ความเศร้ารสช็อกโกแลต
บางครั้งบางคราวเราก็พบว่าความเศร้านั้นหอมหวานจนถอนตัวไม่ขึ้น ไม่ใช่ว่าเราชอบมันหรอกนะ แต่ดูเหมือนว่าเราได้ใช้มันเป็นข้ออ้างในการเติมความสุขให้ชีวิต ทำเรื่องไร้สาระที่ทำให้ผ่อนคลาย ไม่ต้องคิดอะไรมากได้นานขึ้นอีกหน่อยโดยรู้สึกผิดน้อยลง

ด้วยบทบาทหน้าที่ และทางเดินที่เราเลือก บางครั้งมันอาจกดดันเราโดยที่เราไม่รู้ตัว การเติบโตมาโดยมีความสำเร็จเติมเต็มชีวิตเป็นระยะ ทำให้เราเสพติดและทำยังไงก็ได้ให้รู้สึกว่าได้ประสบมัน แล้วเราจะรู้สึกดี แต่มันไม่เคยพอ เพราะทุกครั้งเมื่อทำบางอย่างสำเร็จ เราก็มักจะตั้งเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นต่อไป และพยายามอย่างมากเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัด โดยใช้ข้ออ้างว่า เรากำลังฝึกฝน และจะได้เติบโต ในขณะเดียวกัน ความล้มเหลวที่ทำให้เราเป็นทุกข์ก็สอนให้เราต่อสู้ดิ้นรน และทำทุกวิถีทางเพื่อจะหนีมันไปให้พ้น ... แต่เราไม่เคยหนีมันพ้นเลย

...มันเหนื่อยมาก...


จริงๆ แล้ว ในทุกๆ แรงขับเคลื่อนให้เราออกไปทำอะไรๆ มันมีความอยากซ่อนอยู่ อยากดี อยากเป็นที่ยอมรับ อยากเก่งกว่าคนอื่น อยากได้รับคำชม อยากพิสูจน์ว่าเราทำได้ ...แค่อยากใจก็ดิ้นรนมากแล้ว... เหมือนเราโดนจับขังในกล่อง ขยับไปไหนไม่ได้ แล้วกำลังโดนน้ำร้อนราด มันดิ้นประมาณนั้นแหละ ...แล้วพอมันทุกข์มากๆ มันก็เศร้า และเพื่อที่จะหนีให้พ้นความทุกข์เราก็ใช้ความเศร้าเป็นข้ออ้าง เพื่อที่จะไม่คิดเรื่องที่ทำให้อยาก...ใช้ได้ผลดีในช่วงสั้นๆ -- มันรู้สึกดีมากเหมือนเวลากินช็อกโกแลตสักแท่งในวันที่อารมณ์เสียสุดๆ -- ทั้งๆที่เรารู้ว่าเดี๋ยวมันก็หมด แต่เราก็ยังเลือกจะดื่มด่ำกับช่วงสั้นๆนั้น เพราะมันดีเหลือเกิน มันหวาน มันหอม และอร่อยมาก...และเมื่อมันหมดลงเราก็จะโดนลากกลับมาพบกับความจริงว่าไอ้ที่กินเข้าไปน่ะ ต้องวิ่งรอบสนามฟุตบอล 10 รอบถึงจะเบิร์นหมด...เดือดร้อนไม่น้อย

ความรู้สึกเศร้าคล้ายกับช็อกโกแลตที่เราใช้เป็นข้ออ้างเพื่อจะหาความสุขสั้นๆ แม้รู้ดีอยู่เต็มอกว่ามันจะทำให้เราต้องลำบากในภายหลัง บางครั้งก็ยังยอมจำนน...ได้แต่หวังว่า มันคงมีสักวันที่ความเศร้าจะเป็นแค่ความเศร้า โดยที่เราไม่ไปยึดถือว่ามันเป็นความเศร้าของเรา คงมีสักวันที่ไม่จำเป็นจะต้องกินช็อกโกแลตอีกต่อไป

SHARE
Written in this book
เปิดฝาหม้อ

Comments