เธอ...
ผมเงยหน้าขึ้นมา​ พยายามสบสายตากับเธอ​ ที่กำลังหลับตาพริ้ม​ ขนตาที่ปัดมัสคาร่ามันวาวนั้นมันงอนเงยผิดวิสัยที่ธรรมชาติจะสร้างขึ้นมาได้

จริงๆ​ แล้วเธอเป็นใครกันนะ​ บ้านเธออยู่ที่ไหน​ จบอะไรมา​ มีลูกมีผัวหรือมีพี่น้องมั้ย​ แล้วพอเลิกงานดึกๆ​ เธอจะไปเที่ยวกับเพื่อน​ๆ​ ที่ไหน

เธอบอกว่าชื่อพลอย​ ผมก็เรียกเธอตามนั้น​ แต่จริงๆ​ มันคงไม่ใช่หรอก​

เธออาจจะชื่อนอยหรือปอยก็ได้​ ลูกค้าอย่างผมไม่มีทางรู้

ผมก้มหน้าลงไปเติมกลิ่นกายของเธอเข้าทางนาสิกประสาทต่อ​ เธอส่งเสียงรัญจวนโหยหวนขึ้นทันทีที่ริมฝีปากของผมสัมผัสผิวใต้ร่มผ้าของเธอ​ ราวกับถูกโปรแกรมเอาไว้เป็นอย่างดี

ผมรู้สึกเหมือนได้จับกีตาร์ราคาแพง​ สัมผัสอันอ่อนนุ่มที่มาพร้อมเสียงอันไพเราะ

เรือนร่างของเราขยับเข้าหากัน​ มันไม่มีความรู้สึกขวยอายตามที่ควรจะเป็น​ 

สำหรับผม​ มันเป็นไปตามธรรมชาติ​ 

สำหรับเธอ​ มันคงเกิดจากชั่วโมงบิน

เธอกลับมาเป็นฝ่ายรุกใส่ผม​ ท่าทีของเธอ​ ทำให้ตีความได้ว่าฮอร์โมนของเธออาจจะกำลังพลุ่งพล่าน​ แต่เหงื่อที่ผุดขึ้นมาบริเวณทรวงอกนั้นเป็นเป็นความจริง

เธอเหลือบมองลงมาทางผม​ด้วยสายตาที่เพ่งเขม็ง​เพียงพริบตาเดียว​ แล้วสายตาของเธอก็เปลี่ยนไปเป็นเหมือนเวลาคนรักที่มองตากัน​ เธอยิ้มหวานให้ผม

"ชอบมั้ยคะพี่แบบนี้" 

"ครับ" ผมโกหก​ จริงๆ​ แล้ว ผมกำลังตีความสายตาของเธอเมื่อครู่อยู่​ จนเธอขยับเอวบดเบียดกระแทกอย่างรุนแรงราวกับต้องการทำลายสัญลักษณ์​ความเป็นชายของผมให้หลอมละลายลงในตัวเธอ

แล้วเธอก็มองลงมาอีก

สายตาเดิม

แล้วช่วงล่างของเธอก็เริ่มขยับต่อไป​ เตียงไม้ราคาถูกในห้องเช่าถูกๆ​ รายวัน​ ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ้าดแข่งกับเสียงอู๊อ้าซิ้ดซ้าด​จากปากของเธอ

ราวกับผมเป็นความสุขหนึ่งเดียวของเธอ​ ในโลกที่มีแต่เราสองคน​ผู้หิวโหยและป้อนกันและกันด้วยรสกามสัมผัส

แล้วเสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นก็หยุดทุกอย่างลง

คราวนี้เธอหยุดนิ่ง​ มือขวาของเธอเลยผ่านหัวของผมไป​ เสียงโทรศัพท์​ดังขึ้นจากบนหัวผมนี่เอง

"ค่ะพี่" เธอรับโทรศัพท์​ หันหน้ามาทำปากเพยิบพยาบกับผม​ คล้ายจะบอกว่า​ "แปร๊บนะพี่" 

