จบปี1 ครั้งที่ 2
จบแล้ว freshy จบแบบจริงๆสักทีฟังดูงง งง เนอะอะไรคือ จบปี1  2 ครั้ง
จบได้แน่ๆ ถ้าคุณซิ่ว

ปี1 ครั้งนี้เป็นอะไรที่ไม่น่าตื่นเต้นเท่าไหร่
คงจะเพราะว่าผ่านมันมาแล้วทั้งการรับน้อง ทั้งถูกรับและรับเข้า
วิชาที่เรียนก็เคยเรียนมาเเล้ว
มหาวิทยาลัยก็ดูเหมือนๆเดิม

เอาไงดีจะบอกว่าไม่มีอะไรยากเท่าวิทยาอีกแล้วก็คงจะไม่ใช่
เพราะว่าการเคยอยู่วิทยามาก่อนแล้ว 1 ปี ทำให้ไม่ต้องปรับตัว หรือ รูปแบบการใช้ชีวิตอะไรมาก
แค่อ่านหนังสือทุกวัน ทำกิจกรรมให้คุ้ม หาเพื่อนให้เยอะๆ มีความสุขให้มากๆ เท่านั้นก็เพียงพอที่จะมีชีวิตอยู่ในมหาวิทยาลัยแบบไม่ท้าไทร์แล้ว

สุขอยู่ไม่นานเหมือนวันวานแค่เพียงผ่าน ทุกข์ก็ไม่นานจะจางหายปีที่แล้ว ร้องไห้แทบตาย แต่ก็ไม่ตายสักทีตอนที่ได้ยินว่า แม่ไม่ให้เรียนวิทยาแล้วอยู่ไปไม่มีอนาคตเท่ามาสหเวชอีกแล้ว ถ้าไม่ซิ่วจ่ายค่าเทอมเอง พร้อมคำพูดว่าซิ่วสหเวชให้เเม่เถอะ เช้า สาย บ่าย เย็น 

ตอนนั้นทำใจไม่ได้ ไม่อยากทำงานโรงพยาบาลเพราะเป็นคนมีเซนต์เห็นนู่นนี่เต็มไปหมด
แล้วก็กลัวอนาโตมี่แบบสุดๆไปเลย สุดท้ายแล้วก็ต้องมา มันเลี่ยงไม่ได้นี่

ถึงแม้จะทำใจไม่ได้ก็ต้องทนอยู่กับมันไปให้ได้ 
งั้นก็ มาทำทุกวันให้มีความสุขเถอะนะ ไม่ต้องเศร้าแล้ว
ต่อจากนี้จะเป็นคำว่า รีวิว การเรียนสหเวช เทคนิคการแพทย์ คงไม่ได้
คงจะเป็นการมอง คณะสหเวชศาสตร์ สาขาเทคนิคการแพทย์ ฬ จากมุมมองเด็กที่มาจากวิทยาล่ะกัน ถ้ามีรุ่นพี่มาอ่านบทความนี้คงไม่ถูกใจแน่ๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้หล่ะนะ ก็เลือดวิทยามันข้นอ่ะ ฉันรักไปแล้ว แต่สหเวชก็โอนะ จะว่าไงดีฉันไม่ได้อินกับสหเวชหล่ะมั้ง
รีวิว สหเวชศาสต์ ฬ จะเรียกรีวิวมั้ย ก็คงจะประมาณนั้นแหละมั้ง
ประสบการณ์ บทที่ฉันร้องไห้แทบตาย เพื่อจะต้องทนอยู่กับแกไปตลอดชีวิตการทำงาน


สอบติดสหเวช ไม่ดีใจเลยสักนิด
สอบสัมภาษณ์ บอกว่าไม่อยากเรียนแต่ก็ไม่มีทางให้ถอยอีกแล้ว ก็ติด

การรับน้องคณะ ไม่ได้ไปเพราะว่าไปรับน้องกรุ๊ปที่วิทยา แต่ทุกคนก็บ่นว่าห้องน้ำน้อยที่นอนไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็ฟังผ่านๆเพราะไม่ได้เจอกับตัว 

