SUNLIGHT (Yujin x Wonyoung) - 8
.
.
.
.
.
.
แทจอน, เกาหลีใต้

วอนยองตื่นแต่เช้าเหมือนทุกวัน เพียงแต่วันนี้เธอยังคงนอนอยู่บนเตียง มือบางลูบบนหมอนข้างๆ เป็นเพราะเมื่อวานเธอไปหลุมศพของเขามันยิ่งทำให้เธอยิ่งคิดถึง เธอได้แต่ภาวนาทุกๆวันให้ตื่นมาแล้วมีเขานอนอยู่ข้างกาย พอตื่นมาพบความว่างเปล่ามันยิ่งทำให้เธอไม่อยากจะตื่นขึ้นมา

“คนใจร้าย”

knock knock knock

เสียงเคาะประตูทำให้เธอจำต้องลุกขึ้นจากเตียง เดินไปคว้าชุดคลุม แล้วเดินไปเปิดประตู ในบ้านนี้มีเพียงแค่สามคนเท่านั้นที่ขึ้นมาถึงชั้นบนได้

ตั้งแต่ยูจินจากเธอไป ไคโตะ ส่งนามิกับป้ามิโกะมาดูแลเธอ และเพิ่มคนมาช่วยดูแลความปลอดภัย แต่วอนยองอนุญาตเพียงแค่ ป้ามิโกะ นามิ และยามะเท่านั้นที่สามารถขึ้นมาชั้นบนซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเธอ

“คะ”
ร่างบางเปิดประตู เห็นนามิยืนก้มหัวเล็กน้อย

“คุณสารวัตรโทโตะมาค่ะ นายหญิงสะดวกให้พบไหมคะ”
เด็กสาวแจ้งเรื่องที่ขึ้นมารบกวนนายหญิงของเธอ เพราะไม่ได้มีการนัดล่วงหน้า

“อื้ม ได้สิ แต่ขอฉันอาบน้ำแต่งตัวก่อน”
ร่างบางยิ้มให้เด็กสาวก่อนจะปิดประตูแล้วเดินไปอาบน้ำ

ไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้ว่าสารวัตรหนุ่มคิดอย่างไรกับเธอ เพราะตั้งแต่เสียยูจินไปก็มีสารวัตรหนุ่มแวะเวียน บินมาหาเธอ แรกๆเธอก็คิดว่าเพราะเรื่องคดี แต่คดีปิดลงภายในสองเดือน เขาก็ยังคงวนเวียนมาหาเธอ

ครั้นจะตัดรอนความสัมพันธ์เธอก็ทำไม่ได้ เพราะถึงแม้เขาจะเปิดเผยความรู้สึกทางการกระทำ แต่ก็ไม่ได้พูดออกมาตรงๆ หลายครั้งที่เธอต้องสบตายามะขอให้ช่วย
.
.
.
.
.
.
.
“ขอบคุณนะครับ ที่ลงมาพบกัน เห็นคุณยามะบอกว่าคุณไม่สบาย เป็นอะไรหรือครับ”
สารวัตรหนุ่มทักขึ้นเมื่อร่างบางเดินเข้ามาในห้องรับแขก

“หน้ามืดนิดหน่อยค่ะ น่าจะพักผ่อนน้อย”

“แล้วไปหาหมอหรือยังครับ ผมพาไปไหม”
สารวัตรหนุ่มอาสาทันที พร้อมท่าทีห่วงใย

“ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะคะ ขอบคุณนะคะ ว่าแต่คุณสารวัตรมีอะไรกับชั้นหรือเปล่าคะ”
ร่างบางยกแก้วชาร้อนที่เด็กสาวเพิ่งเสิร์ฟขึ้นจิบ

“อ่อ ผมมาธุระที่เกาหลี เลยแวะมาหาคุณไอน่ะครับ ผมเอานี่มาให้ด้วย”
ช่อดอกไม้ถูกส่งมาให้ ร่างบางมองก่อนจะยิ้มให้เขาพร้อมยื่นมือไปรับตามมารยาท ก่อนจะส่งให้ยามะ

