ออกหาเสบียง
เราพักกันที่แอมบารีโน่มานานร่วมสัปดาห์ รวมถึงอาหารที่มีอยู่ก็แทบไม่เหลือแล้ว คุณเพียร์สันคุยกับผมเรื่องนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการให้เลนนี่ กับ บิล วิลเลี่ยมสัน ออกไปล่าสัตว์ เพื่อนำมาเป็นเสบียง แต่ก็ไร้ผล ทั้งคู่ไม่ได้อะไรกลับมาเลย ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะสภาพแวดล้อมที่เป็นภูเขา แถมมีหิมะปกคลุมหนาแบบนี้ จะมีสัตว์ประเภทไหนให้ล่าได้ล่ะ

แต่แล้วชาร์ลส ก็ได้ชวนผมออกไปหาเสบียงอีกรอบ ยังไงรอบนี้ต้องได้อะไรกลับมาบ้าง เพราะชาร์ลส เขามีเชื้อสายอินเดียน เก่งด้านการแกะรอยสัตว์อยู่แล้ว ก่อนเราออกไปคุณเพียร์สันได้เอาของกินให้เราไว้กินระหว่างทาง เขาบอกด้วยว่ามันจะช่วยเพิ่มพลัง ซึ่งมันก็ดีเพราะไม่รู้ว่าเราจะออกกันไปนานขนาดไหน

ผมกับชาร์ลส เราจะออกไปล่าสัตว์กัน แต่ชาร์ลสมือบาดเจ็บอยู่นี่นะ แล้วจะล่ายังไง แต่นั่นไมใช่ปัญหาสำหรับเขาสักนิด เพราะเขาบอกว่าผมต่างหากที่ต้องเป็นคนล่า ส่วนเขาจะเป็นคนแกะรอยเอง พร้อมกับยื่นธนูให้ผม แล้วกัน...ปัญหามันก็ตกมาอยู่กับผมสิทีนี้ และผมก็ไม่เคยใช้ธนูมาก่อนด้วย ผมก็หวังว่ามันคงไม่ยากเกินไปสำหรับผม ที่จับแต่ปืนมาโดยตลอด

มีร่องรอยของสัตว์ ชาร์ลสบอกมันเป็นรอยเท้ากวาง เราต้องค่อยๆตามรอยไปให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในที่สุดผมก็ทำได้ ต้องขอบคุณชาร์ลสด้วยสำหรับเทคนิคการแกะรอย และการใช้ธนูครั้งแรกของผมสำหรับผมๆว่าผมทำได้ดี
เราล่ากวางได้ 2 ตัว ซึ่งน่าจะเพียงพอสำหรับเป็นเสบียงของคนในแคมป์ให้อยู่รอดไปได้อีกหลายวัน คุณเพียร์สันให้ผมช่วยเขาถลกหนังกวาง พร้อมทั้งแนะนำวิธีหาเงินเล็กน้อยๆ ให้ผม นั่นคือถลกหนังสัตว์ไปขาย เสร็จงานแล้วผมก็ต้องไปพักบ้างละ เหนื่่่่่่่อยจริงๆ เลยคุณเพียร์สันชมผมด้วยว่า หนังกวางที่ผมถลกนั้นสมบูรณ์แบบมากๆ...ก็แหงล่ะสิ ไม่งั้นใครๆจะบอกว่าผมเคยเป็น พ่อค้าเนื้อเหรอ


SHARE
Written in this book
Arthur's note
Writer
BlazeCn
being human
เล่นๆ เรื่อยๆ

Comments