ห้วงเวลาหยุดเดินที่สนามบิน

เราเดินเคียงกันมาตามทางเดิน ฉันเอ่ยชวนให้เราทั้งคู่นั่งลงที่ไหนสักแห่ง
แต่คนพลุกพล่านพอควร สายแล้ว และม้านั่งก็ค่อนข้างเต็ม
การแยกกันโดยหุนหันฉับพลันคงไม่นุ่มนวลนัก
อาจจะคุณหรือเราทั้งคู่ ต่างประวิงเวลา

"กินกาแฟไหม" เขาถามฉัน ทั้งๆที่ฉันก็บอกทุกคนตลอดว่าฉันไม่กินกาแฟ
"ไม่กินอ่ะ กินไม่ได้" ฉันตอบไปเหมือนทุกครั้ง
นี่ลูกสาวคนโตของเธอนะ เรื่องแค่นี้ทำไมไม่เคยจำได้ซักที เฮ้อ...ผู้ชายก็เงี้ย
ฉันคิดแบบนั้น แต่ครั้งนี้ก็ไม่ได้หงุดหงิดอะไรนัก
ต่างกับบ่อยครั้งเมื่อเราอยู่ใกล้กันตอนอยู่ที่บ้าน
ความขี้ยัวะของเขาย้ำเตือนฉันให้ระวังตัวอยู่เสมอจนถึงขั้นหวาดระแวง
ถ้าตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ความทรงจำแย่ๆ และความที่ฉันจำได้ว่าฉันไม่ใคร่ชอบเขาขนาดไหนมันมากมายเหลือเกิน

ถึงกระนั้น ลึกๆในใจฉันก็ยังคงต้องการอะไรบางอย่าง



สุดท้ายเราก็มาหยุดอยู่นั่งที่ร้านกาแฟร้านนึง
ฉันสั่งชาเขียวหวานน้อยหนึ่งแก้ว เพราะเขาบอกว่าเดี๋ยวกินด้วย แต่สุดท้ายเขาก็ดูดไปคำเดียว

เหลือเวลาอีกไม่นาน
จังหวะที่ชาเขียวรสจางถูกกลืนลงคอ แผ่กำจายความเย็นม้วนวนไปทั่วหลอดอาหารฉันอย่างอ้อยอิ่ง
ห้วงเวลารอบตัวพลันช้าราวกับมีใครจงใจบิดเบือน
คนตรงหน้าฉันเสมองไปทางอื่น เช่นกันกับฉัน
ผู้คนที่เดินไปมารอบตัวเราสองคน เคลื่อนไหวช้าลง และฉันก็ถูกตรึงอยู่กับภาพนั้น
บทสนทนาไม่สลักสำคัญถูกแลกเปลี่ยนไปมา ฆ่าเวลา
ยอกย้อนแย้งกับภาพใดๆในจอตาที่เอื่อยอ่อย
มิติเวลานั้นพิศวง
ฉันนึกถึงทฤษฎีที่ชายคนรักของฉันเคยพูดถึงไว้เกี่ยวกับอวกาศ เวลา
แต่ ณ เวลานั้นฉันไม่อาจจำสาระอะไรได้
รู้สึกตัวอีกทีฉันก็พบว่าเวลาของฉันหมดลงแล้ว



ชายคนนั้นลุกขึ้นบอกลาฉัน แตะบ่าง่ายๆสั้นๆแล้วหันหลังจากไป
ร่างนั้นมั่นคงอย่างที่ฉันรู้จัก เขาเดินย่ำชัดเจนตรงไปที่ทางออกไม่หันกลับมาจนลับตาไป

ฉันพบว่าเขาตัวเล็กลงไปมากจากแผ่นหลังที่เห็น
ไม่แน่ใจว่าเพราะฉันตัวโตขึ้น -ไม่น่าเป็นไปได้- หรือฉันอยู่กับคนที่ตัวโตกว่านานไปหน่อย จึงเห็นเป็นอย่างนั้น
แนวผมของเขาบางลงไปมาก แซมขาว
ย้ำเตือนถึงวันโรยราที่สักวันจะมาถึง
ฉันไม่เคยพึงใจสักเท่าไรกับการที่ต้องพยายามหาเรื่องดีๆเกี่ยวกับตัวเองมาคุยกับเขา
แต่มันรู้สึกดีและหยุดไม่ได้ทุกครั้งที่เขาชวนคุยกลับมาและชื่นชมฉัน
ฉันไม่เคยปฏิเสธว่าฉันไม่ชอบผู้ชายใจร้อนคนนี้
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า ช่วงเวลาเพียงเล็กน้อยที่เขาลดความเจ้าบงการ เขางดงามมากเพียงใด



ฉันที่เยาว์ เขลา
หวังสักวันว่าจะเป็นผู้ใหญ่พอที่เขาจะยอมรับ
นั่นอาจเป็นสิ่งที่ฉันหวังมาตลอด
ฉันคิดว่าฉันอาจจะโหยหาความเป็นผู้ใหญ่เร็วไปหน่อยจึงเจ็บปวด
ครั้งนี้เจ็บปวดน้อย เมื่อเทียบกับก่อนหน้า
เขาเปลี่ยนไป อ่อนลง
หรือฉันเปลี่ยนไป ไม่แน่ใจ ฉันไม่เคยแน่ใจอะไรเลย
ความคิดที่ไม่ได้อยากเรียกเขากลับมาพูดอะไรอีกหน่อย แต่ก็ไม่เคยอยากให้เดินลับหายไป ฉันก็ไม่เคยชัดเจนแน่จิณอะไร

ความคิดร้อยพันราวชั่วกาลวิ่งตรงเข้ามาในความคิด
เนิบนานจนชายคนนั้นหายไป
คนรอบตัวฉันก็กลับมาเดินเร็วที่จังหวะปกติ


การจากลาทุกครั้งนำมาซึ่งความหวั่นไหว
ราวกับใจเป็นกองเศษผงอะไรสักอย่างที่ถูกเป่าจนฟุ้ง
ชีพจรยังอยู่ และเต้นแรงย้ำเตือนความไหวหวั่น
ฉันสับสนเสมอ แต่ไม่ใคร่หาคำตอบใดเพราะรู้ว่ามันคือธรรมชาติของเจ้าใจวุ่นวายของฉัน

ฉันนิ่งซึมซับความรู้สึกจี๊ดๆในอกเหมือนกดแผลล้มช้ำที่ต้นขาซ้ำๆราวกับมันเป็นซุปร้อนควันคลุ้งชวนภิรมย์ในหน้าหนาว
กระบอกตาปวดๆจี๊ดนั่นก็เยี่ยมยอด
ไม่ได้เป็นความรู้สึกมีความสุข แต่ฉันพึงใจที่จะปวดตุบอยู่เช่นนั้น

ในร้านกาแฟ ตรงหน้าแก้วชาเขียวรสห่วยแตก
ฉันกลับมาอยู่ลำพังอีกครั้ง
และกำลังจะออกเดินทาง
SHARE
Writer
YourFluff
Roamer
Lovey-Dovey girl yay yay!

Comments