การเรียน ปี1 เทอม1 ชิวมั้ย
ก็ไม่นะ ก็เรียนไปเรื่อยๆ ความยาก ยากน้อยกว่าวิทยาเลยทำตัวชิวๆมั้ง

เคมีทั่วไป หรือ Gen Chem - ก็คือเคมีมัธยมปลายนั่นแหละ แนะนำหนังสืออยู่เล่มนึง Chang ก็คือเอาในนี้แหละไปออกสอบ แล้วก็ดูคลิปห้องติววิทยาพี่ซูกัส  ก็คือผ่านมีนสวยๆไปเลยเทียบกับวิทยาเกาะมีน

แลปเคมี - ก็ไม่เหมือนวิทยาซะทีเดียว เหมือนเอาเทอม1-2 วิทยามารวมกันเเล้วเขย่าออกมาให้เรียนในเทอมเดียว ถ้าไม่มีพื้นฐานอะไรมาเลยคงช็อคพอสมควรเพราะแทบไม่บรีฟอะไรเลยแล้วให้ทำแลป ไม่เหมือนตอนวิทยาที่แทบจะจับมือทำ

ฟิสิกส์สำหรับนิสิตแพทย์ - เป็นวิชาที่เทเลคเชอร์รุนแรงมาก แบบก็สอนไม่รู้เรื่องอ่ะ เกาะเลคเพื่อนแล้วก็ชีทวิทยาไปสอบ รอดมาด้วย C พอใจล่ะ 

แลปฟิสิกส์แพทย์ - ก็เหมือนแลปนิสิตวิทยานั่นแหละ แค่มี 2 แลปที่ไม่เหมือนที่เหลือก็เหมือนหมด

คอมพิวเตอร์สำหรับวิทยาศาสตร์สุขภาพ - ชื่อวิชาคือ Comp for health เป็นวิชาเฉพาะสาขาสำหรับนิสิตเทคนิคการแพทย์โดยเฉพาะ ถามว่าเรียนไปทำไมนักเทคนิคการแพทย์วันๆไม่ได้ส่องเชื้ออย่างเดียว ต้องใช้เครื่องมือพื้นฐานเป็นด้วย เพื่ออ่านค่า หรือทำสื่ออะไรต่่างๆให้ความรู้แก่คนทั่วไป เอ้อพอเรียนปุ๊ป นี่มัน Comp for hell !!!! มากๆ ต้องลากตัวไปเรียนที่ อปร.8 เพราะคอมที่คณะไม่พอ แล้วก็งง งง มากๆ แต่ก็ผ่านมาด้วย B แต่บางคนก็ได้ A นะ 
พีคมากๆคือ ฉันเจอผู้หญิงใส่ชุดขาวนั่งห้อยขาที่ห้องน้ำหญิง ว๊อยยยยังไม่ทันเข้าภาคฉันก็โดนแล้ว

ภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนรู้ในชีวิตจริง 1 - ก็งั้นๆแต่ที่พีคคือลงเซคที่แบบสอนเต็มที่ เปิดเพลงทุกคาบ ก็สนุกดี จบด้วย C เพราะอ่อนด้อยด้านภาษามาก

Gen ed Paragraph write - รอบนี้ลงซ้ำเหมือนที่เคยลงวิทยา ว่าจะทุบ A แต่สรุปได้ B+ มาว๊อทททททททท 

Gen ed - Plant world ควรเปิดเซคสหเวชอ่ะเอาจริง สหเวชเยอะจริงจังมาก แต่อาจารย์ใจดี เราปลูกคาลล่าลิลลี่ ก็ลุ้นแล้วลุ้นอีกว่าจะขึ้นมั้ย ก็ขึ้นเว้ย ออกดอกทันส่งด้วย รายงานก็คือสุดไปเลย แต่ก็ A นะ

Gen ed intro to law-เป็นอะไรที่มีความสุขมากๆแบบได้เรียนในสิ่งที่ชอบต่อให้ต้องอ่านเยอะแค่ไหนก็จะสู้มันเป็นแบบนี้นี่เอง ผ่านมาด้วย A แต่หนังสือนี่คือเยอะมากๆ ค่าหนังสือเป็นพันๆ