“แล้วมาเกาหลีกี่วันหรอคะ ธุระราชการ??”
เธอเอ่ยถามเขา ก่อนจะพยักหน้าให้ยามะเอาช่อดอกไม้ไปเก็บ เธอไม่แม้แต่เชยชมดอกไม้ในช่อสักนิด

“อ่อ ผมมาซื้อบ้านที่นี่น่ะครับ มาหลายครั้ง อากาศก็ดี เลยอยากมีไว้เผื่อมาพักผ่อน”
คำตอบของชายหนุ่มทำให้ร่างบางเริ่มอึดอัดใจ

ร่างบางชวนชายหนุ่มทานมื้อเช้าด้วยกัน สายๆสารวัตรหนุ่มก็ขอตัวกลับพร้อมทิ้งไว้ว่าจะมาหาใหม่
.
.
.
.
.
.
.
.
“ลำบากแล้วล่ะ ยามะ ถ้าสารวัตรซื้อบ้านที่นี่”
ร่างบางบอกถึงเรื่องที่คิดให้ผู้ติดตามคนสนิทฟัง

“นายหญิงไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ มีผมกับคนของโอชิโทริตั้งเยอะ เพียงแค่บอกพวกผมก็พร้อมจะสร้างสถานการณ์ให้นายหญิงได้ครับ”
ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ หลายครั้งที่ยามะกับลูกน้องคอยสร้างสถานการณ์ให้เธอไม่ต้องอยู่อึดอัดกับสารวัตรหนุ่มนาน

“เรื่องนั้นชั้นรู้อยู่แล้ว เฮ้ออ พรุ่งนี้เช้าไปหายูอีกนะ”
ร่างบางบอกททิ้งท้ายชายหนุ่มคนสนิทก่อนจะเดินเข้าบ้าน
.
.
.
.
.
.
.
.
.

3 Jan 2019

รถยนต์สีดำคันเดิมที่เพิ่งมาเมื่อวันก่อน จอดที่เดิมภายในที่จอดรถของพื้นที่สุสานไม่ไกลจากโรงพยาบาลแทจอน ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทดำเดินลงจากรถพร้อมกางร่มในมือก่อนจะเปิดประตูด้านหลังให้นายหญิงของเขาลงจากรถ

วอนยองกอดช่อดอกลิลลี่สีชมพู่อ่อนเหมือนทุกๆครั้งที่มาหาเขา คนที่เธอคิดถึงอยู่เสมอมาตลอดหนึ่งปี เธอยืนนิ่งมองป้ายชื่อ ก่อนจะเผยยิ้มบางๆ

“คิดถึงกันอยู่ใช่ไหมคะ”

“วันนี้ชั้นเอาดอกไม้ช่อใหม่มาให้นะคะ ไม่ต้องห่วงเรื่องสารวัตรโทโตะนะคะ ใจชั้นอยู่ที่คุณอยู่ตลอด”
ร่างบางวางช่อดอกไม้ช่อใหม่แทนช่อลิลลี่ที่เธอเอามาวางเมื่อสองวันก่อน ยามะยื่นรับช่อเก่าไปทิ้งให้

วอนยองนั่งลงยกมือเล็กลูบที่ป้ายชื่อเบาๆแบบที่เธอทำทุกครั้ง

“ชั้นน่ะ อยากไปหาคุณมากเลย คุณมาพาชั้นไปอยู่ด้วยได้ไหม”

ร่างบางสัมผัสได้ถึงสายลมเบาที่พัดเข้ามาปะทะที่หน้าเธอเบาๆท่ามกลางแสงแดดร้อนใกล้เที่ยงจนแทบจะเผาคนที่เดินไปมา เขาคงอยากบอกเธอว่าคิดถึงเหมือนกัน ใช่ไหมนะ?

