ผจญภัยนอก comfort zone
หลังจากที่ตัดสินใจอยู่นาน ในที่สุดเราก็เลือกเดินออกมาจาก comfort zone พื้นที่ที่ใครๆ ก็อยากอยู่ เพราะมันปลอดภัย มันสบาย และไม่เหนื่อย 
แต่เราขอคิดต่าง! เกิดมาทั้งที มันต้องรู้จัก zone อื่นบ้างสิน่า...

ทันทีที่เราหันหลังให้ comfort zone เพื่อนใหม่ที่เราได้รู้จักก็คือ experience zone! ว้าววววว มันไม่หรูหราหรอก มันไม่สบาย บางครั้งมันก็รู้สึกไม่ปลอดภัย... แต่นะ ก็ experience นี่ มันก็ต้องมีอะไรที่เราไม่เคยได้สัมผัสอยู่แล้ว... 
จุดเริ่มต้นของ experience zone ของเราก็คือ เราลาออกจากงานประจำที่เราโคตรรัก ที่เราทำมา 7 ปี มาเป็นออแพร์ที่ประเทศสวีเดน ให้ตายเถอะ แค่พูดถึงชื่อประเทศก็หนาวแล้ว ทุกคนรอบๆ ตัวพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเราบ้า ขี้หนาวแต่ไปอยู่ประเทศที่โคตรหนาว แถมไปตั้ง 1 ปี เธอต้องตายแน่ๆ ไปคนเดียวไม่กลัวหรอ ไม่เคยไปอยู่ต่างประเทศ แล้วอยู่ๆ ไป คิดดีแล้วหรอ  โอ๊ย!!! สารพัดคำพูด นั่นแหละ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราตัดสินใจออกจาก comfort zone มันมักจะมีสิ่งที่ทำให้เราลังเลและไม่มั่นใจขึ้นมา
แต่เชื่อเถอะว่า... experience zone สนุกกว่าเยอะ!!!
เอาล่ะเมื่อทุกอย่างพร้อม การผจญภัยก็เริ่มขึ้น... เราออกเดินทางจากประเทศไทยโดยมีแม่ และเพื่อนๆ มาส่งที่สนามบิน และคุณแม่ร้องไห้... แม่ หนูไม่เปลี่ยนใจแน่นอน 1 ปี แปป้เดียวเอง เราเดินทางมาประเทศสวีเดนในช่วงที่น่าจะเรียกว่าพีคที่สุดของความหนาวก็ว่าได้ คิดดูสิจากเมืิิองร้อนมากๆ ดวงอาทิตย์รักเรา มาอยู่เมืองที่ขาวโพลนไปด้วยหิมะ แค่คิดก็ขนลุกแล้ว สวีเดนต้อนรับเราด้วยอุณหภูมิ -16 องศาเซลเซียส แม่จ้าวววว ไม่เคยเจอค่ะ มายุโรปครั้งแรกในชีวิต เดินเข้า ตม. ก็ไม่เป็น เสียงประกาศจากสนามบินก็ฟังไม่ออก เพราะเป็นภาษาสวีดิช เดินตามๆ เค้าไปแล้วกัน เครื่องลำเดียวกัน คงออกทางเดียวกัน ตรรกะของคนไม่เคยไปไหนไกลจากประเทศไทย 555หลังจากที่เดินผ่านออกมา ขั้นตอนต่อไปก็คือ รับกระเป๋า ไม่มีเสียงบอกค่ะ สายพานเยอะมาก เดินมาจนจะสุดแล้วยังไม่เจอกระเป๋าตัวเอง ดีใจเจอคนไทยด้วยกัน ถึงคุณป้าจะมาบ่อย แต่เราสองคนก็เดินหากระเป๋าไปด้วยกัน ในที่สุดเราก็เจอสายพานที่เขียนเลขโบกี้สายการบินของเรา เย่!!! กระเป๋าเราปลอดภัย ไม่แตกจ้า อ่านเยอะจิตตก กลัวใส้ในกระเป๋าทะลัก 
Host family ให้ taxi มารับที่สนามบิน ทุกอย่างที่นี่ดู automatic ไปหมด ก้าวแรกที่เดินออกมาจากประตูสนามบิน แทบอยากจะกระโดดกลับเข้าไปอยู่ข้างในเหมือนเดิม -16 หนาวมากค่ะ!!! แต่ความหนาวก็ต้องแพ้ความตื่นเต้นที่เห็นหิมะครั้งแรก เห็นรถวิ่งไปพร้อมกับหิมะโปะอยู่บนหลังคาครั้งแรก และเห็นบ้านเมืองในยุโรปครั้งแรก โอ๊ย... ทุกสิ่งอย่างน่าตื่นเต้นไปหมด นี่แค่ วันแรก เราก็ลืม confort zone ไปแล้ว ถ้ารู้ว่า experience zone มันตื่นเต้นขนาดนี้ เราออกมาตั้งนานละ ;) 

