มีพัสดุมาส่งครับ
เช้านี่คุณพระอาทิตย์ตื่นสาย
จะเเปดโมงเเล้ว
เเต่ยังไม่มีวี่เเววว่าคุณพระอาทิตย์จะมา


เหมียว เหมียว เหมียว 
เสียงดังมาจากประตูระเบียงชั้นสอง
เเละเเน่นอนมีเพียงผู้เดียว เสียงนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้ บรรเจิร์สสมาชิกสี่ขาของบ้าน
ฉันไม่รู้ ไม่รู้เลยว่าเเกออกจากบ้านไปตอนไหน ออกไปทางไหน
เพราะหลังจากห้าโมงประตูทุกบานถูกลงกลอนหมด ยกเว้นก็เเต่ประตูกระจกด้านหน้า

เหมียว เหมียว เหมียว 
โอเคๆ อ้วน เดี๋ยวเปิดให้ 
ฉันดึงกลอนด้านบนเเละด้านล่างออก
เเล้วค่อยๆ เปิดเเง้มประตูช้าๆ เเละช้าๆ 
ฟ้าข้างนอกสว่างเเล้ว
เห็นหน้าบรรเจิร์สชัดเจน
เเละเเน่นอน ทันทีที่ฉันเปิดประตูออกกว้าง กว้างพอที่เเมวหนึ่งตัว ความยาวราวๆ ห้าสิบเซนติเมตรพอจะผ่านมาได้ บรรเจิร์สกระโดดเข้ามาอย่างว่องไว
นั่งเลียขนอยู่ไม่ถึงนาทีก็รีบวิ่งผลุนผลันลงบรรไดไปข้างล่าง 
ตรงดิ่งไปยังห้องครัวทันที

รอก่อนอ้วน รอก่อน ปลาทูหมด
ต้องไปซื้อปลามาเพิ่ม
เหมียว เหมียว เหมียว
โอเค เเกหิว เข้าใจๆ รอเเป๊บนึงน้า

ฉันดูกับข้าวบนโต๊ะว่าพอจะมีอะไรที่บรรเจิร์สจะกินรองท้องระหว่างรอปลาทู 
เอ่อ มีอะไรบ้างเนี่ย 
ปลาทูทอด เหลืออีกครึ่งตัว

เหมียว เหมียว เหมียว
ฉันเรียกบรรเจิร์สมาเเละเเกะปลาทูเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในจานข้าว
จานข้าวสีสดใสของมัน จะเช้าสายบ่ายเย็นก็กินจานใบเดิม
บรรเจิร์สเป็นเเมวที่ฟันไม่เเข็งเเรง ฉันคิด 
ฟันของมันซี่เล็กมาก เเต่ก็เรียงเป็นเเนวสม่ำเสมอ
ไม่เเหว่งวิ่น ไม่ผุ ไม่มีหนอนกินฟัน

ฉันขับรถเข้าไปในเขตของตลาด
ตลาดสมพร
วันนี้รถเเล่นสวนกันอย่างคล่องตัว ไม่มีใครเบียดใคร ไม่พลุกพล่าน เเละไม่จอเเจ
ใครคิดว่าเป็นความปกติบ้าง สำหรับฉันเเล้วท่าทางของตลาดเเบบนี้เป็นสิ่งที่ประหลาด
ตลาดสมพรยามเช้า รถราเเล่นสวนกันไปมา ในระยะเเค่ไม่กี่เซนติเมตร ขับออกไป ขับเข้ามา
คนนั้นหยุดดูปลา คนนี้หยุดซื้อมะนาว สองรายทางขวักไขว่ จอเเจ 
ส่วนมนุษย์ที่เดินซื้อของก็มีเช่นกัน 
นึกภาพออกเเล้วใช่มั้ย
สองฟากฝั่งเป็นร้านรวงขายของตั่งต่าง ผักปลา ผลไม้ ไข่เป็ดไข่ไก่ หรือผักหายาก
ตรงกลางเป็นพื้นที่สัญจรไปมาของรถรา สองล้อ ข้ามเลนส์ได้ กลับรถตรงไหนก็ย่อมได้ 
เฉียดไปตรงของที่วางขายบนพื้นก็ย่อมได้
เเต่อย่าให้ล้อรถหรือส่วนใดของรถไปสัมผัสเข้้ากับของซื้อของขายของเเม่ค้าเชียวล่ะ
เอ่าะ รวมถึงคนขับด้วย ไม่งั้นอาจจะได้อยู่สนทนากับเเม่ค้าในตลาดอีกหลายนาที

