธีบายศรีสู่ขวัญและช่วงของการแสดงความยินดี แล้วเค้าก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย จนกระทั่งงานแสดงความยินดีจบลง ทุกคนเตรียมเก็บของกลับบ้าน แต่ช่อดอกไม้ในมือฉันยังไม่ได้หายไปไหน

     ฉันหาเค้าไม่เจอ..

     ฉันยังคงกวาดสายตาหาเค้าอยู่นาน จนกระทั่งสายตาอันแหลมคมของฉันไปสะดุดอยู่กับร่างสูงที่กำลังเดินดุ่มๆออกจากรั้วโรงเรียนไปนั่งพักยังสถานที่ที่คนในโรงเรียนเรียกมันว่า 'ห้องสมุดรถไฟ' วินาทีนั้นแหละที่บอกให้ฉันรีบลากเพื่อนและเดินไปหาเค้า เพราะเกรงกลัวว่าจะไม่ได้เจอเค้าอีก

     ทุกย่างก้าวของฉันเต็มไปด้วยความยากลำบาก เมื่อมายืนตรงหน้าเค้า หัวใจกลับเต้นระรัว อยากหายไปจากตรงนี้ ฉันกำช่อดอกไม้ในมือแน่น ก่อนจะเอ่ยปากพูดกับคนที่นั่งอยู่

     "พี่ดรีมคะ.." ไม่จริงน่า ฉันพูดชื่อพี่เค้าออกไปแล้ว!
     
     คนที่นั่งอยู่เงยหน้าขึ้นมาพลางส่งยิ้มให้ พอฉันรู้ตัวอีกทีก็ยื่นช่อดอกไม้ในมือให้เค้าไปแล้ว 'จบแล้ว..ยินดีด้วยนะคะ' ฉันพูดคำนี้ในใจ รุ่นพี่ส่งยิ้มให้อีกครั้งพลางรับดอกไม้ในมือฉัน ทว่ากลับมีสิ่งหนึ่งที่ฉันต้องทำนอกเหนือจากนี้ก็คือ คำสั่งจากเพื่อนๆที่มอบให้สำหรับคนแพ้เกมอย่างฉัน มันเป็นเกมโง่ๆที่เรียกว่า 'เกมหักไม้' ซึ่งคำสั่งที่ได้รับมาก็คือ

     "ขอถ่ายรูปด้วยได้มั้ยคะ" 

     ใช่แล้ว..การไปขอถ่ายรูปกับคนที่ชอบ นั่นคือคำสั่งที่เพื่อนๆมอบให้ฉัน

     ฉันพูดไปทั้งๆที่หัวใจเต้นรัว ฉันไม่รู้ว่าใบหน้าของฉันตอนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง สิ่งที่ชัดเจนในความรู้สึกก็คือความเขินอายที่มีอยู่ ตอนนั้นถ้ามุดดินได้ฉันคงทำไปแล้ว

     รุ่นพี่พยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืนข้างๆฉัน สายตามองตรงไปยังกล้องโทรศัพท์ที่อยู่ในมือเพื่อนของฉันพร้อมกับรอยยิ้ม ผิดแปลกกับฉันที่ยืนกำกระดาษในมือแน่น ขณะที่เค้าขยับแขนมาชนกับไหล่ของฉันเพียงเล็กน้อย เหมือนหัวใจดวงน้อยๆกำลังพองโต เขินตัวเกร็งเพียงเพราะแค่ส่วนหนึ่งของร่างกายเค้าสัมผัสโดนแผ่นหลังของฉันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น


     จากวันนั้นถึงวันนี้เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปเกือบสี่ปี ฉันก็คงต้องขอบคุณ 'เกมหักไม้' โง่ๆนั่นที่ฉันแพ้มาล่ะนะ 
     
     สี่ปีผ่านไปรุ่นพี่เติบโต กลายเป็นคนที่ดูดี หล่อเหล่า เป็นเดือนคณะ ออกงานบ่อย ได้แต่งตัว และเมคอัพหล่อๆ การงานดูเหมือนจะรุ่งโรจน์ สิ่งที่ฉันสามารถทำได้ทุกวันนี้ก็คือการติดตามเค้าในโซเชียลมิเดีย ให้กำลังใจและคอยมองดูการเติบโตของเค้าอยู่ตรงนี้ ยอมรับเลยว่าปัจจุบันพี่เค้าดูดีขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก ไม่ว่าจะทั้งหน้าตาหรือหน้าที่การงาน และคงเป็นเพราะฉันไม่มีโอกาสได้เจอพี่เค้าอีกแล้ว มันเลยทำให้รูปนั้นเป็นรูปที่มีค่าและเต็มไปด้วยความทรงจำที่มีสีสันมากมาย

     เกือบสี่ปีที่ฉันยังคงเก็บรูปที่ถ่ายคู่กับเค้าไว้ในโทรศัพท์โดยที่ไม่ยอมลบออกไป ขอบคุณการแพ้เกมโง่ๆและการทำตามคำสั่งของเพื่อน ที่ทำให้ฉันได้มีรูปในความทรงจำของการแอบชอบใครสักคนครั้งแรกในโทรศัพท์เครื่องนี้

มีเพียงแค่รูปถ่ายเท่านั้น ที่เป็นเครื่องการันตรีความทรงจำว่า เหตุการณ์นั้นเคยเกิดขึ้นจริง แม้ว่าคนในรูปภาพจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม
SHARE
Writer
SiNuea
I still be me :)
ฉันจะเป็นคนที่แกหันมาเมื่อไหร่ก็เจอเองนะ

Comments