เราอยู่ที่บ้านโฮส (เป็นการอยู่บ้านคนอื่นครั้งแรกในชีวิต) ขอบคุณพระเจ้าที่เราปรับตัวง่าย แต่ไม่รู้สึกเป็นตัวประหลาด เราเลยเข้ากับคนในบ้านได้ดี อยู่มาได้ 1 อาทิตย์ หิมะก็ตกลงมาอีก ด้วยความที่เคยเห็นแค่ไอติมเกล็ดหิมะ เราก็คว้าโทรศัพท์วิ่งออกไปถ่ายรูปหน้าบ้าน เดินคุยวิดีโอคอลกับแม่ แล้วโทรศัพท์ก็เซย์กู๊ดบาย ดับไปต่อหน้าต่อตา 0-0 อากาศมันเย็นจัดไง มันเลยน็อค คงชินกับความร้อนแบบไทยสินะ 555 ลืมบอกไป วันแรกที่ได้เหยียบหิมะ เราก็ลื่นลงไปนั่งเล่นกับพื้นตั้ง 4 รอบ ทำลายสถิติ guiness book ไปเลย วันรุ่งขึ้นสัมผัสได้ถึงความระบม แต่มันก็ยังสนุกกับการเดินเล่นนอกบ้านอยู่ดี
ก่อนเริ่มทำงาน เรามีโอกาสได้เข้าไปเที่ยวในตัวเมือง Stockholm ด้วยรถไฟคนเดียว ทำไมค่าตั๋วมันแพงอย่างนี้เนี่ย (แต่เอาจริงๆ ถ้าต้องต่อหลายๆ ต่อแบบไทย มันคุ้มมากจ่ายครัั้งเดียวใช้ได้ 75 นาที) เอาล่ะเริ่มผจญภัย เราเดินออกมาจากสถานี... คือทุกวันนี้ก็ยังจำไม่ได้ว่าทางที่ออกมาวันนั้นอยู่ตรงไหน ทุกอย่างเป็นภาษาสวีดิช เป็นตั้งแต่ในสถานีแล้ว เรารู้สึกว่าตัวเองมาจากดาวอีกดวงที่พูดคนละภาษากัน เราเดินอย่างไร้จุดหมาย เดินตรงอย่างเดียวจะได้กลับถูก ทุกอย่างรอบๆ ตัวน่าตื่นตาตื่นใจไปหมด ทั้งน้ำที่กลายเป็นน้ำแข็ง เรือที่ติดแหง็กไปไหนไม่ได้ ต้นไม้ที่มีแต่ต้น และการจารจรที่สวนทางกับประเทศไทย ข้ามถนนมองคนละข้างกับคนอื่นเค้า 555 เราเดินนานมาก เดินจนมือแข็งขาเริ่มแข็งถึงได้หาทางกลับ สุดท้ายไอ้ทางที่เราคิดว่าเดินตรงก็พาเราหลง แต่ก็ยังหาทางกลับได้ด้วยปากของเรา ถามสิคะรออะไร 555

เที่ยวเล่นเสร็จแล้วถึงเวลาทำงานจริง มันไม่ได้สบายอย่างที่คิด เด็กยังไม่คุ้นชินกับเรา ทางเดินไปโรงเรียนน้องที่เอาจริงๆ ไป-กลับ 4 กิโลเมตร ลองคิดดูว่าไกลมั้ย อันนี้ขอไม่พูด :) เราต้องทำทั้งงานบ้านและอาหารด้วยในบางวัน จากคนที่นั่งรอกินที่บ้าน ตอนนี้ต้องมาโชว์ฝีมือ เราไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าเค้าจะกินได้มั้ย เพราะทำกับข้าวแบบกินได้คนเดียวตอนอยู่ไทย :P แต่ amazing Thailand มาก ทุกคนชมว่าอร่อย ให้เราทำกับข้าวบ่อยมาก จนทุกวันนี้พูดได้เต็มปากว่า ทำกับข้าวเป็นค่ะ 555 นอกจากเรื่องงาน เรายังได้เรียนภาษาฟรีด้วย แท้แด... เราจะฟังออก พูดได้แล้วนะ!!! โลกสวยมาก แต่ยากโคตรรรร กลับบ้านพร้อมความมึนเต็มหัว แต่ก็ยังดีเรามีเพื่อนร่วมงงตัั้งหลายคนในห้อง ยิ้มสยาม ทำให้เราได้เพื่อน เย่!! ปัจจุบันยังคงเรียนภาษาต่อเนื่อง แต่ต้องยอมรับว่ามันยากจริงๆ แต่เราจะไม่ยอมแพ้!!! 

ที่เขียนร่ายยาวมาทั้งหมดมันก็ไม่ได้มีแต่เรื่องดีๆ หรอกนะ ก็ experience zone นี่ มันก็ต้องมี สุข ทุกข์ เหงา เศร้า ปนๆ กันไป บางครั้งเราก็มีที่ไม่เข้าใจกันกับโฮส ต้องปรับต้องจูนกัน เค้าไม่ชอบในส่วนนี้ เราไม่ชอบในส่วนนี้ ก็ต้องคุยกัน และในที่สุดมันจะลงตัว (แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ;P) แต่ถึงอย่างไรเราก็ยังคิดว่า experience zone สนุกและน่าอยู่กว่า comfort zone เยอะ ถ้าไม่เชื่อ อยากให้ลองออกมาผจญภัยกันดูค่ะ แล้วจะรู้ว่าพูดจริง ไม่ได้โม้!!!! 555 
SHARE
Written in this book
Muk Stories
Writer
Luften
นักผจญภัย adventure girl
Once I become an Au Pair in Sweden. กรอบเป็นแค่สิ่งที่เราสร้างขึ้นมา ไม่มีอะไรอยู่ในกรอบ แม้แต่ชีวิตของเราเอง

Comments