Primrose [ yujin x wonyoung ] - 1 -
.
.
.
.
.
.
.
11:00 am ณ ล็อบบี้คอนโดหรูใจกลางเมืองของอันยูจินและควอนอึนบี ที่บัดนี้เจ้าของห้องของควอนอึนบีได้เปลี่ยนเป็นน้องสาวคนเล็กของบ้านอย่าง จางวอนยอง ไปเรียบร้อยแล้ว 
.
.
.
.
“ ฮัลโหลค่ะ พี่อึนบีนยองถึงคอนโดแล้วพี่อยู่ไหนคะ ” 

“ อ้าวทำไมมาก่อนตั้งนานล่ะคะ พี่อยู่สนามบินค่ะ แต่ฝากคีย์การ์ดเข้าห้องไว้ที่เพื่อนห้องตรงข้าม ”

“ อะไรนะคะทำไมพี่ไปอยู่สนามบิน ทำไมไม่บอกนยองก่อนคะแล้วจะไปไหนไปกับใครกลับเมื่อไหร่ แล้วใครจะดูแลนยองตอนอยู่คอนโดคอนเดียวล่ะคะ ” เสียงใสรัวคำถามใส่พี่สาวด้วยความตกใจ ในใจนึกโกรธทำอะไรไม่ปรึกษาเธอสักคำฝากคีย์การ์ดไว้กับเพื่อนตรงข้ามห้องเนี่ยนะ ไว้ใจได้รึเปล่าก็ไม่รู้

“ ไปลอนดอนค่ะ ไว้พี่มาอธิบายตอนถึงแล้วกันพี่เดี๋ยวพี่รีบโทรบอกเพื่อนให้ก่อนพี่ต้องไปแล้วแค่นี้นะคะ ” สิ้นเสียงสายก็ถูกตัดไป รีบหนีก่อนที่น้องสาวตัวดีจะบ่นใส่เขายาวไปถึงลอนดอน
.
.
.
.
.
ณ ห้องของอันยูจินที่ตกแต่งอย่างเรียบๆด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม่กี่ชิ้นโทนสีน้ำเงินเข้มตามสไตล์ของเจ้าตัวที่กำลังยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่มพร้อมกับดูหุ้นบริษัทของครอบครัวเขาในไอแพดอย่างใจเย็น
.
.
.
ตื้ด ตื้ด ตื้ด เสียงริงโทนของโทรศัพท์ส่วนตัวที่น้อยคนนักจะมีเบอร์ของอันยูจินก็ดังขึ้นหน้าจอโชว์เบอร์ของเพื่อนตัวดีของเขา

“ ฮัลโหลยูจิน แกอยู่คอนโดใช่มั้ยลงไปรับยัยวอนยองหน่อยสิ ”

“ อ้าวมาแล้วหรอ นึกว่าจะมาอาทิตย์หน้าซะอีก ” ร่างโปร่งสงสัยเพราะที่คุยกันไว้ว่ากว่าวอนยองจะเปิดเทอมก็อาทิตย์หน้านู้น

“ ไม่รู้เหมือนกัน มาเที่ยวก่อนมั้ง ”

“ เออๆ แกไปเถอะไม่อยากคุยกับคนหนีที่บ้านเที่ยวว่ะ ”

“ นานๆทีนะเว้ย เออฝากด้วยละกันนะ เจอกัน ”
.
.
.
.
ร่างบางนั่งรออย่างหงุดหงิดอยู่ที่โซฟาของล็อบบี้คอนโดพลางกดโทรศัพท์รอเพื่อนพี่สาวของเธอ อันยูจิน เธอรู้สึกคุ้นแต่ก็นึกไม่ออก อาจจะเคยเจอแต่คงไม่บ่อยจนเธอได้ยินเสียงทุ้มเรียกชื่อของเธอ

“ น้องวอนยอง ” เธอจำได้ในทันทีที่ได้เสียงแบบนี้ คนขี้แกล้งคนนั้นที่เธอไม่ค่อยจะชอบหน้านี่เอง

“ สวัสดีค่ะคุณยูจิน ” เด็กสาวตัวสูงผิวขาวเจ้าของดวงตากลมโตกล่าวทักทายเขาด้วยน้ำเสียงเรียบๆฟังแล้วพอจะเดาได้ว่าคงยังไม่พอใจเรื่องควอนอึนบีทิ้งเธอไว้กับเขา

“ โตขึ้นเยอะเลยนะคะเรา จำพี่ได้ใช่มั้ย ” ร่างโปร่งนึกไม่ถึงว่าเด็กสาวจะตัวสูงขนาดนี้ สูงพอๆกับเขา ใบหน้าก็แต่งหน้าเล็กน้อยต่างจากเดิมไปนิดหน่อย

