ครุฑ VS นาค : ยุติความขัดแย้ง!
ใครจะไปคิดว่าความขัดแย้งระหว่างครุฑและนาคจะยุติได้จริงๆ แต่ก็ไม่ได้เกิดจากการเจรจาตกลงกันระหว่างทั้งสองฝ่ายนะครับ (เพราะเจอกันเองทีไร ก็จะตีกันทุกทีไป) แต่มีตัวกลางที่ช่วยยุติความขัดแย้งนี้ลงได้ โดยเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งจาก “นิทานเวตาล” นะครับ

เรื่องนี้เริ่มต้นที่กนกนคร ซึ่งเป็นเมืองของเหล่าวิทยาธร ซึ่งปกครองโดยท้าวชีมูตเกต ตัวเขามีลูกชายชื่อ “ชีมูตวาหนะ” เมื่อเติบใหญ่จึงได้รับตำแหน่งรัชทายาท ต่อมาชีมูตวาหนะเห็นว่าการที่ตนและญาติๆได้รับทรัพย์สินต่างๆจากต้นกัลปพฤกษ์แต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ประชาชนยังคงได้รับความยากลำบาก จึงขอท้าวชีมูตเกตุผู้เป็นบิดาว่าต้องการจะให้ทรัพย์สินแก่ประชาชนและปลดปล่อยต้นกัลปพฤกษ์ให้เป็นอิสระ ซึ่งผู้เป็นพ่อก็เห็นด้วย ชีมูตวาหนะจึงไปบอกต้นกัลปพฤกษ์ให้มอบทรัพย์สินทั้งหลายให้กับประชาชนแล้วจงกลับสวรรค์เสีย เมื่อต้นกัลปพฤกษ์ได้ยินอย่างนั้นก็ทำตามที่ชีมูตวาหนะบอกทุกอย่าง

แน่นอนว่าประชาชนทั้งหลายนั้นต่างได้รับทรัพย์สินต่างๆมากมาย แต่ก็มีวิทยาธรกลุ่มนึงที่เดือดร้อนจากการกระทำของชีมูตวาหนะ ก็คือเหล่าญาติๆของเขานั่นเอง จึงก่อการรัฐประหารหวังจะชิงบัลลังก์ แต่ก็มีฝ่ายที่ยังสนับสนุนชีมูตวาหนะรวมตัวกันจนจะเกิดสงครามกลางเมือง ชีมูตวาหนะนั้นไม่ต้องการให้เกิดสงครามขึ้น และตนก็ไม่ได้หวังจะครองราชยอยู่แล้ว เลยคิดว่าจะหนีไปใช้ชีวิตแบบฤาษีชีไพร จึงไปปรึกษาพ่อแม่ของตน ซึ่งทั้งคู่ก็เห็นดีด้วย ว่าแล้วทั้งสามจึงตัดสินหนีออกไปจากกนกนคร แล้วออกบวชเป็นฤาษี หาที่อันสงบในป่าใหญ่ ชีมูตวาหนะก็คอยดูแลปรนนิบัติพ่อแม่ของตนอย่างดี และใช้ชีวิตอย่างเป็นสุขตามอัตภาพ

ต่อมาชีมูตวาหนะก็มีเพื่อนชื่อ “มิตราวสุ” คอยสอบถามสารทุกข์สุกดิบซึ่งกันและกัน วันนึงชีมูตวาหนะก็เดินลัดเลาะไปจนถึงเทวาลัยพระอุมาแฃะได้พบหญิงสาวผู้เลอโฉมนางหนึ่ง ทั้งคู่เกิดตกหลุมรักซึ่งกันและกันตั้งแต่แรกพบ สืบทราบไปว่าหญิงสาวมีชื่อว่า “มลยวตี” เป็นน้องสาวของมิตราวสุนั่นเอง โดยเฉพาะฝ่ายหญิงนั้นถึงกับลุ่มหลงในพิษรักจนเพ้อเลยล่ะครับ วันต่อมามลยวตีก็กลับไปยังเทวาลัยที่ได้พบกับชีมูตวาหนะแต่ก็ไม่เห็นตัวฝ่ายชาย จึงตัดพ้อจนจะฆ่าตัวตาย พระอุมาจึงส่งเสียงห้ามไว้ เผอิญชีมูตวาหนะก็ได้ยินเสียงพอดีจึงเข้าไปห้ามไว้ ชีมูตวาหนะนั้นระลึกชาติได้ว่าทั้งคู่เคยเป็นคู่รักกันมาแต่ชาติปางก่อนแล้ว ต่อมาทั้งคู่ก็ได้แต่งงานกันท่ามกลางความยินดีของทุกฝ่าย