ชายหนุ่มคนสนิทเดินกลับมาถือร่มให้นายหญิงของเขาตามเดิม พลางยกข้อมือขึ้นดูเวลา นี่นายหญิงของเขายืนอยู่นี่ร่วมชั่วโมงแล้ว หากอากาศไม่ร้อนเขาก็คงไม่อยากขัดหรอก กลัวเสียแต่ว่าเธอจะเเป็นลมเป็นแล้งเอานี่สิ

“นายหญิงครับ เรากลับกันก่อนไหมครับ แดดร้อนขนาดนี้เดี๋ยวจะป่วยเอานะครับ”
ยามะเอ่ยถามนายหญิงของเขาเบาๆ

“ขออยู่ต่ออีกนิดนะยามะ เดี๋ยวอีกสองสัปดาห์ก็ต้องไปญี่ปุ่น ชั้นจะไม่ได้มาหาเขา”
ร่างบางหันมาส่งยิ้มบางๆให้คนสนิท เธอรู้ว่าเขาเป็นห่วงเธอ แต่เธอแค่อยากขออยู่ต่ออีกหน่อยเท่านั้นเอง
.
.
.
.
.
.
.
.
โรงพยาบาลแทจอน

วอนยองขยับตัวรู้สึกตัว มองไปมองรอบๆกาย เธออยู่บนเตียง น่าจะที่โรงพยาบาล ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่? ร่างบางลุกขึ้น

ยามะที่นั่งอยู่รีบลุกมาช่วยประคอง เมื่อเห็นคิ้วเล็กขมวดมุ่น ชายหนุ่มจึงเล่าให้เธอฟังว่า ขณะที่เธออยู่หน้าหลุมศพนายใหญ่ จู่ๆเธอก็เป็นลม เขาเลยรีบพามาโรงพยาบาล ยิ่งช่วงนี้เธอดูเมือนจะเป็นลมบ่อยเลยอยากให้ตรวจเสียหน่อย

“ขอบคุณนะยามะ แล้วหมอว่าไงบ้าง”
ร่างบางขอบคุณชายหนุ่มอย่างซาบซึ้งที่เขาห่วงใยเธอไม่เคยเปลี่ยน เปรียบเสมือนตัวแทนของยูจิน
  
“ก็เหมือนเดิมครับ นายหญิงน่ะดื้อ พักผ่อนน้อย ถ้ายังไม่แข็งแรง ต่อไปผมจะไม่พามาสุสานแล้วนะครับ”
ยามะพูดเสียงขึงขังใส่ จนเธอเองรู้สึกผิดที่ไม่เชื่อฟังเขา

“ได้ ชั้นจะดูแลตัวเองดีๆ แต่ต้องพาชั้นมาหายูจินนะ”

“ครับ แต่จะไม่มาตอนใกล้เที่ยงแบบนี้นะครับ ถ้าไม่เช้า ก็ช่วงบ่ายๆเย็นๆแทน”
พอเห็นนายหญิงทำหน้าหงอยก็อดใจอ่อนไม่ได้ จริงๆไม่ได้อยากห้ามแต่ถ้าเธอเป็นอะไรไป คงเป็นเพราะเขาดูแลเธอได้ไม่ดี ไม่สมกับที่รับปากนายใหญ่

หลังจากที่วอนยองรู้สึกตัวดีแล้ว หมอสั่งยาคลายเครียดพร้อมทั้งยาบำรุงและกำชับให้เธอดูแลัวเองมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ เธอจำต้องรับปากคุณหมอ แล้วออกจากห้องพักชั่วคราวไปเตรียมรับยา เธอสั่งให้ยามะไปเตรียมรถ เดี๋ยวเธอมารับยาเอง

วอนยองเดินมองป้ายด้านบนหาจุดรับยา แต่อาจเป็นเพราะเธอมัวแต่มองป้ายจึงไม่ทันมอง คนที่นั่งอยู่เก้าอี้ใกล้ๆลุกพรวดขึ้นมาพร้อมหมุนตัวเดินมาทางเธอทำให้ชนกัน เธอรีบก้มหัวขอโทษเขา