“ จำได้ค่ะ ขอคีย์การ์ดด้วยค่ะฉันจะขึ้นห้องแล้ว ” พูดจบก็ก้มลงไปหยิบกระเป๋าใบใหญ่และส่งมือมาขอคีย์การ์ดเข้าคอนโดของเธอ

“ นี่ค่ะ แล้วเดี๋ยวพี่ช่วยยกกระเป๋าไปส่งนะ ” ไม่ว่าเปล่าร่างโปร่งก็คว้ากระเป๋านั่นมาถือเอาไว้

“ ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะฉันยกขึ้นไปเองได้ไม่อยากรบกวน ” พูดแล้วก็คว้ากระเป๋านั่นมาถือไว้อย่างเดิม

“ ไม่เป็นไรเลยสบายมาก มาพี่ช่วย ” 

“ ก็ฉันบอกว่าจะยกเองไงคะ ฉันโตแล้วยกเองได้ ” นั่นไง สิ่งที่ไม่เปลี่ยนไปเลยคือความดื้อนี่เอง

“ ดุเหมือนเดิมเลย อ่ะๆพี่ไม่ยุ่งก็ได้ ” พูดจบร่างโปร่งก็เดินไปกดลิฟท์เพื่อกลับขึ้นห้องโดยมีเด็กสาวร่างบางเดินตามเขามาอย่างทุลักทุเล
.
.
.
.
.
ณ ชั้น 14 ของคอนโด อันยูจินเดินออกมาจากลิฟท์พร้อมกดให้ลิฟท์เปิดค้างรอร่างบางเดินออกมา

“ ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกได้เลยนะคะ ควอนอึนบีฝากเราไว้กับพี่พี่จะดูแลเราเต็มที่เลย ”

“ ขอบคุณค่ะแต่ไม่เป็นไร ฉันโตแล้วไม่ต้องให้ใครดูแล ” ว่าจบเธอก็ปิดประตูห้องไป

ดื้อไม่เปลี่ยน ดื้อแบบนี้ล่ะเขาชอบนัก อันยูจิน ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่เขาจะแพ้ ยิ่งกับเธอ จางวอนยอง คนที่เขาติดใจมาหลายปีกับนิสัยดื้อน่าแกล้งแต่ข้างในอ่อนไหวง่ายของเจ้าตัว ยูจินไม่แปลกใจที่ทำไมเธอถึงนิสัยแบบนี้ เพราะเธอเป็นลูกที่เกิดจากภรรยานอกสมรสของประธานบริษัทยักษ์ใหญ่อันดับต้นๆของประเทศที่หายตัวไปหลังคลอดเธอไม่นาน ทุกคนต่างกลัวว่าเธอจะมาแย่งมรดกมีคนคุ้มครองแสดงความรักกับเธอเพียงน้อยนิด ทำให้เธอต้องปกป้องตัวเองมาตั้งแต่เด็ก
.
.
.
.
.
.

“ ฮัลโหลแกกก เด็กบ้านนอกเข้าเมืองวันแรกเป็นไงบ้าง ”  เสียงกวนๆของเพื่อนสนิทของเธออย่าง ชเวเยนา ที่โทรมาถามเอ่ยทักทาย

“ ก็เหงาๆดีอ่ะ เบื่อด้วยไม่มีไรทำเลยอ่ะ  ” ร่างบางที่นั่งจัดนู่นจัดนี่อยู่ในห้องทั้งวันจนสองทุ่มตอบไปตามความจริง

“ จริงป่ะ งั้นคืนนี้ไปเที่ยวกับมั้ยล่ะร้านของญาติฉัน แกไม่ต้องกลัวตรวจบัตร ”

“ จะดีหรอแกเพิ่งมาถึงเองนะ ”

“ ดีแน่สิคะคุณเพื่อนห้ามsay noนะยะเดี๋ยวฉันโทรชวนยูริด้วยแกอยู่คอนโดนั้นใช่ป่ะที่ใกล้ๆห้างS ”

“ เออใช่คอนโดนั่นแหละมีอันเดียว ส่วนยูริรายนั้นมาอยู่ละสายตี้ขนาดนั้น ”

“ อ่ะเครเดี๋ยวฉันไปรับแกสามทุ่มตรงนะ แต่งตัวดีๆบาร์ไฮโซนะคะเพื่อน ”

