อิสระที่เหมาะสม
ขาที่ยืนเขย่งเกือบไม่ถึงพื้น ทุลักทุเลเกือบหัวทิ่มคมำหลายต่อหลายครั้ง

“ปั่นตามฉันมา!” ทีน่าเอ่ยขึ้น
ครั้งแรกของตัวฉันกับจักรยานเสือหมอบ

ทีน่าจัดแจงเตรียมกางเกงสำหรับขี่จักรยานและชุดเสื้อผ้าพร้อมอุปกรณ์ให้ฉันครบชุด ทั้งเสื้อ กางเกงสำหรับนักปั่น ถุงมือ ถุงแขน แว่นตาและหมวก 

“ไปเอาของพวกนี้มาจากไหนเยอะแยะ?” ฉันถาม

“ของพ่อกับทอมไง”

พ่อกับทอมเข้าร่วมทีมนักปั่นที่เชียงราย พวกเขาสองคนขึ้นลงเขามาเป็นร้อยกว่ากิโล ตอนนี้ฉันและทีน่า เรามาพักรักษาตัวรักษาใจและมาเยี่ยมแกในคราวนี้ ก็เลยถือโอกาสมาลองทำอะไรใหม่ๆด้วยเลย และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่พ่อมาชวนพวกเรามาปั่นจักรยานที่สนามบินเก่าที่ เชียงราย 

“อยากลองปั่นจักรยานดูไหม?” พ่อถามฉัน

“อือ! หนูอยากลองดูค่ะพ่อ!” เลือดในตัวของฉันพลุ่งพล่านและแววตาก็ส่องเป็นประกาย

“โธ่เอ๋ย! ทำอย่างกับไม่เคยขี่จักรยาน!” ทีน่าเอ่ยพลางเบ๊ะปาก

ทางไปบ้านสู่สนามบินเก่าเชียงราย ต้องออกถนน ไปตามทางที่มีรถขับผ่าน ขึ้นลงเนิน เท่าที่จำได้ ฉันปั่นจักรยานครั้งสุดท้ายเมื่อตอน...

ม.ต้น! 

ฉันมั่นใจมาก เพราะเคยขี่มาแล้วตอนเด็กๆ มันจะไปยากอะไร แต่ทว่า... 

คุณเอ้ย!!!! ขึ้นจักรยานยังจะล้ม! 

พ่อต้องสอนฉันขึ้นจักรยาน มันขึ้นไม่ได้ มันติดเสื้อด้านหลังบ้าง จะหน้าทิ่มบ้าง ติดขาบ้าง ใจก็กลัวๆกล้าๆ เงอะๆงะๆอยู่ประมาณ 10 นาที 
และแล้ว... ฉันก็เริ่ม... 
น้ำตาคลอ 

“ตัวรี่สู้เค้า!” ทีน่าตะโกนอยู่ข้างๆ

“ฉันกลัวอ่ะ!”

“ไม่ต้องกลัว! เอาตัวขึ้นและเหยียบถีบไปเลย!”

ขึ้นรถยังไม่ได้เลย แล้วจะออกถนนไปสนามบินเก่าได้ยังไง? ใจเราเริ่มแป้วแล้ว

“มานี่... เดี๋ยวทำให้ดูก่อนรอบนึงนะ” 

ฉันย้อนนึกถึงตอนที่เล่นละครโอเปร่าเมื่อสมัยตอนที่กำลังจะเรียนจบ...

ตอนนั้นฉันได้รับบทบาทเล่นเป็นเด็กผู้ชาย เป็นครั้งแรกที่ได้รับบทบาทตัวละครหลัก ความรู้สึกในตอนนี้นั้นเหมือนตอนนั้นเลย มันหวาดกลัวมาก เหมือนกันเลย...

จะกลัวไม่ได้... ไม่ได้เด็ดขาด! ถ้ากลัวจะทำไม่ได้นะ!

“ใช่แล้ว... ถ้ากลัวจะทำไม่ได้นะ” ทีน่าบอกพร้อมรอยยิ้ม 
“ใช่แล้ว... ถ้ากลัวจะทำไม่ได้นะ”“มองไปข้างหน้าสิ! ไปด้วยกัน! ทำได้สิ!” 

“ล้มก็ล้ม! แล้วค่อยลุกใหม่!”“แค่ต้องปั่นไป! ขาเตะยืดตัวขึ้นแล้วก็ปั่นไป! ไม่ต้องลังเล! ไปเลย!” ทีน่ากระซิบที่ข้างหูของฉันในขณะที่ฉันหลับตาเบาเพื่อรวบรวมสมาธิก่อนจะสูดลมหายใจเข้าและออกช้าๆ

“ขับไปสิ! ล้มก็ช่างมันเซ่! (ช่างได้ไงมันเจ็บนะ TT)” ทีน่าพูดต่อ

“ขับไม่ได้อ่ะ... ทีน่าขับสิ” มือฉันเริ่มจะสั่น คือมันกลัวจริงๆนะ มันขึ้นแล้วจะล้มมาหลายรอบแล้ว

“ไหวกันไหมพวกเธอ?” ทอมเดินมาดูพวกเรา “ถ้าเทอร์รี่ไม่ไหวก็อย่าไปฝืนเค้าสิทีน่า” ทอมดุเบาๆ

“ตัวรี่ทำได้!” ทีน่าท้วงก่อนจะหันมาที่ฉันพร้อมรอยยิ้มที่สว่างเหมือนดอกทานตะวัน “ใช่ไหม?”

