ผู้เฒ่าถือไม้เท้านำทาง กับความปรารถนาที่แท้จริง
ณ.อาณาจักรอันไกลโพ้น


ดินแดนแห่งนี้มีของวิเศษมากมายที่สามารถแลกเปลี่ยนได้ด้วยเงิน

มีหลอดโปร่งใสที่สามารถให้แสงสว่างได้ มีกล่องที่สามารถให้ความร้อนเพื่ออุ่นอาหารได้ 
มีหน้าจอตั้งโต๊ะที่สามารถรับสัญญาณแล้วฉายภาพออกมาเป็นภาพยนตร์ ละครได้

ดินแดนที่เต็มไปด้วยของวิเศษเช่นนี้ 
ก็ยังคงมีตำนาน และเรื่องเล่าที่ชวนให้เหล่าหนุ่มสาวเพ้อฝันอยู่ นั้นคือ 
ตำนานหนทางสู้ความปรารถนาที่แท้จริง
ว่ากันว่าความปรารถนาที่แท้จริงนั้นสามารถทำให้เราได้ครอบครองทุกสิ่งอย่างที่เราต้องการได้

ตามตำนานกล่าวไว้ว่า ผู้ที่ต้องการจะหามันให้เจอ ต้องได้พบกับผู้เฒ่าถือไม้เท้านำทางก่อน แล้วท่านจะใช้ไม้เท้านำทาง ชี้ทางให้เราไปตามหาความปรารถนาที่แท้จริง...แต่ยังไม่เคยมีใครได้พบมันเลย

นานวันเข้าผู้คนในโลกนี้ก็เลิกสนใจตำนาน คิดว่ามันคงเป็นเรื่องที่ผู้เฒ่าผู้แก่ แต่งขึ้นมาเพื่อหลอกเด็ก หลอกให้เหล่าเด็กน้อยจินตนาการแล้วออกตามหามัน

แต่ใช่ว่าทุกคนจะเลิกสนใจ 

ยังมีเด็กสาวผู้มีความฝันออกตามหามันอยู่ เธอต้องการที่จะได้ครอบครองมัน เธอจะใช้ความปรารถนาที่แท้จริงบันดาลความสุขให้คงอยู่กับเธอตลอดกาล

เธอจึงออกเดินทางตามหาผู้เฒ่าถือไม้เท้านำทาง เพื่อที่จะให้เขาชี้แนะเส้นทางให้เธอได้พบกับความปรารถนาที่แท้จริง

เธอตามหามันทุกที่ ตามหาโดยที่ไม่มีเบาะแสใดๆ เธอมีแต่ความเชื่อ เธอเชื่อว่า มันจะต้องมีจริงอย่างแน่นอน

น่าแปลกใจ
ที่โลกใบนี้มีของวิเศษอยู่แล้วมากมาย
กลับไม่มีของวิเศษชิ้นไหนเลยที่จะพาเธอไปพบกับความปรารถนาที่แท้จริงได้

เธอเดินทางคนเดียวแม้จะเหนื่อยบ้าง ท้อบ้าง แต่เธอก็ไม่เคยถอย



และแล้ววันหนึ่ง
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความบังเอิญหรือเป็นเพราะความพยายามของผู้ที่ไม่ย่อท้อกันแน่

ในที่สุดก็ได้พบกับผู้เฒ่าถือไม้เท้านำทาง

ทำไมถึงรู้ว่าเป็นผู้เฒ่าคนนี้ ...

คงเพราะว่าสัญชาตญาณ
ความรู้สึกมันบอกมา
เวลาที่เราตามหาอะไรสักอย่าง
มาอย่างยาวนาน
แม้จะไม่เคยเห็นมันมาก่อน
แม้จะไม่ได้คิดไว้ก่อนหน้านี้ว่า
รูปร่างของมันจะเป็นอย่างไร
แต่เมื่อเราได้พบแล้ว
ใจของเรามันจะบอกเองว่าใช่

เธอพบผู้เฒ่าท่านนี้นั่งอยู่ที่เก้าอี้ไม้หน้ากระท่อมหลังเก่าบริเวณเนินเขา


ในมือของเขาถือไม้เท้าเก่าๆอันหนึ่ง ไม่ใช่ไม้เท้าวิเศษที่สามารถพับเก็บได้ เป็นแค่ไม้ธรรมดา

เธอเดินเข้าไปใกล้ผู้เฒ่า 

เห็นว่าแกกำลังหลับอยู่ ใบหน้าของผู้เฒ่าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นแต่เขามีรอยยิ้มที่ดูแล้ว สบายใจที่สุดบนโลกอยู่ เขายังไม่ตื่น