พอปิดเทอมอันน้อยนิดก็ไม่ได้พัก เทวิญญานให้ค่ายจังหวัดที่ตัวเองเป็นประธานค่ายอยู่ แล้วก็มีงานทะเบียนของชมรมเชียร์ที่ตัวเองเป็นเฮดพัสดุเชียร์อยู่ ก็คือไม่ได้พักเลยจนวนมา เทอมที่2

เทอมที่2 รู้สึกหนักเพราะ มีงานบอลเข้ามาสูบวิญญาน ก็คือเทเลคเชอร์หนักมากแทบจะทุกวิชา เป็นตัวอย่างที่ไม่ค่อยดี มากๆ นี่กล้าเทเพราะว่าอ่านเองได้แล้วก็เคยเรียนมาเเล้วแต่ก็ประมาทไม่ค่อยได้เลยอ่านอัด ก่อนสอบ 2 เดือนหลังจบงานบอล

แคลคูลัส 1 - ผ่านวิทยามาแล้ว ชิวๆไปเลยจ๊ะแม่ สอนไงออกงั้นแหละ เลคก็ไม่ตื่นไปเข้า อาศัยเลคเพื่อน ดูแย่ๆมากๆแต่ตื่นไม่ไหวจริงๆ

เคมีอินทรีย์- ออเคม พาร์ทแรกคือแบบอาจารย์สอนอะไรอ่ะ แต่ผ่านมีนก็คือแบบสวรรค์โปรด พาร์ทหลังอาจารย์สอนเข้าใจมากแทบจะกราบอาจารย์

แลปเคมีอินทรีย์- ก็คือเกินเบอร์มากจำจนหัวแตกเพื่อสอบพรีและโพสเทส แลปก็คือทำไม่ทันมากๆๆๆๆ หลอดก็โดนขโมยหายทุกแลป นี่เลยอาศัยช่วงเก็บของแล้วเป็นกลุ่มสุดท้ายตลอดคอยหนีบหลอดที่มีคนลืมไว้ใน water bath 

เคมีวิเคราะห์- ได้ความอนุเคราะห์จากเพื่อนวิทยาแบบสุดขีดเรียนไม่รู้เรื่อง แต่เพื่อนให้ทั้งสไลด์ทั้งหนังสือ ทุกอย่างมาเลยผ่านไปได้ พอมาพาร์ทหลังรับรู้ถึงความนรกเลย วิทยาสายไบโอไม่มีเรียนพาร์ทนี้ นี่อาจารย์สอนอะไร โอเคนะคะนิสิต นิสิตไม่โอเคมากๆค่าจารย์  จบแอนอลแทบจะร้องโอเคนะคะได้ 

ชีววิทยาทั่วไป - เนื้อหาวิทยาดีๆนี่เองแค่ไม่เรียนพืช แล้วก็ไม่เน้นขั้นตอนของ DNA RNA ถือว่าเบาไปเยอะ เน้นพวกวิดีโอ ที่อยู่ใน Youtube ที่จุฬาทำร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการ แต่เจอ 91-100 ของเภสัชไปทีนี่ก็ช็อคพอสมควร แทบจะกดเต็ม มีนสูงนี่เกาะมีนเลย
แลปชีว - แลปนี่ชิวๆไปเลย เพราะเหมือนวิทยาเป๊ะๆ

ภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนรู้ในชีวิตจริง 2 - ก็คือสอนเต็มแม็กมากมี 3 อาจารย์สอน 3.30 ไปเลยย sec 151 อาจารย์ผักบุ้ง