ฉันยิ้มกลับเจื่อนๆก่อนที่น้ำตาจะร่วง ทีน่าถอนหายใจหนึ่งเฮือกใหญ่ก่อนที่จะลูบหัวฉันและยิ้มเบาๆ


“ครั้งนี้เป็นครั้งแรก งั้นเราขับไปด้วยกันก่อนเนอะ” 

เราเกี่ยวก้อยสัญญากัน...

ขาและมือเคลื่อนไปแล้ว ภาพด้านหน้าเลื่อนไป เหมือนเรานั่งรถแล้วมีคนขับให้

พ่อดีใจมากที่จู่ๆจากที่จะล้มหัวทิ่มก็ขี่ได้ขึ้นมา 

“อ้าวลูก! ได้แล้วหรอ?” 

“นี่ไงพ่อ บอกแล้วว่าตัวรี่ทำได้!” ทีน่าหันไปขยิบตาใส่พ่อที่ชูนิ้วโป้งให้พวกเรา 

“ไปเลย!” คู่แฝดของฉันมั่นใจและตอบรับได้ฉะฉานมาก พวกเราวนรอบซอยบ้านเพียงแค่ สอง รอบก่อนจะขับออกถนนตามพ่อไปเลย

ตัวเราเหลือการรับรู้อยู่เพียงครึ่งหนึ่ง “ไปด้วยกันนะ... ไม่ต้องกลัว...” ทีน่าบอกก่อนจะค่อยๆถอยตัวเองออกทีละน้อยเพื่อให้ฉันมีตัวตนในการรับรู้มากขึ้น

ตัวฉันที่รับรู้และมองเห็นทุกอย่าง ความรู้สึกตอนนี้คือ อยากอ้วกมาก จะเป็นลม ยิ่งตอนลงเนิน ฉันจะบ้าตาย

“หยุดดีไหม!!! ลงแล้วเข็นรถม้าย?????”

“ไม่! หยุดทำไมหละ!” ฉันรับรู้ได้ว่าทีน่าสนุกอ่ะ

“จะอ้วกแล้ว! จะตายแล้ว!” (กรูไม่หนุกกะเมิง!)

“ไม่ตาย!” ทีน่าหัวเราะ “ใจเย็นๆ นี่ไงจับเบรคอยู่!”

มันคือทางลงเนิน ถึงแม้จะไม่ชันมากแต่ฉันก็กลัว เพราะต้องกดเบรคไว้ตลอด

ฉันโอดครวญอยู่ข้างใน รถขับผ่านไปมา หัวใจเต้นแรงมาก...

และในที่สุดก็ถึงที่หมายสักที!
“สนุกไหม?” พ่อถาม!

“สนุกค่ะ! ไว้คราวหน้ามาปั่นอีกนะคะ!” ทีน่าแย่งตอบโดยไม่ปรึกษากันสักคำ (จะพูดก็ไม่ทัน)

ฉันอยากจะบอกพ่อว่ามันน่ากลัวหนะสิ!

ว่าแล้วทีน่าก็ยกจักรยานข้ามถนนเพื่อไปที่สนามปั่นต่อ (ไม่มีการให้ได้พักทำใจกันบ้างเลย) เมื่อปั่นได้ที่ก็เร่งความเร็วไปเรื่อยๆ (ฮือ...)

สายลมที่กระทบหน้า สายลมเย็นๆ แรงลม ช่างอิสระนัก แต่ก็เป็นอิสระที่อยู่ในลู่ทางที่ไม่ได้เกินขอบเขต เป็นอิสระที่ยังคอยระมัดระวังและคอยดูดูแลและคิดถึงผู้อื่น 
เป็นอิสระที่เหมาะสม

ในหลายๆสิ่งของชีวิตคนเรา เราก็ต้องใช้เวลา ใช้ระยะทาง ใช้การฝึกฝน ให้ชำนาญ เรียนรู้ในทุกๆสิ่งที่จะอยู่ร่วมกัน ทำงานด้วยกัน 
เรียนรู้ในทุกๆสิ่งที่จะอยู่ร่วมกัน ทำงานด้วยกัน
เหมือนฉันกับทีน่า สิ่งที่พวกเราเป็น

และแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องปั่นกลับบ้าน พ่ออยู่ด้านหลังคอยบอกทาง
“ปั่นอีก! เออ! ดี! ขึ้นไป! ขึ้น! ไปอีก!”

พ่อคอยบอกให้เปลี่ยนเกียร์นู่นนี่

“นี่วันแรก ถือว่าเก่งมากเลยนะ!”
พ่อชมพวกเรา ฉันก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ และกำลังจะบอกพ่อว่าทีน่าต่างหากที่เก่งแต่แฝดของฉันเอ่ยขึ้นมาก่อนราวกับว่าทีน่าอ่านใจฉันได้

“ตัวรี่เก่งที่สุดแล้ว...” ทีน่าหันมาหาฉัน “เพราะอะไรรู้ไหม?”

“เพราะอะไรหละ?” ฉันงงและเคียงคอถามพลางดูดน้ำหวานพักเหนื่อย

“ก็เพราะเธอเป็นคนสร้างพวกเราทุกคนขึ้นมาหนะสิ”

Cr. https://pin.it/6gk76x4vcm6r3f
SHARE
Written in this book
The Sisters’ Diary บันทึกของน้องและพี่ เทอร์รี่และทีน่า
บันทึกประจำวันของสองพี่น้องที่แฝงไปด้วยคำถามบางอย่างของชีวิตผ่านเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา Photo: https://pin.it/p77a3f3z4g2idk
Writer
terrytaksintaweesap
Artist
วาดรูปและขีดเขียนและบางวันก็อาจจะร้องเพลง

Comments

Doggak
10 months ago
Wow nice bike trip
Reply
terrytaksintaweesap
10 months ago
Thanks for reading our story! ^_^