“ โอเคตามนั้น เจอกัน ”
.
.
.
.
.
.
9:00 pm ณ ล็อบบี้คอนโดของอันยูจินและจางวอนยอง เวลานี้เป็นเวลาที่อันยูจินจะออกไปนั่งดื่มที่บาร์ร้านประจำของเขาบางทีก็ไปคนเดียวบางทีก็จะมี ควอนอึนบีและคิมมินจูไปด้วยในบางโอกาส เขาเดินออกมาจากลิฟท์ก็ต้องสะดุดตากับแผ่นหลังของร่างบางที่สวมใส่ชุดเดรสสั้นเข้ารูปสีดำขลับผิวขาวๆของเธอ  เขาตกใจเล็กน้อยที่เห็นร่างบางในชุดแบบนี้ดูโตและสวยอย่างผู้ใหญ่

“ น้องวอนยองดึกแล้ว แต่งตัวสวยไปไหนคะ ” 

“ จะไปไหนก็ได้ไม่เห็นต้องบอกพี่เลยนี่คะ ” ร่างบางตอบกลับไปทำเอาร่างโปร่งถึงกับหลุดคำ

“ ดุจังเลยค่ะ จะไปเที่ยวก็บอกได้นะเดี๋ยวพี่ไปส่งไม่เอาไปฟ้องอึนบีหรอก ไปรับด้วยก็ได้นะ ” เขาเสนอด้วยความเป็นห่วงเธอด้วย คนสมัยนี้ไว้ใจได้ที่ไหนยิ่งเด็กคนนี้สวยขนาดนี้เขายิ่งเป็นห่วง

“ ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวเพื่อนมารับแล้ว ”  ว่าจบก็เดินออกไปขึ้นรถคันสีดำที่เพิ่งมาจอดได้ไม่นานทันที ทำเอาเขาหัวเสียอยู่ไม่น้อย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้จึงเดินไปขึ้นรถขับออกไปที่บาร์ดื่มหวังจะดื่มให้หายหงุดหงิดโดยที่ไม่รู้เลยว่าจุดหมายของจางวอนยองและเขาคือที่เดียวกัน
.
.
.
.
.
.
ณ บาร์ประจำของอันยูจินที่วันนี้คนคึกคักเนื่องจากวันนี้ตรงกับวันที่มีดนตรีแจ๊สสดเล่นพอดี เขาเดินเข้ามาเหลือบไปเห็นกลุ่มเด็กวัยรุ่นที่ดูไม่คุ้นเลยสงสัยจะไม่ใช่ลูกค้าประจำ จนเขาไปสะดุดเห็นร่างบางในชุดที่เขาเพิ่งเห็นไปเมื่อ 20 นาทีก่อน จางวอนยอง กำลังนั่งสังสรรค์กับเพื่อนที่นี่นี่เอง เขาเดินผ่านไปโดยไม่ได้ทัก ปล่อยให้หญิงสาวคุยสนุกกับเพื่อนๆกลัวเธอจะอึดอัด
.
.
.
.
.
“ หูยยย แกที่นี่วิวดีไม่ใช่เล่นเลยนะ ” 

“ วิวอะไรของแกวะยูริ ก็บาร์ปกติ ”

“ โหยแก ไม่ใช่วิวนั้นดิ ก็คนนั้นไงที่สูงๆเดินผ่านไปเมื่อกี้ ” 

“ ไม่ทันมองว่ะ ”
.
.
.
.
ร่างบางนั่งฟังบทสนธนาของเพื่อนจอมขี้โม้ แล้วก็ได้แต่คิดว่าไม่เห็นจะดูดีตรงไหนเลย พี่คนนั้นทั้งขี้แกล้ง ไม่ยอมให้เธอเล่นด้วยถึงตอนนี้จะทำเป็นปากหวานพูดจาดีใส่แต่เธอก็รู้ว่าเดี๋ยวก็คงหาเรื่องมาแกล้งเธออีกจนได้ เธอไม่อยากไว้ใจใครทั้งนั้น
.
.
.
.
อีกด้านนึง อันยูจินนั่งอยู่ที่บาร์สั่งเมนูที่คุ้นเคยอย่างมาการิต้า แล้วกระดกกลืนลงคออย่างรวดเร็วให้ลืมความหงุดหงิดที่ล็อบบี้เมื่อไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมา 

“ คาร์ลัวคาราเมลแก้วนึงค่ะ ” ร่างโปร่งหันไปตามเสียงใสที่เดินมาสั่งเมนูเด็กน้อยข้างๆเขา

“ รู้จักด้วยหรอคะเรา ดื่มบ่อยหรอ ” 

“ ค่ะ คุณตามฉันมาหรอคะ ” เด็กสาวถามพร้อมกับยกแก้วขึ้นดื่ม เธอเห็นเขาตั้งแต่ที่เดินเข้ามาแล้ว