"ค่ะ​ เห็นค่ะ... รับแล้วไงคะ​.... ว่างค่ะ​ มาเลยนะ" 

ระหว่างจุดไข่ปลา​ มีข้อความอีกหลายประโยค​ มันเยอะกว่าที่เราสองคนคุยกันตั้งแต่ผมเข้ามาในห้องนี้อีก

แต่ตอนผมโทรมานัดก็ประมาณนี้ล่ะนะ

จริงๆ​ แล้วเธอเป็นใครกันแน่​ ผมเองก็รู้เพียงผิวเผิน​ แม้ว่าการรุกล้ำทางกายของเรามันลึกไปกว่านั้น​  ผมได้แค่จับเธอใส่ในลิ้นชักที่แปะป้ายว่าหญิงขายบริการ​ ผมมองเธอเป็นแค่อีกคนหนึ่งที่มาทดแทนเป็นการชั่วคราว​ ในเวลาที่ผมไม่มีใคร

กับคนที่เราแปะป้ายไว้แล้วแบบนี้​ เราจะรักเขาได้ไหม? 

เธอวางสาย​ หันหน้ากลับมายิ้มให้ผม​ "ขอโทษนะคะพี่​  ลูกค้าโทรมา​ น้องลืมปิดเสียง" และเธอก็โน้มตัวลงมา​ พร้อมจะปลุกความรู้สึกของผมอีกครั้ง

ผมปล่อยเธอ​ ในใจคิดถึงคนอื่นที่อยู่ไกลออกไป

ไกล? ไม่เชิงนะ​ เราแค่เหมือนกับหูซ้ายและหูขวามากกว่า​ เ​หมือนกันแต่ก็ตรงข้ามกัน​ ห่างกันไม่ไกลแต่ไม่มีวันสัมผัสกันได้​ 

แล้วน้องที่กำลังง่วนกับร่างกายของผมนี่​  จะมาแทนเขาได้ไหม? ผมจะรักน้องคนนี้ได้เท่ากับใครคนนั้นที่ผมไม่เคยแม้แต่กอดได้หรือ? 

ว่าแต่น้องเขาชื่ออะไรนะ? 

"พอก่อนครับน้อง" ผมทำท่าดูนาฬิกา​ "เดี๋ยวพี่มีนัดกับเพื่อน​ คงต่อไม่ทันครับ" 

น้องมองงหน้าผม​ รอยยิ้มที่หายไปทำลายความน่ารักของเขาไปหมดสิ้น "แล้วพี่โอเครึเปล่า? หนูต่อเวลาให้ได้นะ" 

"ครับ" ผมชักชื่นชมตัวเอง​ที่วันนี้สามารถใช้แค่คำๆ​ เดียวก็โกหกได้แล้ว

น้องยิ้มทำหน้าย่น​ เอามือมาลูบหน้าอกผม​ "ค่ะ​ แล้วพี่อย่าไปเขียนรีวิวหนูว่าทำพี่ไม่เสร็จนะ​ ไม่งั้นลูกค้าหนูหายหมด" 

"ครับ"

น้องหัวเราะ​ "คราวหน้าอยากให้จัดยังไงก็บอกได้นะคะ​ พูดแต่ครับๆ​ แบบนี้ใครจะเข้าใจคะ?" 


"เครครับ" 

ผมเดินเข้าห้องน้ำ​ ล้างเนื้อล้างตัว​นุ่งเสื้อผ้าชุดเดิมที่ใส่เข้ามาห้องนี้ตอนแรก

ทีวีข้างฝายังคงเปิดอยู่เหมิอนเมืื่อครู่​ แต่คนไม่อยู่แล้ว

เธอคนนั้นหายไปพร้อมกับข้าวของที่ผมวางทิ้งไว้

ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า​ หลังเลิกงานเธอทำอะไร


















SHARE
Writer
nawtpal
I am the walrus
See how they smile like pigs in a sty See how they snide I'm crying

Comments

shortlegs
6 months ago
ชอบค่ะ
Reply
nawtpal
6 months ago
ขอบคุณ​ครับ