วันนี้รถราไม่จอเเจเหมือวันก่อนๆ รถที่ขับในตลาดมีไม่ถึงห้าคัน
นี่นับรวมคันที่ฉันขับอยู่ด้วยเเล้วนะ
น้อยเเสนน้อย
ร้านรวงสองข้างทางยังมีเหมือนเดิม
เเต่นั่นเเหละ พ่อค้าเเม่ขายเขาก็เหงาหงอยไปตามประสา
ก็ลูกค้าของเขาลดลงไปตั้งเยอะ
สู้ให้รถราเเล่นสวนไปสวนมาขวักไขว่ ตะโกนกันข้ามฟากข้ามเเผง
คงจะสนุกมากกว่า

ปลาทูหลังเขียว ปลาเเดง หมึก นอนกันบนเเผง
ไร้ซึ่งการหยิบจับ หยิบจองของมนุษย์ มันนอนรอให้ใครสักคนหยิบมันใส่ตะกร้า
เเละรอขึ้นตาชั่ง เเต่รอเเล้วรอเล่า ถ้าจะมีก็นานๆ ที ที่จะมีคนมาหยิบมันออกไปจากเเผง
ฉันได้ปลาทูสดๆ ตาใสเเป๋วมาหนึ่งกิโลกรัม 
ถุงปลาทูถูกเเขวนไว้ใกล้ๆ กับที่วางเท้า
เเค่นั้น เเค่ถุงปลาทู อาหารหลักของบรรเจิร์ส

ระยะทางจากตลาดสมพรถึงบ้านใช้เวลาเเค่ไม่กี่นาที
"มารออยู่ตั้งเเต่เมื่อไหร่ห๊าอ้วน" ฉันพูดกับเจ้าของปลาทู
"เหมียวววววววว" บรรเจิร์สไม่พูดอะไร เเต่ก้พอจะเดาออกว่ามันหิวเต็มทีเเล้ว

"เเป๊บนึงนะอ้วน ปลายังดิบอยู่เลย" ฉันพยายามอธิบาย

มีขนมเเมวอยู่อีกห่อนึงนี่ รสเเซลม่อนเสียด้วย
เอาล่ะ งั้นเเกกินนี้ไปก่อนเเล้วกัน
เรียกเจ้าซองยาวๆ ราว 4 นิ้วนี่ว่า "ขนมเเมวเลีย"
ขนมที่เเมวตัวไหนได้กินเป็นอันต้องเลียหมดซอง
มันอร่อยเเค่ไหนกันนะ
เเค่เห็นซองสีส้มๆ บรรเจิร์สก็วิ่งตรงดิ่งมาที่ฉันเเล้ว

ฉีกซองเเละป้อนให้บรรเจิร์ส 
ค่อยๆ บีบขึ้นมา
ถ้าบีบช้านี่ก็ไม่ทันใจเเกอีกใช่มั้ยล่ะ

เเกะไส้ เเกะพุงปลาทู, ล้างน้ำเกลือ, ต้มในน้ำเดือด, ยกลง
ก็วางกาน้ำร้อนลงไปต่อ 
วันนี้มีกล้วยน้ำว้า เเละเมนูที่ฉันจะกินพร้อมกับกาเเฟดำเเทบทุกเช้าเลยคือ "กล้วยอบ"
กล้วยอบที่ว่า คือกล้วยน้ำว้า ที่สุกห่ามๆ เเบบกึ่งสุกกึ่งดิบ ปอกเปลือกเเละหั่นตามเเนวยาว 
วางลงบนตะเเกรงย่าง เอาเข้าเตา ปิดฝา เสียบปลั๊ก เเละตั้งเวลากับอุณหภูมิ
ถ้าอยากกินกล้วยอบที่กรอบนอก นุ่มใน ก็ปรับไฟให้อ่อนหน่อย ตั้งเวลาราวๆ 30-40 นาที

ใกล้จะได้เวลาเปิดร้าน
ฉันรีบยกกาน้ำร้อนที่ไอพวยพุ่งออกจากฝา เเละปากของกาน้ำร้อน ปิดเตา
เเละตักกาเเฟดำลงไปในถ้วย เทน้ำร้อนตามลงไป 
ฟองในเเก้วกาเเฟอยู่ได้ไม่นาน 
สักพักก็หายไป

วันนี้จะมีลูกค้ามารับใบกำกับภาษีด้วย
ฉันจัดการกับมื้อเช้าเสร็จสรรพก็มานั่งตรงที่ประจำ
จัดการกับของบนโต๊ะให้ดูสะอาดตา
หันไปดูของบนชั้น จัดวางใหม่นิดหน่อย
ก็กลับมานั่งเก้าอี้ตัวเดิม