“ขอโทษนะคะ ชั้นใจร้อนไปหน่อยเลยลุกพรวดพราดไม่ทันระวัง”
เขารีบเอ่ยขอโทษเธอ แต่พอเงยหน้ามาวอนยองถึงกับพูดไม่ออก

“อ้ะ..”
หัวใจดวงเล็กๆของเธอทำงานอย่างหนัก เพราะคนตรงหน้าเหมือนยูจิน ราวกับเป็นคนๆเดียวกัน รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าสวย รอยยิ้มกว้างๆจนเห็นลักยิ้มแบบที่เธอเห็นไม่บ่อย

“เอ่อ คุณค่ะ ชั้นขอโทษจริงๆคะ คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ”
ร่างโปร่งก้มหัวขอโทษอีกที ทำให้เธอต้องหยุดความคิด จะเป็นเขาได้ยังไง ในเมื่อเขาเสียชีวิตไปแล้ว วันนี้เธอยังไปหาเขาอยู่เลย

“เอ่อ ไม่เป็นไรคะ ชั้นเองก็ไม่ทันระวัง”
ร่างบางรีบบอกทำให้ร่างโปร่งที่ก้มหน้าอยู่รีบเงยหน้าขึ้นมายิ้มกว้างจนตาปิด

“อ้ะ โดนเรียกพอดีงั้นไปก่อนนะคะ”
ร่างโปร่งเหลือบไปเห็นเลขคิวของตัวเองที่ชาร์ทด้านบนช่องรับยาจึงรีบขอตัวไปรับยา

เธอได้แต่มองตามเขาที่เดินออกไป ไม่มีทางเป็นยูจินได้เลย เพราะยูจินไม่ใช่คนยิ้มง่าย ยิ้มเก่งแบบนี้ แต่เหมือนมากจริงๆ
.
.
.
.
.
.
.
.
ตั้งแต่กลับมาจากโรงพยาบาลวอนยองซึมอย่างเห็นได้ชัด เธอมักจะเหม่อ แต่พอถามก็ไม่ตอบอะไร ทำให้ทั้งยามะ นามิ และป้ามิโกะรู้สึกเป็นห่วง

ยามะเดินตามร่างบางออกมาที่สวนหน้าบ้าน เขามองเธอที่กำลังยืนกอดอกมองพระจันทร์ นัยต์กลมโตฉายแววเศร้าจนชายหนุ่มรู้สึกสงสาร แววตาแบบนี้เหมือนแววตาของเธอเมื่อช่วงครึ่งปีแรกที่นายใหญ่จากไป มือหนายื่นถาดที่มีแก้วชาอุ่นให้กับเธอ

“ยามะ ขอบใจนะ”
ร่างบางรับมาถือไว้ อย่างน้อยมันก็ช่วยให้เธอรู้สึกอุ่นขึ้นมาบ้าง

“นายหญิงมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรอครับ”
ร่างบางหันมามองคนถาม ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง จึงตัดสินใจเล่าเรื่องคนที่เหมือนยูจินที่เธอเจอที่โรงพยาบาลให้ฟัง ชายหนุ่มบอกเธออาจจะคิดถึงนายใหญ่มาก

“อืม ก็อาจจะใช่ ชั้นอาจจะคิดถึงยูจินจนเห็นเป็นเขา ชั้นว่าจะไปไร่ส้ม ไปอยู่ที่นู้นจนกว่าจะไปญี่ปุ่นนะ”
ยามะพยักหน้ารับทราบ ร่างบางจิบชาอุ่นอีกครั้งก่อนจะยื่นแก้วคืนเขาแล้วขอตัวขึ้นไปนอน

ภาพเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอ ร่างลางพลิกตัวไปมาก็ยังไม่สามารถข่มตาให้หลับได้ จนสุดท้ายมือเล็กดึงหมอนอีกใบที่ว่างเปล่าของอีกคนมากอด
.
.
.
.
.
.
.
รถหรูคันเดิมที่คนงานคุ้นเคย เลี้ยวเข้าจอดภายในสวน ร่างบางก้าวลงจาดรถ รอให้ยามะขนของลงจากรถ ของๆเธอมีเพียงกระเป๋าสองใบ

“ขอบคุณนะคะ ยามะคุง”
ร่างบางยิ้มเอ่ยขอบคุณคนสนิทที่คอยดูแลเธอ

“นายหญิงให้ผมอยู่ที่นี่เถอะนะครับ ผมจะไม่เข้าไปรบกวนนายหญิงเลย”
ยามะขอร้องนายหญิงของเขาอีกครั้งหลังจากตอนเช้าระหว่างขนของ นายหญิงบอกกับเขาว่าเธออยากจะกลับไปพักที่ไร่ส้มเพียงลำพัง ถึงแม้เขาจะแย้งยังไงเธอก็ไม่ยอม

“ยามะไม่ได้กวนชั้นเลย แค่ชั้นอยากอยู่กับตัวเองเท่านั้นเอง ไม่ต้องห่วงนะ ที่นี่คนงานเยอะแยะ”

“แต่ว่า..”

“ยูจินคงไม่พอใจนะถ้ายามะคุงขัดใจชั้น”
คำพูดสุดท้ายที่เธอรู้ว่ายังไงเขาก็ต้องยอม ชายหนุ่มก้มหน้า เธอจึงบอกให้เขากลับไปได้แล้ว เธออยากพักผ่อน

หลังจากเก็บของเรียบร้อยวอนยองเดินไปหลุมศพของพ่อเธอที่ท้ายสวน ทุกๆครั้งเธอจะมาพร้อมกับยูจิน แต่คราวนี้เป็นเธอเพียงลำพัง เธอนั่งอยู่หน้าหลุมศพ โลกนี้มันช่างโหดร้ายกับเธอเสียจริงๆ พ่อแม่ทิ้งเธอ ไหนจะคนรักของเธออีก

“วอนยองของคุณพ่อจะเข้มแข็งค่ะ”
เธอยิ้มให้กับหลุมศพพ่อของเธอ

ร่างบางเดินดูส้มในไร่ ตอนนี้ส้มออกผลเต็มสวน อีกไม่นานก็คงได้เวลาเก็บแล้ว เธอสูดอากาศเข้าเต็มปอดก่อนจะหันไปพินิจพิเคราะห์ส้มแต่ละต้น เหมือนแต่ก่อนที่เธอคอยช่วยพ่อ

“วอนยอง  วอนยองหรือเปล่า”
เสียงเรียกชื่อทำให้เจ้าของชื่อต้องหันไปมอง ผู้หญิงหน้าสวยจัดส่งยิ้มให้เธอ

“อืมม มินจูหรอ”
คนถูกถามพยักหน้าถี่ๆ พร้อมยิ้มกว้าง คิม มินจู เพื่อนเธอสมัยมัธยม แต่เพราะเป็นเพื่อนได้เพียงหนึ่งปีมินจูก็ย้ายออกไปแบบกระทันหัน ไม่ทันได้ร่ำลากันเลยเสียด้วยซ้ำ ไม่มีแม้แต่คอนแทคที่จะได้ติดต่อกัน

“ดีใจจัง ที่ได้เจอเธอ”
มินจูเดินมาจับมือของเธออย่างดีใจ ร่างบางเองก็รู้สึกดีใจเช่นกัน ก็เธอน่ะมีเพื่อนน้อย แถมตั้งแต่แต่งงานเธอก็แทบจะไม่ได้กลับมาบ้านเลย

ทั้งคู่นั่งคุยกันในบ้านของวอนยอง จึงได้รู้ว่ามินจูย้ายไปเรียนที่ญี่ปุ่นตามพ่อของหล่อน ที่ถูกย้ายงานไปประจำที่นั่น

