บางคนเกิดมาเพื่อไม่ได้เป็นนางเอก
วันนี้ฉันได้เข้าไปส่องดูชีวิตของรุ่นน้องที่มีความสามารถทางด้านการร้องเพลงสูงมากคนหนึ่ง เราเจอกันครั้งแรกเมื่อราวๆ 7 ปีที่แล้ว ก่อนที่ฉันจะได้ย้ายเข้าเรียนที่คณะดนตรีที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง น้องเป็นเด็กประกวดมาหลายต่อหลายเวที เป็นคนที่มีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ สามารถร้องเพลงที่ทรงพลังได้เพียงแค่อายุราว 10 ขวบ เป็นเด็กที่มีพระพรพิเศษคนหนึ่ง น้องมาตามไลค์อินสตาแกรมฉันอยู่ช่วงหนึ่งแล้ว วันนี้ฉันเลยถือโอกาสลองกดเข้าไปส่องดูน้องเค้าบ้าง...


ปรากฏว่า... น้องมาเข้าคณะดนตรีที่มหาวิทยาลัยเดียวกับฉันแล้ว

น่าแปลกดีที่ความรู้สึกแรกของฉันคือคำว่า
“นางเอก กับตัวประกอบ”


เพราะเมื่อ 7 ปีที่แล้วที่เราเจอกันครั้งแรก เราเข้าค่ายละครเพลงกับทางครูชาวอเมริกัน มีการแสดงชุดหนึ่งที่ฉันกับน้องออดิชั่นจนเหลือสองคนสุดท้ายเพื่อลุ้นว่าใครจะได้รับท่อนโซโล่นี้ไป และสุดท้ายน้องก็ได้ไป ซึ่งฉันก็เสียใจแต่ก็ยอมรับได้เพราะน้องร้องได้ดีมากจริงๆ ในหลายปีมานี้น้องมีผลงานประกวดทั้งในไทยและในต่างประเทศอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน 


“เธอก็เลยรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวประกอบทั้งๆที่เธอได้รับบทบาทให้อยู่ในทุกชุดการแสดงแต่ไม่ได้ร้องโซโล่” 

“ใช่...” ฉันตอบเสียงค่อย
“บางคนเกิดมาเพื่อไม่ได้เป็นนางเอกนะเธอรู้ไหม?”ทีน่าบอกกับฉัน

“เธอหมายความว่ายังไง?” ฉันเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย ในใจก็ฝ่อลง คือฉันไม่ใช่นางเอก เป็นไม่ได้สินะ... ฉันมันแย่สินะ...

“นั่นไง! คิดเอง!” ทีน่าดุ “ใครบอกไม่ได้เป็นนางเอกแล้วแย่! เธอจะบ้าหรอ? ละคร หนัง มันจะเล่นได้ไหมถ้ามันไม่มีตัวละครตัวอื่น! หา!!!!!” ทีน่าโวยวาย

“ใจเย็นๆๆๆ” ฉันหยุดคนตรงหน้าให้สงบลง

“เธอเคยเห็นนักแสดงบางคนไหม ที่ไม่ว่าจะเล่นกี่เรื่องก็เป็นเพื่อนนางเอกเสมอ”

“เธอหมายถึงนางรองหนะหรอ?”

“นั่นมันภาษาที่เค้าใช้กัน... แต่เอาจริงๆนะ” ทีน่ายื่นหน้าเข้ามาใกล้ฉัน “สำหรับฉันพวกเค้าทุกคนคือนักแสดง และพวกเค้าก็คือตัวเอก”

ทีน่ายังคงพูดต่อ “แล้วเธอสังเกตไหมว่า... คนพวกนี้จะอยู่ในแทบทุกเรื่องเลย!”

“อืม!”

นั่นสินะ ย้อนกลับไปในสมัยนั้นที่ต้องมีการแบ่งสายแสดง ด้านการขับร้อง ด้านการแสดง และด้านการเต้น ฉันโดนจับวางให้อยู่ทุกชุดการแสดงเลย และมันก็เป็นอย่างนี้มีตลอด

“เห็นอะไรไหม?”