วันหนึ่ง ขณะที่ชีมูตวาหนะเดินเล่นกับมิตราวสุอยู่จนไปถึงชายหาดที่เต็มไปด้วยกองกระดูกมากมาย ชีมูตวาหนะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น มิตราวสุจึงเล่าเรื่องราวความขัดแย้งระหว่างครุฑกับนาคให้ฟัง (ก็ที่ผมเล่าไปเมื่อวานนี้นั่นแหละ) แต่ก็มีเรื่องราวเพิ่มเติมว่า จากการที่ครุฑจับนาคกินจนแทบจะสูญพันธุ์ พญานาควาสุกรีจึงทำสัญญากับครุฑว่าจะส่งนาคให้ครุฑกินวันละตนแลกกับการรักษาเมืองบาดาลไว้ ซึ่งครุฑก็ตกลงตามนั้น พอชีมูตวาหนะได้ฟังก็โกรธพญานาควาสุกรีที่ขี้ขลาดที่ให้นาคตนอื่นมาสละชีวิตแทนเขา พร้อมกับโกรธครุฑที่เบียดเบียนชีวิตของคนอื่น พอดีมิตราวสุขอตัวกลับไปก่อน ชีมูตวาหนะซึ่งยังอยู่ตรงนั้นจึงตั้งใจจะยุติความขัดแย้งนี้ด้วยตัวเอง!

แล้วเหมือนทุกอย่างเป็นใจแก่ชีมูตวาหนะ เพราะไม่นานนักก็มีสองแม่ลูกกำลังปลอบใจกันอยู่ด้วยความทุกข์ จึงเข้าไปสอบถาม สืบทราบได้ว่าฝ่ายลูกชายนั้นชื่อ “ศังขจูฑะ” เป็นนาคที่ถูกเลือกให้เป็นเหยื่อของครุฑในวันนั้น ฝ่ายนาคผู้เป็นแม่จึงเข้ามาห้าม เพราะตนมีลูกเพียงคนเดียวและยินดีจะแลกตัวแทนลูก ฝ่ายลูกนั้นก็พยายามไล่ให้แม่กลับไปเสีย ชีมูตวาหนะรู้สึกสงสารในชะตากรรมของทั้งสองจึงออกตัวช่วยเหลือ โดยบอกให้นาคสองแม่ลูกไปบูชาพระศิวะที่เทวาลัยที่ห่างไปจากชายหาดนั้นระยะนึง ทั้งสองก็เลยผละตัวไปก่อน ส่วนตัวชีมูตวาหนะก็นอนทอดตัวบทแท่นหินสังเวยซึ่งอยู่บริเวณชายหาด ไม่นานนักครุฑก็บินโฉบพร้อมจิกกัดร่างของชีมูตวาหนะอย่างรวดเร็ว

ชีมูตวาหนะซึ่งกลายเป็นเหยื่อของครุฑนั้นไม่แสดงอาการเจ็บปวดจาการถูกฉีกร่างแม้แต่น้อย แถมเขายังตั้งอธิษฐานจิตอีกด้วยว่า...
“ด้วยบุญกุศลในการสละชีวิตนี้ ขอให้ข้าบรรลุถึงพระโพธิญาณในอนาคตด้วยเถิด”

ด้วยแรงกระซวกของครุฑนั้น ทำให้เครื่องประดับของชีมูตวาหนะกระเด็นแล้วก็ดันตกไปต่อหน้ามลยวตีผู้เป็นภรรยาพอดี ก็ออกไปตามหาไปจนถึงชายหาดก็พบแต่กองเลือด จึงเข้าใจว่าชีมูตวาหนะตายไปเสียแล้ว ก็ร้องไห้เสียใจแทบจะขาดใจ พอดีกับศังขจูฑะกับแม่ก็กลับมาจากการบูชาพระศิวะพอดี พอมาเห็นกองเลือดก็นึกขึ้นมาได้ว่าชีมูตวาหนะยอมสละชีพของเขาเพื่อให้สองแม่ลูกรอดชีวิต จึงได้รีบตามหาตัวก่อนที่ชีมูตวาหนะจะตายจริงๆ

ตัดไปทางด้านของครุฑที่กำลังกระซวกร่างของชีมูตวาหนะอย่างเมามันส์ สักพักก็เริ่มรู้สึกผิดสังเกตเพราะไม่มีเสียงร้องใดๆจากเหยื่อเลย จึงก้มไปมองจึงเห็นชีมูตวาหนะที่มีท่าที่สงบเยือกเย็นผิดกับวิสัยของนาค จึงวางตัวของชีมูตวาหนะลงเพื่อจะสอบถามว่าเป็นใครกันแน่ แต่ชีมูตวาหนะก็บอกกับครุฑว่าจะหยุดทำไม จงกินตัวเขาเสีย ครุฑจึงเข้าใจแล้วว่าผู้ที่ตนจับมาไม่ใช่นาคจึงพยายามสอบถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้ แต่ชีมูตวหานะก็บอกว่า เราเนี่ยแหละคือนาค ไม่อย่างนั้นจะมานอนที่แท่นสังเวยทำไม ซึ่งก็พอดีกับที่นาคศังขจูฑะมาถึงพอดีจึงประกาศตัวว่าเป็นเหยื่อของครุฑตัวจริงเสียงจริง ซึ่งก็ทำให้ถึงกับยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น ทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว

