น้องชาย กับ พี่สาว #2/4_ความผูกผัน
   เดือนพฤษภาเป็นเดือนเกิดของผม เธอชวนผมไปงานแต่งเพื่อนรักของเธอที่ปัตตานี ในวันเกิดผมพอดี ช่วงนั้นผมมีปัญหากับที่ทำงานจนต้องออกจากงานอีกแล้ว แต่ดีว่ายังมีเงินเหลือเก็บนิดหน่อย เธออาสาออกค่าเครื่องบินให้ผม ส่วนผมออกค่าที่พักที่เธอเป็นคนจองไว้ให้ เรานัดเจอกันที่ กทม. นั่นเป็นครั้งแรกที่เราได้พบหน้ากันตรงๆ ...ครั้งสุดท้ายที่เราได้เจอกันซึ่งๆ หน้า ก็ตั้งแต่ตอน ม.ต้น ผมมาถึงที่ห้องพักก่อน จึงซื้อขนม กับ นมรสชาติที่เธอเคยบอกว่าชอบมาแช่ตู้ไว้ เผื่อว่าเธอมาถึงแล้วหิว คืนนั้นเราต่างเขอะเขินซึ่งกันและกัน ต่างพูดคุยแต่เพียงเรื่องทั่วๆ ไป จนปิดไฟนอน เมื่อทุกอย่างเงียบลงผมขยับเข้าไปใกล้ๆ เธอในความมืด "ขอกอดหน่อยได้ไหม" ผมกระซิบกับเธอเบาๆ "อืมม" เธอตอบด้วยเสียงในลำคอ ผมขยับเข้าโอบตัวเธอไว้ แล้วลูบหัวเธอเบาๆ ด้วยความเอ็นดู จนเธอเคลิ้มหลับ ผมเดาว่าเธอคงเหนื่อยจากการเดินทาง (เธอขับรถจากศรีษะเกษแล้วมาขึ้นเครื่องที่สนามบินอุบลราชธานี) เพราะอยู่ๆ เธอก็กรนออกมาเบาๆ แล้วสะดุ้งตื่น ด้วยความเขินของตัวเธอเอง เธอโผตัวเข้าหาอ้อมกอดของผมเต็มรัก ในขณะที่ผมก็กำลังขำที่เธอกรนออกมา "ก็มันเหนื่อยนี่" เธอพูดขณะที่อยู่ในอ้อมกอดของผม "โถ่ๆ" ผมอุทานเบาๆ พร้อมกับลูบหลังเธอเบาๆ จนเราทั้งคู่หลับอยู่ในอ้อมกอดของกันและกันอย่างนั้นตลอดทั้งคืน...
   เช้าวันนั้นเป็นวันเกิดของผม หลังจากที่เราต่างอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ เธอเข้ามากอดผม "สุขสันต์วันเกิดนะ" เธอบอก "ขอบคุณนะ" ผมตอบทั้งที่ยังกอดเธอไว้ แล้วผมก็เดินไปหยิบหนังสือที่ตั้งใจเอามาให้เธอสามเล่ม "ผู้หญิงเลี้ยวซ้าย ผู้ชายเลี้ยวขวา-จิมมี่ เลียว" "แปดสองสี่-งามพรรณ เวชชาชีวะ" และ "ผจญภัยในความรัก-ประภาศ ชลศรานนท์" ทั้งที่รู้ว่าเธอไม่ใช่คนชอบอ่านหนังสือเหมือนผม แต่ผมก็อยากให้เธอแทนคำขอบคุณ
   นั่นเป็นประสบการณ์การนั่งเครื่องบินครั้งแรกในชีวิตผม รู้สึกตื่นเต้นนิดๆ ตอนที่เครื่องออกผมกุมมือเธอไว้แน่น หลังจากที่เครื่องสงบอยู่บนเพดานบินผมก็ตื่นตาตื่นใจกับวิวบนเครื่องบิน จึงหยิบกล้องมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นระยะ ส่วนเธอก็หยิบหนังสือที่ผมให้ขึ้นมาอ่านเล่น เธอหันมายิ้มให้ผมเมื่อเห็นข้อความที่ผมเขียนไว้ที่ปกหนังสือ 
เก็บไว้อ่านตอนที่เหงาๆ แล้วกันนะ ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆ ที่มีให้กันตลอดมา
   หลังจากที่ผมเก็บกล้องลงกระเป๋า เธอเอียงคอมาซบใหล่ผม ผมจึงดึงมือเธอมากุมไว้ มือเธอหยาบนิดๆ อย่างคนมีอายุ แต่นั่นกลับทำให้ผมรู้สึกสงบอย่างบอกไม่ถูก ถึงผมจะเพิ่งรู้จักเธอแบบจริงๆ จังๆ ได้ไม่กี่เดือนแต่ผมก็รับรู้ได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงเก่ง และขยันมากๆ คนหนึ่ง ผมจินตนาการภาพเธอตอนตั้งใจทำงานด้วยมือคู่นี้ ในใจก็คิดไปว่าถ้าชีวิตผมมีงานการมั่นคงกว่านี้ก็คงดีนะ ผมคงคู่ควรกับชีวิตเธอมากกว่านี้ อยากเป็นคนที่เธอฝากชีวิตไว้ได้จริงๆ นะ ... ถึงลึกๆ ผมจะกังวลแต่ผมก็ไม่ได้แสดงออกมาให้เธอรู้...


