อีก 2 ปีเจอกันที่หมู่เกาะจาบอนดี่(ไม่เกี่ยวกับหัวข้อเลยแค่คิดถึงพื้นที่นี้เลยมา)
สตอรี่ มีมากมายหลายเรื่องราวบนโลกใบนี้ ทั้งที่ทุกคนปั้นสรรค์มันมากับมือ สร้างขึ้นเองและหรือ เกิดขึ้นเองโดยไม่ตั้งใจ มันล้วนแล้วแต่เป็นโชคชะตาของแต่ละคนในการก้าวข้ามผ่านเส้นทางเหล่านั้น ตัวข้าพเจ้าเอง หนึ่งปีผ่านไป มีอะไรเกิดขึ้นเยอะแยะไปหมด ปีที่แล้วจนถึงบัดนี้ เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกได้เลย นี่แหละชีวิต ไม่ได้มีแต่เรื่องเลวร้าย แต่มันผสมปนเปกันไปทั้งดีทั้งร้าย เรายืนอยู่ตรงจุดไหนของคำว่าดีร้ายกันน่ะ ไม่สำคัญอีกแล้วละมั้ง เพราะวันนี้เรื่องราวตลอดหนึ่งปี มันเต็มไปด้วยคำว่าชีวิตและหยาดน้ำตา ที่ไม่อยากให้สูญเสียไปเลยไม่ว่าจะอะไรก็ตาม..

คิดถึงพื้นที่นี้จังเลยแหะ
พื้นที่เล่าเรื่อง

ไม่ได้มาเขียนบ่อยๆเหมือนเมื่อก่อน จำได้ว่ามีปีก่อนนั้นที่เราทำ 365 วัน กับปี 366 วัน ดูแล้วก็บ้าบอดีน่ะ คนเรามันจะมีอะไรให้เล่าได้ตลอดทุกวันละ ถ้าไม่ได้ท่องเที่ยว ไม่ได้ออกเดินทางน่ะ ย้อนกลับไปอ่านบางทีก็ตลก แอบขำตัวเองไปด้วย แล้วไม่รู้ว่าคนที่ติดตามและเขียนไปทุกวันเหมือนกับเราตอนนี้เป็นไงบ้างล่ะน่ะ คุณแมวยังมีเรื่องราวเปลี่ยนแปลงเยอะไปหมดเลย แล้วคุณยิ้มเป็นไงบ้างล่ะเนี่ย ยังแวะเวียนมาแถวนี้มั้ยน่ะ หายกันไปเลยล่ะน่ะตั้งแต่ตอนนั้น ไม่รู้เป็นเรา หรือคนอื่นๆที่หล่นหายไป ... สงสัยพากันได้ดิบได้ดีหมดแล้วแน่เลย...

หนึ่งปีที่ผ่านมา...
ในแง่หนึ่ง เรา... ก็ยังคงเป็นคนที่ล้มเหลวอีกตามเคย ความมาดาโอะยังไม่เคยเปลี่ยนไปไหน แต่ในแง่หนึ่ง ความล้มมากมายจนถึงตอนนี้มันสอนให้เราได้รู้ว่า ระหว่างทางต่างหาก ความสุข คงอย่างนี่ละมั้งละลอกคลื่นความสุข ที่ยิ่งสุขเท่าไหร่สุดท้ายจะต้องแลกด้วยหยาดน้ำตามากเท่านั้น แต่โดยรวมแล้วไม่ได้แย่แล้วล่ะ คนเราถ้าไม่จมกับมัน โผล่ขึ้นเหนือน้ำได้เมื่อไหร่ก็สดชื่น เหมือนได้โดดลงสระแล้วผุดตัวขึ้นมา เย็นฉ่ำเสมอ นั่นแหละ 

ในเรื่องของหัวใจ เราคงสอบตก ไม่เคยใช่สักครั้งที่มอบหัวใจให้ใคร 

ในเรื่องของการเรียนรู้ ไม่แน่ใจว่าเรียนแล้วใช้ได้มั้ย เพราะเรียนไม่เคยจบ ทั้งที่หลายอย่างนำมาใช้ในชีวิตได้ แต่กลับไม่อาจทำให้เราคว้าใบจบได้สักครั้ง ก็น่าฉงนนัก

ปีที่แล้วจับพลัดจับพลูไปอยู่กับองค์กรรถ ยนตกรรม ยี่ห้อหนึ่ง ได้ตำแหน่งงานโฆษณามาก็เหมือนส้มหล่นน่ะ แต่ไม่รู้ส้มดีหรือส้มเสียกันแน่ เพราะแลกกับค่าแรงแล้วมันน้อยนิดมากกับการต้องอดหลับอดนอน ต้องยอมทนดูถูก ด่าทอ สุดท้ายเลือกที่จะลาออกมาหาที่สบายใจแทน ย้ายมาอยู่กับงานที่ไม่ต้องใช้หัว ไม่ต้องใช้สมอง ไม่ต้องปันสีหน้า ไม่ต้องแบกยศแบกตำแหน่งมาอวดกัน แม้เงินเดือนมันจะน้อยกว่าเดิม แต่อยู่แล้วสบายใจน่ะ คุณพี่

เพราะงั้นแหละ เลยเอาเวลาไปอยู่กับหน้างานซะจนตกเย็นก็เหน็ดเหนื่อย ดูหนัง ฟังเพลง หลับ 
วนอยู่แค่นี้แหละ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น.. 

ในอีกแง่หนึ่ง ได้พบเจอผู้คนหลากหลาย เพื่อนที่ทำงาน คนที่อยู่รอบตัวเรา ล้วนเป็นเรื่องราวที่ดี 
เล่าไม่หมด ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะเล่าจากตรงไหน และไปต่อที่ไหน จบลงที่ใด เอาเป็นว่า รสชาติชีวิต มันดีมากเลยน่ะ...

ทุกคนอาจมีความฝัน และเราต่างวิ่งตามหาฝัน 
ทุกคนไคว่คว้าเพื่อให้ได้มาซึ่งความฝันนั้น 
แต่หลายครั้งที่ฝันก็เป็นแค่ฝัน 
แต่จะมีบางครั้ง ที่ฝันก็เป็นจริงได้
แม้จะมีโอกาสแค่ 1% ก็ตาม...
... "นี่ใช่หนึ่งเปอร์เซ็นที่นายบอกมั้ย" โทนี่ กล่าวถามสเตรนจ์ 
"งั้นเราแยกย้ายกันไปฝึก อีกสองปีเจอกันที่หมู่เกาะ จาบอนดี่" โทนี่ไม่ได้กล่าวไว้
SHARE
Writer
ELThanaphat
writer
ข้าพเจ้าว่า ชีวิตมันมีอะไรมากมายนะ เล่าได้ไม่รู้จบ ทั้งดีร้าย แต่บางทีเรื่องเหล่านั้นอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น มากกว่าที่คิดไว้ก็ได้

Comments

niji
4 months ago
คิดถึงพื้นที่นี้เหมือนกัน
Reply
niji
4 months ago
ก่อนหน้านี้อยากจะเขียนแต่ไม่ได้เขียนเพราะเฟซปิดไป แล้วล็อกอินเข้าไม่ได้ หาทางอยู่นาน ได้ทางแอดมินสตอรี่ลอกแก้ให้ อิอิ
ELThanaphat
4 months ago
ดีจัง ^^
ELThanaphat
4 months ago
ต้องกลับมาเขียนกันแล้วล่ะ