เเสงเเดดเริ่มสาดส่องเข้ามาในร้าน
ผ่านกระจก ผ่านตู้
คุณพระอาทิตย์ตื่นจากที่นอนเเล้ว
หันไปมองนาฬิกา ก็เกือบจะเก้าโมง

รถเก็บขยะเพิ่งจะมาถึงหลังคุณพระอาทิตย์เเค่ไม่กี่นาที
เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่าเทศบาลฯ ประกาศถึงกติกาการเก็บสิ่งปฏิกูลเอาไว้ว่า
ให้เเต่ละบ้านเเยกขยะ ใส่ถุง เเละมัดปากถุงให้เรียบร้อย เเละนำมาวางไว้หน้าบ้านในช่่วงเวลาหกโมงถึงเจ็ดโมง
ฉันไม่รู้ว่าการเเก้ปัญหากลิ่นขยะมันมีมากขนาดไหน
เเต่เเค่รู้สึกว่าหลังจากที่เทศบาลฯ ยกเลิกการนำถังสีฟ้ามาวางไว้หน้าบ้าน หน้าปากซอย เเล้วเปลี่ยนให้ประชาชนนำถุงขยะมาวางไว้เป็นเวลาเเทน จะช่วยลดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ได้จริงๆ หรือ
เทศบาลฯ ได้มาเห็นภาพของสุนัข หรือเเมว คุยเขี่ยขยะ เเละลากถุงขยะไปไกล เกลื่อนถนน หน้าบ้านหนึ่งยาวไปจนถึงหน้าบ้านหนึ่ง 
การปรับเเบบนี้มันดีเเล้วหรือ หรือมันเเย่ลงไปกว่าเดิม
เเละการเก็บขยะของรถเก็บขยะก็ไม่ได้มาในช่วงเวลาที่ทางเทศบาลฯ ได้เเจ้งไว้ด้วยสิ

"สวัสดีคร้าบบบ มาส่งของคร้าบ"
"ค่าาาา" 

"เซ็นตรงนี้ครับ"
"ค่ะ"

ฉันเซ็นรับพัสดุ เเละรับกล่องพัสดุมาจากบุรุษไปรษณีย์ 
เหลือบไปมองด้านซ้ายมือของกล่อง 

ผู้ส่ง
สำนักพิมพ์ผจญภัย/ร้านความกดอากาศต่ำ

"เรียบร้อยนะครับ"
"ค่ะ ขอบคุณค่ะ"

ดูจากชื่อผู้ส่งคิดว่าของข้างในต้องเป็นหนังสือเเน่ๆ
นี่สินะ ของที่เเกจะส่งมา
กล่องหนักไม่เบาเลย
ฉันใช้มีดคัทเตอร์กรีดเทปกาวออก
เปิิดฝากล่อง พัสดุด้านในถูกห่อด้วยพลาสติกกันกระเเทกเเละติดสก๊อตเทปไว้อย่างดี
ดูจากความหนาเเล้วน่าจะมีมากกว่าหนึ่งเล่ม
ฉันใช้คัตเตอร์กรีดสก๊อตเทปออก เเกะห่อหนังสือ

KITCHEN CONFIDENTIAL เบื้องลึกในครัวลับ ที่เขียนโดย ANTHONY BOURDAIN นี่นา

ยิ้ม เเละยิ้ม อมยิ้มเอาไว้
"ยิ้มจัง สงสัยเป็นพัสดุชิ้นพิเศษเเน่เลย" น้าติ๋มหันมาเเซวฉัน
"อะไรคะน้าติ๋ม กล่องพัสดุธรรมดานี่เเหละค่ะ" พูดเสร็จฉันก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อีก
เเหม่ เเกรู้ได้ไงว่าฉันอยากได้หนังสือเล่มนี้

ฉันหยิบออกมาดู ผิวของมันเรียบ เเต่ไม่ลื่นมือเหมือนปกหนังสือสมัยก่อน
ผิวปกหนังสือด้าน เเละฝืด ง่ายต่อการหยิบจับ เเละเหมาะสำหรับถือนานๆ 
ไม่ลื่นมือ สำหรับความหนาของเล่มนี้นี่นับว่าหนาเอาการอยู่เหมือนกัน 
สามร้อยกว่าหน้า

ไว้วันไหนไปร้านหนังสือ 
คงต้องเอาเล่มนี้ไปห่อปกเสียด้วย




ขอบคุณนะ 
:)




SHARE

Comments

bibliomaniaer
10 months ago
ชอบการเขียนชื่อแมวจัง บรรเจิร์สสสส
Reply
niji
9 months ago
เขียนน่ารักจังเลย
Reply