Gen ed - Mgt greenเปิดประสบการณ์ใหม่ในชีวิต สายวิทย์สุขภาพไม่น่าจะมีความเกี่ยวข้องมากที่สุดล่ะ แต่ดันมาลงเจนเอดตัวนี้ มีทั้งเศรษฐ์ศาสตร์ สถาปัตย์ วิทย์นิดหน่อย แต่เน้นๆคือ ถาปัตย์กับเศรษฐศาสตร์ นี่สหเวชแบบฉันมาทำอะไรตรงนี้ ก็คือไม่ได้ปลูกต้นไม้จ้า เป็นการเรียนที่แบบ ตั้งแต่การผลิตจนสิ้นสุดชีวิตของผลิตภัณฑ์จะก่อให้เกิด CO2 และอื่นๆที่ไม่เป็นมิตรต่อโลกได้ขนาดไหน อะไรประมาณนี้ ช็อคโลกไปเลย สอบแบบ Open book แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่เลย เขียนจนนิ้วปูดก็เขียนไม่ทัน สุดมาก แต่ชอบสุดคือได้ไป ที่ สสส. ด้วย เปิดโลกได้เยอะมากเลย ถ้าอยู่ที่คณะคงไม่มีอะไรแบบนี้แน่ๆ

ที่จริงสหเวชก็มี Band สันกลอง สันเต้น ชมรมกีฬาจิปาถะ แต่นี่ไม่ได้เข้าคณะเลยเพราะทำของจุฬาใหญ่ก็ตายแล้ว กิจกรรมก็มีแบบล้านแปดตอนเข้าไปเปิดโครงเพื่อทำค่ายจังหวัดนะ สหเวชนี่ยืน1มาเลยแบบ คุณพระ กิจกรรมอะไรจะเยอะขนาดนี้อ่ะ ถามจริงเปิดโครงกันให้มันไปเลยจ้าแม่

ตึกเรียนก็ CUP1-เรียกกันติดปากว่าตึกแดง เป็นตึกที่มีห้องคอม กับห้องแลป
CUP2 - ตึกกายภาพ บางทีก็ได้ไปสอบ โต๊ะสอบก็โต๊ะนิ่มๆแบบดินสอจะทะลุเอา แอร์เย็นๆ
CUP13 - ดีไซน์สวยมากแต่ไม่ได้มีความปลอดภัยเลย โต๊ะเลคเชอร์นี่คือปวดหลังมากๆ 
CUP 14 - มันคือตึกห้องแลปดีๆนี่เอง ตอนไปสอบก็คือปวดขามากเพราะขาชนโต๊ะ

รถป๊อป สาย 2 - ลงคณะ ต้องขึ้นสายนี้ จุดที่ขึ้นประจำคือลง BTS สนามกีฬาเดินออกทางออกที่ 3 ไปรอขึ้นตรงด้านในสนามกีฬา ที่มีร้านขายของเล็ก ที่ตรงข้ามเป็นที่จอดรถของเจ้าหน้าที่กรมลูกเสือมั้ง

เดินเอาก็ได้ - ไปคณะเดินเอาก็ได้ ใช้วิธีทะลุ MBK เอา ลง BTS สนามกีฬา ประตูทางออกที่ 2  เดินทะลุเข้า MBK แต่ต้องแสดงบัตรนิิสิต ถึงเข้าได้ในตอนเช้าๆ ก่อน 10.30 น. ก็คือเดินมาทางเดียวกับตอนจะไปหอในนั่นแหละ แล้วก็เดินสกายวอล์คไปลง จะลงที่ตึกแดงพอดี

โรงอาหารคณะ - อยู่ตรง CUP14 วันที่หัวร้อนคือวันที่รีบแต่มีคนนอกเข้ามาช่วยใช้ด้วย กินแล้วก็ไม่มีอะไรอร่อยสักอย่าง ท่องไว้กินเพื่ออยู่ 

เพื่อนในคณะ - รองจากแพทย์ เภสัช ทันตะแล้ว คณะนี้เด็กซิ่วเยอะมากๆแบบ อ้าวมึงมาอยู่นี้เหรอแบบเดินชนกันเป็นว่าเล่น ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมมีนสูง เขาซิ่วมากันเยอะมากเเละเด็กเก่งๆที่อ่านสอบรอบเดียวไปสอบกดเต็มแม็กก็มี แต่สังคมไม่ได้แข่งขันอ่ะ ช่วยๆกันเรียน ใครบอกว่าจุฬาสังคมแข่งขันนะ จะไปถามว่าคุณเคยลองมาเรียนแล้วเหรอ 