   เราลงเครื่องที่สนามบินหาดใหญ่ เธอติดต่อไปที่บริษัทที่เธอเช่ารถไว้ เธอดูคล่องแคล่วกับการจัดการเรื่องการเดินทางจนผมแอบชื่นชมเธออยู่ในใจ เราขับรถมุ่งหน้าสู่ปัตตานี ระหว่างทางแวะทานข้าว ผมแอบถ่ายรูปเธอไว้ตอนที่เธอเผลอ เมื่อเข้าสู่ปัตตานีก็เห็นด่านทหารเป็นระยะๆ แต่ไม่ได้มีการเรียกตรวจอะไร เราแวะเอาของไปเก็บที่พัก เธอส่งบัตรประชาชนให้ผมนำไปให้พนักงานที่ห้องพัก ผมดูรูปบนบัตรของเธอแล้วแซวเธอว่า "คนนี้น้องสาวเหรอ" เธอหัวเราะ... หลังจากเก็บของเสร็จ เราแวะไปหาพี่สาวเธอเพื่อยืมรองเท้าที่จะใส่ไปงานแต่ง แล้วจึงแวะไปภัตรตาคารที่จะจัดงานแต่ง ได้เจอจ้าวสาวที่เป็นเพื่อนของเธอและเจ้าบ่าวกับเพื่อนๆ ผู้ชาย กำลังเตรียมจัดซุ้ม จัดฉาก ที่จะใช้ในงานแต่งวันพรุ่งนี้ ผมกับเธอช่วยหยิบนู่นแต่งนี่เท่าที่พอจะช่วยได้ ตอนเย็นเราแวะไปนั่งกินเบียร์ที่ร้านของเจ้าสาว เธอพูดคุยถามไถ่ข่าวคราวต่างๆ จากเพื่อนเธอ ส่วนผมนั่งฟังเธอคุยกัน คืนนั้นก่อนกลับเธอแวะไปซื้อข้าวยำแล้วกลับมานั่งกินกันที่ห้องพัก เธอบอกว่าเธอชอบกิน อยากให้ผมลองกินดู อืมม มันคล้ายๆ กับข้าวคลุกกะปิที่เพิ่มพวกเครื่องเทศฉุนๆ เผ็ดๆ เข้าไป ก็อร่อยแบบแปลกๆ นิดนะ ทุกครั้งที่ทานอะไรด้วยกันเธอกินเพียงนิดหน่อยก็อิ่ม ผมมักเป็นคนจัดการส่วนที่เหลือเสมอ ผมจึงแซวเธอว่า "อิ่มแล้วเหรอ กินนิดเดียวเอง ไม่น่าจะอ้วนได้เลยนะ" "สงสัยจะอ้วนเบียร์มั้ง" เธอตอบ คืนนั้นเธอบอกกับผมว่า "เดี๋ยวต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่นะ ไปแต่งหน้า แล้วหกโมงจะเข้ามารับอีกที" ผมจึงบอกว่า "ให้ผมไปด้วยก็ได้นะ"  "ไม่เป็นไรนอนเถอะ เดี๋ยวมาเรียก"... 

   เช้าวันนั้นหลังจากผมตื่น อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ รอเธอสักพักก็มารับผมในชุดไทย สไบเฉียงสีครีมพร้อมกับรวบผมไปด้านหลัง เผยให้เห็นดวงหน้าคมมีเสน่ห์ชัดเจน "สวยจัง" ผมนึกในใจ เธอออกอาการเขินนิดๆ นั่นยิ่งทำให้ดูน่ารักขึ้นไปอีก ทั้งที่ปกติผมไม่ได้รู้สึกพิเศษกับหญิงในชุดไทยสักเท่าไหร่ แต่พอเห็นเธอแล้วผมรู้สึกว่ามันดูพอดีจัง เพิ่งเข้าใจคำว่า "ละสายตาจากเธอไม่ได้" ก็วันนี้
   ในงานแต่งเธอเป็นเพื่อนเจ้าสาว คอยถือนู่นนี่ในงานจำพวกพวงมาลัย ที่รดน้ำสังข์ ส่วนผมก็เดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ในงานมีช่างภาพอยู่แล้ว ส่วนผมก็ถ่ายไปเรื่อย บางครั้งก็แอบถ่ายมุมที่ไม่ค่อยมีคนเห็นอย่างเช่นตอนที่เพื่อนเธอแอบกินขนม รวมถึงถ่ายรูปเธอด้วย ในงานเจ้าสาวสวยมากก็จริง แต่ผมก็มีแต่เธออยู่ในสายตาตลอดเวลาจริงๆ ช่วงที่เธอว่าง เธอเดินมาจับมือผมแล้วแสกนนิ้วไปที่โทรศัพท์ของเธอ "ถ่ายรูปให้ด้วยนะ" ผมรู้สึกดีมากกับช่วงเวลานั้น แล้วถ่ายรูปด้วยโทรศัพท์ของเธอสลับกับกล้องของผมเอง
   ..ก่อนที่จะมางานผมบอกกับเธอไว้เองว่า "เธอช่วยงานเพื่อนเต็มที่เลยนะ ไม่ต้องห่วงเรา เดี๋ยวเราถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ละกัน"