เธอไม่อยากรบกวนเขาจากการหลับไหล
จึงนั่งรอเวลาผู้เฒ่าเขาตื่นขึ้นมาเอง


...ผ่านมาแล้วสิบนาทีผู้เฒ่ายังไม่ตื่น

เธอเป็นเด็กใจร้อนและไม่ชอบการรอคอย จึงเดินชมกระท่อมของผู้เฒ่า

ภายในกระท่อมนั้น ไม่มีของวิเศษใดๆเลย ไม่มีจอแสดงภาพวิเศษ ไม่มีกล่องให้ความร้อน ไม่มีหลอดโปร่งแสง ไม่มีของอำนวยความสะดวกที่บ้านหลังอื่นๆมีกันเลย

ระหว่างที่เธอกำลังสืบค้นอย่างเมามันตามประสาเด็กอยากรู้อยากเห็น

ก็ได้ยินเสียงเรียกเธอ

ผู้เฒ่า: มาทำอะไรที่นี่หรอหนู ?

เธอสะดุ้งตกใจ เพราะผู้เฒ่าเข้ามาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง

เด็กสาว: คุณผู้เฒ่า!! ตกใจหมดเลยค่ะ

ผู้เฒ่า: ให้ปู่ช่วยหาไหมหนู เห็นเสาะหาใหญ่เลย ท่าทางจะลำบากนะ
ที่นี่บ้านปู่เองถ้าให้ปู่ช่วยหามันน่าจะง่ายกว่าหนูสืบค้นเองนะ

เด็กสาว: ขอโทษค่ะ ที่ถือวิสาสะเข้ามาก่อนได้รับอนุญาต

ผู้เฒ่า: ไม่เป็นไรหนู ...แต่ที่นี่ไม่มีอะไรที่หนูต้องการหรอกนะ

เด็กสาว: มีสิคะ คุณปู่คือผู้เฒ่าถือไม้เท้านำทางใช่ไหมคะ...

ผู้เฒ่ายิ้มให้กับคำถามนั้นและพูดว่า หนูมาตามหาความปรารถนาที่แท้จริงใช่ไหม?

เด็กสาว: ใช่ค่ะ!! คุณปู่รู้ใช่ไหมคะว่ามันอยู่ที่ไหน

ผู้เฒ่า: อืมมม....ไม่ได้ยินคนถามคำถามนี้มานานมากแล้วจริงๆ ปู่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนนะ

เด็กสาว: !!! ที่ไหนคะ? คุณปู่พอจะบอกหนูได้ไหมคะ

ผู้เฒ่า: ได้สิ... มานั่งคุยกันก่อนนะ

แล้วเด็กสาวกับผู้เฒ่าก็นั่งคุยกันถึงความปรารถนาที่แท้จริง

ผู้เฒ่า: ก่อนที่ปู่จะบอกว่ามันอยู่ที่ไหน ปู่ขอถามคำถามหนูสักข้อได้ไหม

เด็กสาว: ได้สิคะ...ปู่จะถามอะไรหรอ?


สิ่งที่หนูอยากได้ที่สุดคืออะไร ?

เด็กสาว: ก็ความปรารถนาที่แท้จริงไงคะ

ผู้เฒ่า: หนูคิดว่ามันทำอะไรได้บ้างหรอ ?

เด็กสาว: ......ก็คงทำได้ทุกอย่าง มันคงสามารถสร้างเงินขึ้นมาให้เราได้ สร้างบ้านหลังใหญ่ สร้างกลิ่นหอม สร้างความรัก สร้างเพื่อนแก้เหงา สร้างความบันเทิง สร้างของเล่น สร้างของหวาน สร้างสุนัข สร้างแมว สร้างชุดสวยๆ สร้างของกินเยอะๆ สร้างผักเยอะๆ สร้าง... สร้าง..... สร้าง ...........

ผู้เฒ่า: เดี๋ยวๆ พอก่อนหนูเยอะไปแล้ว ใจเย็นๆนะ เป็นเด็กที่มีความต้องการสูงจริงๆ

เด็กสาว: แล้วความปรารถนาที่แท้จริงมันสร้างทั้งหมดนี่ไม่ได้หรอคะ

ผู้เฒ่า: มันขึ้นอยู่กับหนูนั้นแหละ

เด็กสาว: ......หมายความว่ายังไงหรอคะ

ผู้เฒ่า: ยังไม่เข้าใจสินะ งั้นหนูคงต้องได้เห็นเองแล้วนั้นแหละ

จากนั้นผู้เฒ่าก็ลุกขึ้น ใช้ไม้เท้าชี้ไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างจากกระท่อมหลังนี้พอสมควร

ผู้เฒ่า: มันอยู่ที่ใต้ต้นไม้นั้นลองไปหามันดู

เด็กสาวกล่าวขอบคุณผู้เฒ่าแล้ววิ่งไปที่ใต้ต้นไม้เพียงลำพังอีกครั้ง

เมื่อมาถึงใต้ต้นไม้นี้แล้ว 
... ว่างเปล่า
เธอเดินดูรอบต้นไม้อย่างละเอียดแล้วก็ไม่พบอะไร

ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ผู้เฒ่าคนนั้นต้องหลอกเธอแน่ๆ หลอกให้เธอวิ่งมาเพื่อที่จะเก็บความปรารถนาที่แท้จริงไว้คนเดียว

เธอจึงพูดด้วยความเจ็บใจว่า
เจ็บใจนัก จะถอนหงอกตาเฒ่านั้นให้ไม่เหลือเลย

สิ้นประโยคนั้นเธอก็ได้ยินเสียงเรียกจากข้างหลัง เป็นเสียงเดียวกับที่กระท่อมหลังนั้น

เป็นยังไงบ้างละหนู
เจอความปรารถนาแล้วใช่ไหม


เด็กสาว: เอ๊ะ!! มาตั้งแต่เมื่อไรปู่?

ผู้เฒ่ายิ้มไม่พูดอะไร

เด็กสาว: ไม่เห็นจะมีอะไรอยู่เลยปู่ ต้องการจะกวนประสาทหนูหรอ ?

ผู้เฒ่า: เมื่อกี้มันอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้มันไปที่อื่นแล้ว

เด็กสาว: หมายความว่าไง ?

ผู้เฒ่า: เมื่อสักครู่นี้ หนูปรารถนาจะมาที่ใต้ต้นไม้นี้ พอหนูมาถึงแล้วหนูได้ตามความต้องการแล้วมันก็ว่างเปล่าใช่ไหม แล้วหนูก็ปรารถนาสิ่งใหม่คือหงอกของชายเฒ่าผู้นี้

เด็กสาว: ??? งั้นหมายความว่าความปรารถนาที่แท้จริงมันไม่มีมาตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหมคะ ที่หนูเดินทางตามหามันมาทั้งหมดเพื่อที่จะมาให้คนแก่หลอกเล่นอย่างงั้นหรอคะ 


ใจร้ายมากเลยค่ะ

ผู้เฒ่า: ไม่ใช่อย่างนั้น ตำนาน ผู้เฒ่าถือไม้เท้านำทางกับความปรารถนาที่แท้จริงนั้นมีอยู่จริงและไม่ได้โกหก

เด็กสาว: แล้วอยู่ไหนละคะ ไหนบ้านของหนู ไหนเงินของหนู ไหนน้ำหอมของหนู ที่นี่มีแต่ความว่างเปล่า

ผู้เฒ่า: ใจเย็นๆก่อนนะ ตำนานนั้นได้บอกหรือเปล่าว่าจะได้ทันที ตำนานแค่บอกไว้ว่าผู้เฒ่าและไม้เท้าจะชี้ทางไปสู่ความปรารถนาที่แท้จริง

เด็กสาว: ......แล้วมันทางไหนละคะ หนูเหนื่อยเหลือเกินค่ะ ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้หนูคงไม่ตามหามันตั้งแต่แรก

เด็กสาวนั่งก้มหน้ากอดเข่า เธอร้องไห้ เธอสิ้นหวังเพราะเธอไม่ได้เจอสิ่งของที่อยากได้เลยสักอย่างเดียว

ผู้เฒ่าเดินมานั่งข้างๆบอกกับเธอว่า

ผู้เฒ่า: ไหนลองบอกของที่ต้องการตอนนี้มาสักอย่างหนึ่งสิ

เด็กสาว: คุณจะหามาให้หรอคะ

ผู้เฒ่า: บอกมาเถอะที่ต้องการที่สุดตอนนี้

เด็กสาว: กระดาษทิชชู่ค่ะ น้ำตาเต็มหน้าหนูไปหมดแล้ว

ผู้เฒ่า: มันอยู่ในกระเป๋าที่ปู่นำมาด้วย เดินไปหยิบมันเองสิ

เด็กสาวเดินไปหยิบกระดาษทิชชู่ในกระเป๋าของผู้เฒ่า

...กระเป๋าใบนั้นอยู่ใกล้กับผู้เฒ่าทำไมเขาถึงไม่หยิบมาให้ ?

เด็กสาวใช้กระดาษทิชชู่ซับน้ำตา




แล้วผู้เฒ่าก็พูดขึ้นมาว่า

ผู้เฒ่า: ได้สมปรารถนาหรือยังละ

เด็กสาว: เอ๊ะ!! ได้จริงๆด้วย

ผู้เฒ่า: ความปรารถนาเมื่อมาถึงแล้วมันก็ว่างเปล่า และจากนั้นเราก็จะปรารถนาใหม่ สิ่งที่จะนำมาซึ่งความปรารถนาที่แท้จริงนั้นคือ 
การเดินทางตามหามันเอง

เด็กสาวตัวน้อยๆ หนูมีขาสั้นแค่นี้

หนูจะมองก้าวที่ไกลไปทำไม หนูค่อยๆคิด เท่าที่ก้าวของหนูจะไปไหวดีกว่าไหม?


