ลุยเดี่ยว เที่ยวเชียงใหม่ TheEnd EP.4
มาต่อแล้วจ้าาาา EP.4 ตอนสุดท้ายแล้ววววว 
   วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเราแล้วน๊า หลังจากตื่นนอนเราก็จัดแจงทำธุระ เก็บสัมภาระลงกระเป๋า พร้อมลุยต่อก่อนกลับบ้านเฮาาา เราเช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก ประมาณ 9 โมง เราเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่สถานีรถไฟ อ้อ!! ที่สถานีรถไฟเชียงใหม่มีบริการรับฝากสัมภาระนะจ๊ะ คิดเป็นชั่วโมง ถ้าเราจำไม่ผิด ชั่วโมงละ 20 บาทไทย หลังจากจัดแจงฝากข้าวของเป็นที่เรียบร้อย เราก็เดินไปที่รถแดง ซึ่งจังหวะดีของเราที่เจอนักศึกษามช.ชาวจีนกำลังจะนั่งรถเข้าเมือง เราก็เลยตีเนียนขึ้นไปด้วย แต่เราก็ยังแอบไปถามลุงว่า ลุงคะจอดนิมมานซอย 17 ให้หนูทีนะ แต่ด้วยความที่เราก็ลืมบอกลุงไงว่าจะไปร้านคั่วไก่นิมมาน ที่เค้าลือนักลือหนาจัดว่าเด็ดในย่านนี้ เราก็เลยต้องเดิน และเดินเจ้าค่ะ เดินไปเถ๊อะ ร้อนจริงอะไรจริง โชคดีที่เดินไม่ไกลมาก (แต่หล่อนบ่นเหมือนเดินไกลนะยะ อิอิ) และแล้วเราก็มาถึงจ้า "ร้านคั่วไก่นิมมาน" มาถึงแล้วบรรยากาศโดยรวมใช้ได้ แต่กะจะนั่งข้างในตากแอร์เย็นๆซะหน่อย คนดันเยอะ เลยนั่งข้างนอกเลยจ้า ไม่เป็นไรพัดลมมี เอิ้กๆ เราก็จัดเมนูซิกเนเจอร์ที่เค้าพากันรีวิวว่าอร่อยโน่นนี่นั่นมาลอง นั่นก็คือ เมนูคั่วไก่นิมมานกะทะร้อน ถามว่าอร่อยไหม เราว่าอร่อยมากเลยล่ะ ไม่รู้เพราะหิวไหม รสชาติหน้าตาจะคล้ายๆกับผัดซีอิ๊ว แต่เสริพมาแบบจานกะทะร้อนๆ อร่อย
เหาะ แถวซอย 17 คาเฟ่ชิลๆเยอะเว่อร์ ร้านสวยๆน่านั่งก็เยอะ แต่เรากลับรู้สึกชอบแบบดอยปุยมากกว่า หลงรักป่าเขา หมอกและธรรมชาติ ฮ๊าาาาาา ฟินเว่อร์ 
     หลังจากกินจนอิ่ม เราก็แบกเป้น้อยหอยสังข์สีแดง เดินต่อจ้า ก็ไปแวะร้านพี่โน๊ตอุดม   ร้านIberry Garden ซึ่งก็ร่มรื่น แล้วก็เมนูเยอะแยะเลย แต่เราไม่ได้สั่งหรอก คืออิ่มไง แค่เดินแวะมาชม ก็เข้าไปดูของฝาก แล้วก็เดินวนๆดูบรรยากาศรอบๆร้านเราก็กลับ แต่เรามีอีกที่ ที่จะไปก่อนกลับ เราไปแวะ One nimman ก่อนกลับซึ่งเป็นศูนย์การค้าที่ น่าสนใจอยู่พอสมควร มีร้านอาหาร มีโซนงานแฮนเมคที่เราสามารถไปทำเองได้ด้วยนะเออ อย่างเช่น ทำกล่องดนตรีด้วยตัวเอง มีงานเครื่องประดับแฮนเมคน่ารักๆ กรุ๊งกริ๊งมากมาย มีโซนของฝาก เราก็เดินๆไปหาซื้อของฝาก หลังจากเดินดูจนสมใจอยาก ก็ได้เวลากลับจริงจัง เราก็เลยเรียกพี่แก๊บอีกเช่นเคย ราคาพอรับได้ ไม่แพงมาก ถ้าจำไม่ผิดประมาณไม่ถึง 100 บาทไทย มารับถึงที่จ้า รอบนี้เป็นแก๊บพี่ผู้หญิงขับ ก็โอเครนะคะ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเราก็มาถึงสถานีรถไฟ พอมาถึงเราก็ไปเอาสัมภาระ มานั่งรอ ซึ่งรอบกลับของเราออกตอน 17:00 น. มีนักศึกษามาให้เราทำแบบสอบถามช่วยระหว่างรอ พอใกล้เวลาเราก็ขึ้นไปนั่งรอบนขบวนรอบนี้ได้นอนเตียงล่าง ระหว่างที่ยังไม่มืดเราก็ยังได้นั่งแบบปกติ ซึ่งบรรยากาศตอนช่วงเย็นนี่ก็ฟินพอๆกับช่วงเช้าเลยนะคะ พอเวลาทุ่มตรง พนักงานก็มาเคลียเตียงให้ นอนข้างล่างก็จะรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย แต่มีหน้าต่าง เอาจริงๆพอมืดก็มืดเลยมองไม่เห็นอะไร แต่ก็ชอบดีนะคะ รอบนี้หลับยาวๆไปค่ะ ตื่นมาอีกทีตี 5 มาล้างหน้าแปรงฟัน รถไฟก็ถึงหัวลำโพงประมาณ 6 โมงพอดี     มันเป็นประสบการณ์ดีๆที่ไม่มีใครคิดว่าคนอย่างเราเนี่ย จะกล้า แต่เราก็ไปลองมาแล้ว นี่แค่พึ่งจุดเริ่มต้น เราตั้งใจไว้แล้วยังไงต้องมีทริปลุยเดี่ยวอีกแน่นอน ขอบคุณทุกคนที่ติดตามอ่านมาจน EP สุดท้ายของเรานะคะ เราหวังว่าการเปิดโลกเล็กๆของเราในครั้งนี้จะช่วยทำให้ใครบางคนมั่นใจและกล้าที่จะลองทำแบบที่เราทำนะ บ๊ายบายยยย...... 
SHARE
Written in this book
story me
Writer
Mashimaro_au
Writer
Story me

Comments