   ตอนกลางวันเธอพาผมไปที่บิ๊กซี ปัตตานี ตอนจอดรถเธอเล่าว่าที่นี่เคยมีคาร์บอมด้วยนะ ถ้าผมจำไม่ผิดตอนก่อนจะนำรถเข้ามาจอดจะมีการตรวจรถด้วยนะ เธอพาผมมาซื้อเสื้อสีฟ้าเพราะต้องใส่ตามธีมงานกินเลี้ยงช่วงเย็น เธอได้เสื้อเชิตสีฟ้าครามให้ผมตัวหนึ่ง "อยากได้อีกตัวจัง จะได้ใส่เหมือนๆ กัน" เธอบอก แต่ดูเหมือนจะไม่มีแบบสำผู้หญิง จึงได้แค่ของผมตัวเดียว จากนั้นผมก็ไปรอเธอแต่งหน้า ที่ร้านเสริมสวย ผมแอบถ่ายรูปตอนเจ้าสาวแต่งหน้าเก็บไว้ ระหว่างรอก็เดินไปซื้อนมมาให้เธอ เพราะกลัวเธอจะหิว หลังจากเธอแต่งหน้า ทำผมเสร็จ เธอก็ไปเปลี่ยนชุด เป็นชุดราตรีสีฟ้า ชุดนี้ทำให้เธอดูอ้วนไปนิด แต่ผมก็ชอบนะ ตอนขับรถไปที่งานเธอหันมาทำหน้าทะเล้นใส่ผม "สวยใช่ไหมละ หยุดมองไม่ได้เลยอะดิ่" ผมทำท่าจะลูบหัวเธอเล่น แต่ก็นึกขึึ้นได้ว่าเธอเพิ่งทำผมมา "ลูบหัวเล่นไม่ได้แล้วอะดิ๊" เถอพูดแล้วก็หัวเราะ
   พิธีส่วนใหญ่ของช่วงเย็นอยู่บนเวที เธอเองก็ด้วย ส่วนผมก็เดินเล่นถ่ายรูปไปเรื่อยๆ ด้วยความที่ไม่รู้จักใครในงาน มีช่วงหนึ่งที่ผมรู้สึกอ้างว้างขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ผมปลีกตัวเดินออกมาจากงานเจอพี่ตากล้องสองคนนั่งอยู่ เขาเห็นผมสะพายกล้องจึงชวนคุย "เป็นไงได้หลายช็อตไหมครับ" พี่คนหนึ่งถามขึ้น "อ้อ ผมไม่ใช่ช่างภาพครับ เป็นแฟนของเพื่อนจ้าวสาว มาเที่ยวครับก็เลยติดกล้องมาถ่ายรูปด้วย" ผมตอบ ผมคุยกับพวกพี่ๆ หลายเรื่องเกียวกับภาคใต้ พี่คนหนึ่งเล่าว่า "ตำรวจบ้าง ทหารบ้าง เปลี่ยนแปลงกันบ่อย ไม่รู้ใครเป็นใคร บางทีก็งง พอทำท่าว่าชาวบ้านจะเริ่มรู้จัก คุ้นหน้ากัน เอ้าเปลี่ยนอีกละ มีเพื่อนพี่คนหนึ่งขับมอไซต์ออกจากบ้านตอนเช้า โดนเรียกตรวจ พอตอนเย็นขับไปอีกรอบเรียกตรวจอีกแล้ว อ้าวทีมงานคนละชุดเรอะ นึกว่าจำหน้ากันไม่ได้" พี่พูดจบแล้วหัวเราะเหมือนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว...
   

พักไว้ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวจะยาวเกิน ค่อยมาเขียนต่อ....
ขอลงรายละเอียดช่วงนี้เยอะหน่อยนะ เพราะมันเป็นความทรงจำดีๆ ที่ผมอยากจะเก็บมันไว้
SHARE
Writer
Pal_lse
portrayer and writer
Love me love my cat

Comments