ถ้าหนูยังเดินทางอยู่ 
หนูยังตามหามันอยู่ 
การเดินทางจะทำให้หนู
สมความปรารถนาเอง 



ที่วันนี้หนูท้อเพราะหนูมองก้าวที่มันยาวเกินไป 

หนูหวังปราสาททั้งที่ตอนนี้กระท่อมของตัวหนูเองยังไม่มีเลย 

หนูมองก้าวสั้นๆก่อนดีกว่าไหม? 


คิดแค่จะทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีกว่าก็พอ

หนูไม่ต้องมองว่าที่ทำอยู่เมื่อไรมันจะยิ่งใหญ่ เมื่อไรกระท่อมมันจะกลายเป็นปราสาท 

หนูค่อยๆดูแลกระท่อมให้ดี 
ทำกระท่อมให้แข็งแรง เมื่อหาอิฐหาปูนได้แล้ว หนูก็ค่อยนำมันมาต่อเติมเป็นบ้าน ทำต่อให้เป็นบ้านหลังใหญ่ ต่อเติมไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นปราสาท

ถ้าหนูคิดแบบนี้ 
หนูมองแบบนี้มันก็จะไม่เหนื่อยไม่ท้อค่อยๆเดินทางไปเรื่อยๆ 

หนูก็จะได้ความปรารถนาที่แท้จริงมาอยู่ในมือ ด้วยการเดินจากก้าวสั้นๆของหนูนั้นแหละ

เด็กสาว: ถ้าอย่างนั้น...ทำไมตำนานต้องให้หนูมาตามหาชายเฒ่าขี้โกหกแบบคุณด้วยคะ

ผู้เฒ่าหนุ่มสาวนั้นรีบร้อน เอาแต่มองความสำเร็จ ไม่ได้มองถึงหนทางสู่ความสำเร็จ ตั้งภาพปราสาทที่สวยงาม คิดถึงภาพที่หอมหวานทั้งที่ตรงหน้านี้ยังทำให้ดีไม่ได้เลย

จึงต้องให้หนุ่มสาวเดินทางมาพบผู้เฒ่า ให้ผู้เฒ่าได้ใช้ไม้เท้าชี้ทาง ได้สั่งสอน ถ้าดื้อๆ หน่อยก็คงต้องใช้ไม้เฒ่าเขกกระโหลก แต่หนูฉลาดคงเข้าใจได้แล้วใช่ไหม?

เด็กสาวยิ้มแล้วตอบผู้เฒ่าว่า 

เข้าใจแล้วค่ะหนูจะทำตรงนี้ให้ดี เดินต่อไปเรื่อยๆ แล้วหนูก็จะได้ความปรารถนาที่แท้จริงมาอยู่ในมือ

ตอนนี้ตะวันกำลังตกดิน ท้องฟ้าเป็นสีแดง ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า

ผู้เฒ่า: กลับบ้านเถิดหนูเดินต่อไปข้างหน้า หนูอยากได้อะไร ปรารถนาสิ่งใดก็จงเดินตามหามันนะ

เด็กสาว: ขอบคุณมากค่ะ ผู้เฒ่า...

เธอหันหลังให้กับต้นไม้ และกำลังเดินออกจากเนินสูงนี้กลับไปใช้ชีวิตของตน

แต่ฉุกคิดขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ถามชื่อของผู้เฒ่าเลย เธอจึงหันหลังกลับไปเพื่อที่จะถามชื่อของเขา

แต่เมื่อหันกลับไปก็เห็นเพียงแต่ไม้เท้าที่วางอยู่ที่พื้นไม่พบตัวผู้เฒ่าแล้ว

เด็กสาว: ผีหลอกกกกกก~
แล้วเธอก็รีบวิ่งหนีจากเนิ่นเขานี้ไป และไม่คิดจะมาที่นี่อีกเลย

เธอไม่ทันได้เห็นว่า
มีข้อความหนึ่งถูกสลักเอาไว้ที่ต้นไม้
ข้อความนั้นเขียนว่า

ผมส่งคุณตรงนี้นะ ลาก่อน

SHARE
Written in this book
นิทานจากฉัน
เขียนไว้อยากให้คุณได้อ่าน

Comments

Lazyer
1 year ago
แต่งได้ดีมากเลยค่ะ อ่านแล้วรู้สึกได้อะไรกลับมาสอนใจตัวเองค่ะ👍
Reply
TheWatercat
1 year ago
ขอบคุณครับ
LC_kkkkk
1 year ago
แต่งต่อไปนะคะ ให้ข้อคิดดีมากๆค่ะ🍀
Reply
TheWatercat
1 year ago
ขอบคุณครับ