“ โห ไปใหญ่แล้วเราตงตามอะไรกันที่นี่ร้านประจำพี่ต่างหากล่ะ ” เขาตอบไปพร้อมกับหัวเราะ ยิ้มจนเห็นลักยิ้มที่แก้มนั่นภายใต้แสงไฟสลัว ดูดีไม่หยอก เด็กสาวพยักหน้ายอมรับมันว่าเขาไม่ได้โกหก

“ อ๋อ งั้นดื่มให้สนุกนะคะ ฉันกลับโต๊ะแล้ว  ”
.
.
.
.
เธอเดินกลับมานั่งที่โต๊ะโดยมีเพื่อนสาวสองคนที่มองเธอไม่วางตาเหมือนกับมีอะไรติดหน้าของเธองั้นแหละ แล้วสายตานั่นอีกเหมือนมีคำถามแต่ก็ไม่กล้าถามออกมา จนเธอต้องเอ่ยถามออกไปก่อน

“ มีอะไรจะพูดก็พูดมา อย่าลีลาให้มากฉันมองหน้าพวกแกก็รู้ละ ”

“ ว้ายสมกับเป็นเพื่อนแท้ค่ะ คนนั่นใครอ่ะแกที่ไปคุยด้วยที่ยูริชมตอนแรกป้ะ ” เยนาสาวช่างพูดเริ่มเปิดประเด็น

“ จริงแกจะแย่งยูริหรอ ไม่ยอมนะยูริไม่ยอมๆๆๆ ”

“ บ้า คนนั้นอ่ะเพื่อนพี่ฉัน พี่ฉันฝากให้เขาคอยดูแลฉัน ”

“ โหยแก คนอะไรมีเสน่ห์ขนาดนั้น เป็นฉันนะไม่ปล่อยให้หลุดมือค่ะจะให้ดูแลทั้งวันทั้งคืนไปเลย ” ยูริพูดไม่พอยังทำท่าหลับตาฝันชวนเคลิ้มประกอบไปด้วย

“ แกจะบ้าหรอนั่นเพื่อนพี่ฉันนะ แล้วฉันก็ไม่ชอบเค้าสักเท่าไหร่ด้วยแหละ ”

“ อย่างนั้นอ่ะนะไม่ชอบอ่อ สเปคแกชัดๆ สูงๆหน้าหวานๆมีลักยิ้ม รวยอีก แกเคยบอกฉันจำได้ ” เยนาจำได้ดีกับสิ่งที่วอนยองพูดนักพูดหนาว่าต้องแบบนี้เท่านั้นถึงจะยอมเป็นแฟน

“ อ่ะโถๆๆ ไม่ชอบหรือเขาสเปคสูงรู้ตัวว่าแกสู้ไม่ได้คะ ยูริยังรู้ตัวไม่กล้าคิดจีบเลยค่ะ ” ยูริบอกพลางจิบเตกีล่าในแก้วไปพร้อมหัวเราะคิกคัก

“ เหอะ คนแบบนั้นน่ะหรอฉันจะสู้ไม่ได้ ไม่มีทาง ” วอนยองยกคาร์ลัวที่เหลือมากระดกจนหมด

“ งั้นมาพนันกันมั้ยล่ะถ้าแกทำให้เขาหลงหัวปักหัวปำได้ พวกฉันยอมซื้อเฟนดิใบนั้นให้แกเลยอ่ะ ”

“ ยูริลงด้วยค่ะ แต่ว่าแกอย่าเผลอไปหลงรักเขาก่อนแล้วกันนะยะ ” 

“ เป็นไงแก รับคำท้ามั้ย ” เยนาพูดพร้อมส่งแก้วมาร์ตินี่ให้

“ ขอรับคำท้า คนอย่างวอนยองไม่มีคำว่าแพ้ค่ะ ”  ไม่พูดเปล่า ร่างบางก็รับแก้วมาร์ตินี่และกระดกจนหมด
.
.
.
.
.
.
.
ร่างบางคงไม่รู้ว่าการดวลครั้งนี้จะนำไปสู้ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและยุ่งเหยิงจนเธอเองนั่นรับมือไม่ได้เลยล่ะ
.
.
.
TBC.
SHARE
Written in this book
Primrose [ yujin x wonyoung ]
love 

Comments

Hao
1 year ago
แต่งดีจังค่ะ สู้ๆนะค่ะ จะเป็นกำลังใจให้ ชอบมากค่ะ
Reply
jaynalice
1 year ago
ฮือออ ขอบคุณมากๆเลยค่ะ เข้าไปบ่นๆหรือติชมในทวิตได้นะคะ #อันยองจึพริมโรส
Hao
1 year ago
ถ้าช่วยเป็นกำลังใจให้แต่งต่อได้ก็ยินดีค่ะ สู้ๆค่ะ
Reply