และก็บังเอิญกับที่มลยวตีผู้เป็นภรรยาของชีมูตวาหนะพร้อมด้วยพ่อแม่ของเขามาถึงยังบริเวณนั้นพอดี พอเห็นสภาพของชีมูตวาหนะที่เต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์และกำลังจะล้มลง ก็รีบเข้าไปประคองร่างที่หายใจรวยรินเต็มที ก่อนที่ชีมูเกตผู้เป็นบิดาจึงกล่าวต่อว่าครุฑที่กำลังก่อกรรมทำลายชีวิตผู้อื่นเพียงเพื่อสนองความแค้นของตนเท่านั้น ไม่นานนักชีมูตวาหนะก็สิ้นใจตายในอ้อมอกของผู้เป็นพ่อแม่ และแล้วเสียงร้องไห้คร่ำครวญของผู้เป็นพ่อแม่ก็ดังไปทั่วบริเวณ ศังขจูฑะเองก็ได้แต่โทษตัวเองว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ชีมูตวาหนะต้องตาย แม้แต่ตัวครุฑเองที่สำนึกผิดกับบาปกรรมในครั้งนี้ก็เศร้าสลดไม่แพ้กัน

ด้านมลยวตีนั้นก็เศร้าโศกกับการจากไปของสามี สักพักจากความโศกเศร้าเปลี่ยนเป็นความโกรธ จึงได้ตะโกนต่อว่าพระอุมาว่า “ไหนท่านเคยให้พรว่าสามีของข้าจะเป็นจักรพรรดิ แต่ทำไมเขาถึงต้องมาจบชีวิตเช่นนี้เล่า?” พระอุมาจึงปรากฎตัวต่อหน้ามลยวตีพร้อมบอกว่า “ข้าไม่มีวันจะตระบัดสัตย์ได้หรอก” แล้วก็ใช้เวทมนต์ชุบชีวิตชีมูตวาหนะให้คืนชีพขึ้นมาโดยไม่มีบาดแผลใดๆ เมื่อชีมูตวาหนะคืนชีพก็เข้าไปกราบพระอุมาด้วยความเคารพ พระอุมาได้ชื่นชมในความเสียสละครั้งใหญ่ของชีมูตวาหนะ พร้อมกับสถาปนาให้ชีมูตวาหนะเป็นจอมจักรพรรดิแห่งเหล่าวิทยาธรทั้งหลาย แล้วก็อันตรธายหายไป

ด้านครุฑก็เข้ามาขอขมากับสิ่งที่กระทำต่อชีมูตวาหนะ ชีมูตวาหนะตอบกลับว่าตนไม่ได้มีความแค้นใดๆเลย ที่ทำไปเพียงเพราะต้องการช่วยเหลือสรรพสัตว์ทั้งหลายเท่านั้น ครุฑจึงกล่าวสรรเสริญในความดีงามครั้งนี้พร้อมกับสอบถามว่าต้องการสิ่งใดจากตัวเขาหรือไม่ ชีมูตวาหนะจึงขอให้ครุฑเลิกอาฆาตและเลิกกินเหล่านาค อีกทั้งขอให้นาคที่ตายคืนชีพด้วย ซึ่งครุฑก็ให้พรไปตามที่ต้องการ เหล่านาคทั้งหลายก็คืนชีพอีกทั้งสัญญาว่าจะเลิกอาฆาตและไม่กินพวกนาคอีก ต่อมาชีมูตวาหนะก็ได้กลับไปยังกนกนครและขึ้นครองราชย์ในฐานะจักรพรรดิแห่งเหล่าวิทยาธร ปกครองบ้านเมืองของตนอย่างร่มเย็นเป็นสุขเสมอมา...

ก็เป็นอันจบเรื่องราวของชีมูตวาหนะ วิทยาธรผู้ยุติความขัดแย้งของครุฑและนาคไว้แต่เพียงเท่านี้ครับ แต่ก็อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้มาจากนิทานเวตาลซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเทพปรณัมฮินดูเท่าไหร่นัก ดังนั้น ก็ถือเป็นเรื่องเล่นสนุกๆกันไปนะครับ

SHARE
Writer
BenzKaweewut
Storyteller
ไม่ถนัดเล่าเรื่องตัวเอง ถนัดเล่าเรื่องอื่นมากกว่า #เล่าไปเรื่อยวรรณคดีอินเดีย

Comments