จุฬาไฮโซจริงๆเหรอ - ใครเอาแนวคิดนี้ยัดใส่หัวเด็กๆอ่ะถามจริง ไม่ไฮโซเลย ตั้งแต่อยู่มานะเปิดเพลงเต้นเต่างอยใต้คณะ นอนกลางพื้นโล่งๆ ไปอ่านหนังสือ ตกเย็นชวนกันไปกินส้มตำแถวมอ กิจกรรมชวนกันไปขึ้นดอย ทำจิตอาสา ไม่เห็นมันจะไฮโซตรงไหนเลย ตอนเรียนใครจะใช้ไอแพดก็ใช้ ใครอยากจดดินสอก็จดไม่เห็นมีใครแข่งอะไรกันเลย แค่แบบเพื่อนตื่นมาเรียนได้รับผิดชอบตัวเอง รับผิดชอบงานกลุ่ม โอเคจบ ใครบอกว่าสังคมจุฬาไฮโซไม่ควรส่งลูกมาเรียนนะจะบอกว่า ให้ลูกสอบติดก่อนแล้วค่อยพูด แล้วก็เคยเจอจริงๆแล้วเหรอถึงพูดอ่ะ มีความหัวร้อนมากๆเวลาได้ยินอะไรแบบนี้ 

อ่ะจบไปล่ะกับการรีวิวสหเวช ควรเรียกรีวิววิทยาอีกรอบมากกว่า ชีวิตปี1 อยู่วิทยาไปเลย 90% ของชีวิต อย่างน้อยก็ช่วยทำให้คิดถึงวิทยาน้อยลงนะ
สรุป ปี1 รอบนี้ได้อะไรบ้างปี1 รอบนี้ทำให้รู้สึกปล่อยวางกับสิ่งรอบๆตัวได้เยอะเลย
ถ้าผ่านความเสียใจมาเยอะๆจนถึงจุดๆนึงเราจะเป็นคนเย็นชา ไม่ใช่หรอก เราจะเป็นคนมองโลกแบบที่มันควรเป็นไปมากกว่า

รู้สึกว่าการเรียนไม่ต้องไปจริงจังกับมันมากๆก็ได้ มันไม่ใช่ทุกสิ่งของชีวิต
ทำกิจกรรมบ้างเพราะอย่างน้อยก็ทำให้ได้รู้จักคนเยอะขึ้น ได้มุมมองชีวิตหลากหลายมากขึ้น

ได้ลองเปิดใจกับอะไรเยอะขึ้น ได้รู้จักกับคำว่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ถึงแม้ว่าจะรู้สึกยาวนานกว่าตอนปี1 วิทยาก็เถอะ 

แล้วก็ได้เรียนรู้ว่า คนที่สูญเสียกับคนที่ไม่เสียอะไรเลยไม่มีทางเข้าใจจนกว่าจะได้มายืนอยู่จุดเดียวกัน ถึงบอกว่าเข้าใจก็ไม่เข้าใจหรอก จนกว่าจะได้มาเจอมันด้วยตัวเอง
STORY เรื่องนี้เลยบันทึกอยู่ใน CU in my mind แทนที่จะบันทึกลงใน มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร ถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนบ่นๆกับชีวิต เส็งเคร็งนี่ก็เถอะ
SHARE
Written in this book
CU in my mind
เรื่องราวทั้งมีความสุข ความทุกข์ ที่คนคนนึงได้เจอในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยแห่งนี้ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยตนเองก็คงไม่รู้ว่ามันจริงหรือเปล่ามันเป็นอย่างที่เขาพูดกันหรือเปล่า เพราะอยากรู้จึงลองมาสัมผัสด้วยตัวเอง ก่อนจะอ่าน ช่วยเปิดหัวใจของคุณกว้างๆเพราะที่แห่งนี้มันเต็มไปด้วยอารมณ์ที่มากกว่ากำหนดไว้ในหนังสือ และมันคือความทรงจำของคนคนนึงที่บันทึกผ่านตัวอักษรให้ได้รับรู้กัน
Writer
lostsheep
writer
เก็บภาพความทรงจำด้วยความรู้สึก มันคือไดอารี่ที่ยังเตือนว่าฉันยังคงมีชีวิต

Comments