“เห็นอะไร?” ฉันยังคงสงสัย

“คิดสิคิดๆโยงเข้ากับเรื่องที่เธอจิตตกในวันนี้หน่อยซิ้!!!!” ทีน่าโอดครวญ

“อ๋อๆ!” ฉันพยักหน้าหงึกๆแล้วก็พลางคิดตาม

ทีน่าฉีกทาโร่ชีสกินก่อนจะพูดต่อ “ฉันว่าคนพวกนั้นหนะคือหนึ่งในตัวเอกที่ทำให้เนื้อเรื่องสนุกและน่าสนใจ แถมยังช่วยชูโรงพระกับนางในเรื่องด้วยซ้ำไป”

ฉันพยักหน้าถาม “ฉันเข้าใจแล้ว! อย่างบทพวก พ่อ แม่ หรือบรรดาสาวใช้ในบ้านก็สำคัญมากเลยสินะ!”

“ว่าแต่...” ฉันหยุดไป... “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเรื่องชีวิตฉันหละ?” ฉันยังคงตะขิดตะขวงในใจ “มันคนละเรื่อง...”

“มันเรื่องเดียวกัน!” ทีน่าสวน

“เธออาจคิดว่าเธอเป็นตัวประกอบ แต่ในชีวิตของตัวเธอนั้น เธอเป็นนางเอก แล้วคนอื่นๆในชีวิตเธอจะไม่ให้ความสำคัญกับพวกเค้าหรือไง พวกที่เธอจำกัดความว่าเป็นตัวประกอบหนะ... หืม? อย่างลุงที่คอนโดที่คอยเปิดประตูให้หนะ ถ้าไม่มีแกพวกเราก็ลำบาก... นั่นหนะก็คือตัวประกอบในชีวิตเรา แล้วสำคัญไหม?”

“สำคัญสิ!”

“เข้าใจแล้วใช่ไหมหละ?” ทีน่าหาวฝอดใหญ่ “จะไปนอนแล้ว”

“อย่าเพิ่งสิ ฉันยังไม่อยากไปนอนเลย” ฉันท้วง “แล้วเคทหละ?”

“รายนั้นปล่อยให้อยู่กับโลกน้ำแข็งแห้งไปเถอะ!”

“ทำไมต้องน้ำแข็งแห้งหละ?”

“น้ำแข็งธรรมดามันยังเอามาผสมน้ำกินได้หนะสิ!” ทีน่ากล่าวเสียงเย็นชา

เช้าวันรุ่งขึ้นก็มีกระดาษแปะอยู่ที่ตู้เสื้อผ้า

น้ำแข็งแห้ง (อังกฤษ: dry ice บ้างใช้ว่า cardice) เป็นคาร์บอนไดออกไซด์รูปของแข็ง ใช้เป็นสารหล่อเย็นเป็นหลัก ประโยชน์มีทั้งอุณหภูมิต่ำกว่าน้ำแข็งธรรมดาและไม่เหลือสิ่งตกค้าง (นอกเหนือจากน้ำค้างแข็งเล็กน้อยจากความชื้นในบรรยากาศ) มีประโยชน์ในการรักษาอาหารแช่แข็งในที่ซึ่งไม่มีการทำความเย็น (จาก วิกิพีเดีย) 

ป.ล. เอาตรงๆก็ควรกินน้ำอุณหภูมิห้องนะจะดีต่อสุขภาพมากกว่านะ 
- เคท

Photo Cr: https://pin.it/muwfij242eg2p5




SHARE
Written in this book
The Sisters’ Diary บันทึกของน้องและพี่ เทอร์รี่และทีน่า
บันทึกประจำวันของสองพี่น้องที่แฝงไปด้วยคำถามบางอย่างของชีวิตผ่านเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา Photo: https://pin.it/p77a3f3z4g2idk
Writer
terrytaksintaweesap
Artist
วาดรูปและขีดเขียนและบางวันก็อาจจะร้องเพลง

Comments