มินจูไปเรียนด้วยความยากลำบากเพราะเธอไม่มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นเลย โชคดีหน่อยที่มีรุ่นพี่ใจดีเข้ามาช่วยเธอ เพราะเข้ารู้ภาษาเกาหลี

มินจูเพิ่งกลับมาเกาหลีประมาณหนึ่งสัปดาห์เธอนึกถึงแต่ก่อนตอนอาศัยอยู่ที่นี่เลยแวะเวียนมา ที่แทจอนเปลี่ยนไปมาก หล่อนกลับไปที่โรงเรียน เจอหนังสือรุ่นในห้องสมุด ทำให้เธอคิดถึงวอนยองลองมาหาตามที่อยู่ในหนังสือรุ่น เมื่อมาถึงคนงานก็บอกว่าร่างบางเพิ่งกลับมา อยู่ในไร่เธอถึงมาหาเพื่อนของเธอเจอ

“ได้ยินว่าแต่งงานแล้ว ใครคือคนโชคดีที่สุดในแทจอนกันนะ”
มินจูเอ่ยถามเพื่อนสาว

“อื้อ แต่งแล้ว แต่เขาไม่ใช่คนแทจอนนะ เป็นลูกครึ่งเกาหลี-ญี่ปุ่น”
ร่างบางเอ่ยระหว่างยกแก้วน้ำชาอุ่นจากถาดของเด็กในบ้านที่ยกมาให้ ให้กับเพื่อนสาว

“หืมม หล่อไหม ชั้นอยากจะเห็นหน้าหนุ่มคนนั้น สามีเธอ”
มินจูยิ้มหันมองซ้ายมองขวา หาคนที่มีเค้าโครงสัญชาติญี่ปุ่น

“เขาไม่ใช่ผู้ชายหรอก และเขาก็เสียแล้ว เมื่อปีที่แล้ว”
วอนยองหลุบตาต่ำเมื่อต้องพูดถึงความจริงอันเจ็บปวด

มินจูยิ้มเจื่อนรู้สึกผิดที่ถามออกไป เธอเอื้อมมือไปจับมืออีกคนบีบเบาๆให้กำลังใจ ร่างบางหันยิ้มบางๆให้ไม่อยากให้เพื่อนรู้สึกไม่ดีไปด้วย

“ขอโทษนะ แล้วนี่กลับมาอยู่ที่นี่เลยหรือเปล่า”
มินจูเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเพื่อเพื่อนจะรู้สึกดีขึ้น

“ไม่หรอกจ้ะ เดี๋ยวอีกสองสัปดาห์ก็ต้องบินไปจัดการงานที่ญี่ปุ่นน่ะ แต่แปปๆก็กลับ แต่คงไม่ได้อยู่ที่ไร่นี่ บ้านชั้นอยู่ในตัวเมือง”
ร่างบางบอกเพื่อนสาว ดูเหมือนเพื่อนสาวจะดีใจที่รู้ว่าเธออยู่ในเมือง

“จริงหรอ ชั้นก็พักอยู่ในเมือง เพราะทำงานน่ะ เลยไม่อยากไปๆกลับๆที่บ้าน”

“งั้นก็ดีสิ ชั้นจะได้มีเพื่อน ไว้มาทานข้าวที่บ้านชั้นกันนะ”
วอนยองยิ้ม คงเป็นยิ้มที่สดใสที่สุดตั้งแต่เขาเสียคนรักไป

“ได้เล้ย เธอต้องเป็นเพื่อนช้อปปิ้งชั้นด้วยนะ”


----------------------------------------------------------------------------
.
.
.
.
นายหญิงมีเพื่อนแล้วน๊า มีหนุ่มเดินหน้าเข้ามาจีบแล้วด้วย

คิดถึงโฮชิเหมือนกันนะคะ ;_;


SHARE
Written in this book
Light Of Love

Comments