เราต่างมี ‘ธารารัตน์’ เป็นของตัวเอง

ในค่ำคืนที่เหว่ว้า
แอลกอฮอล์เปลี่ยนเธอไปช้าช้า
ใจเธอกำลังเรียกหา
ให้ฉันเข้าไปไขว่คว้า
• ทฤษฎีรักแรกพบ
ก็เป็นได้เพียง ‘ทฤษฎี’ นั่นแหละ
เป็นเพียงทฤษฎีที่ไม่มีวันใช้ได้จริงสำหรับฉัน

• เนื่องจากมนุษย์ทุกคนที่เคยถูกฉันนำไปโลมเล้าในจินตนาการ—ฉันขอไม่ใช้คำว่า ‘รัก’ ในที่นี้
เพราะฉันยอมรับว่าบางทีฉันก็แค่ ‘อยากได้’ เขา
ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ฉันไม่ถูกชะตาในวันแรกที่เรารู้จักกัน

รวมถึงเธอ.

i. @yourcoldcoffeeinthemorning
เบื่อสนทนาเฝือ ๆ ของผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต–

ยังไม่ทันจะกดปุ่มทวีตฉันก็ลบทิ้ง
และยังไม่ทันไรฉันก็หันไปเจอ ‘เขา’ 

แม้ชีวิตของเราสองคนจะวนเวียนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแค่นั้น
แต่ฉันก็มั่นใจได้ว่าพื้นที่ชีวิตของเขาที่ฉันเคยได้ ‘ทำความรู้จัก’ มากกว่าสี่เหลี่ยมรูปหนึ่งแน่นอน

(ทั้งด้าน ‘กายหยาบ’ และ ‘ความคิด’ น่ะนะ)

• ใช่ ฉันไม่ถูกชะตาเขาในครั้งแรกหรอก และฉันก็รู้แล้วว่าทำไมมันถึงเป็นเช่นนั้น
คงเพราะลึก ๆ ฉันก็เกลียดตัวเอง
เกลียดที่สุดคือตอนที่ปล่อยใจให้คนอื่นนอกจากคนที่ฉันสมควรจะรักมากที่สุด

เพราะฉันมักจะตกอยู่ในห้วงเดิม ๆ
ฉันเลิกรักคนเก่าได้เพราะฉันพบเจอชิ้นส่วนของเขาในคนใหม่

• ที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นคือ...บางครั้งฉันก็ยังไม่ทันเลิกรักคนเก่าด้วยนี่สิ
.
.
.
แต่ไม่เป็นไรหรอก ในเมื่อความหวั่นไหวมันก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนนี่
กับคุณก็เหมือนกันสินะ





“เดี๋ยวมันก็ผ่านไป.. เดี๋ยวมันก็หยุดไหล..” ผู้ชายที่นั่งเก้าอี้ข้าง ๆ ฉันฮัมเพลงออกมาอย่างไม่คิดอะไร
“คุณรู้จักเพลงนี้ด้วยหรอ?” ฉันหันไปถามเขาด้วยแววตาฉงน
“รู้จักสิ เราชอบเพลงนี้มากนะ”
“จริงหรอ คุณดูไม่ใช่ลุคแบบที่จะฟังเพลงแนวนี้เลยนะ”
“แล้วคิดว่าเราฟังเพลงแบบไหนอะ?”
ฉันเงียบ หันหลบสายตาผู้ชายคนข้าง ๆ ฉันไปชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับไปพร้อมคำตอบ

“แจ๊ส”
“เอ่อ... แจ๊สน่าจะฟังน้อยแฮะ” เขายิ้มให้กับคำตอบของฉัน
“คลาสสิค”
“คลาสสิคชอบนะ”
“สองอันนี้ไม่แปลกใจอ่ะ แต่อย่างคุณอะหรอชอบฮิปฮอป? เพลงใต้ดินกว่านี้ฟังปะ?”
“แบบไหนอ่ะ อิลสลิกหรอ?”

“โหหหหหหหหหห” ฉันมองเขาด้วยสีหน้าตกใจ จริงอยู่ที่ฉันกับเขาแทบไม่รู้จักกัน แต่จากการสังเกต ฉันเห็นเขาไม่อินกับเพลงในร้านบ่อยจนต้องหยิบหูฟังของตัวเองขึ้นมาฟัง ฉันไม่คิดว่าเขาจะ ‘บังเอิญ’ ชอบฟังเพลงวงเดียวกับฉัน

“คุณรู้ป่ะว่าคุณกำลังพูดชื่อวงโปรดของเราอยู่ คุณชอบเหมือนกันหรอ?”
“ก็ชอบนะ แต่ไม่เคยจำชื่อเพลง เวลาจะฟังก็เปิดตามเพลย์ลิสต์ฟังเอา”
“ทำไมอะ?”
“เป็นคนไม่เคยชอบอะไรจริงจังล่ะมั้ง เป็นกับทุกเรื่องเลย”
“ก็จะถามคำถามเดิมว่า–ทำไมอะ?”
“กลัวตัวเองล่ะมั้ง”

เขาเงียบไป สายตาเหม่อลอย มองดูเหมือนไร้จุดหมายจะไป เหมือนเลนส์กล้องที่ไม่ได้กดโฟกัส

“เพราะอะไร?”

“เรากลัวตัวเองตอนตกลงปลงใจกับอะไรสักอย่าง เรารู้สึกว่าอะไรมันก็เปลี่ยนได้หมดอะ จริง ๆ นะ”

“...” ฉันเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะพูดต่อ

“เราเปิดรับทุกอย่างจริง ๆ นะ ไม่ใช่แค่เรื่องเพลง เรื่องหนังเอย อาหารเอย หรือแม้กระทั่งเรื่องคน”

“คุณเปิดรับแค่ไหน?”

“อยากรู้หรือเปล่าล่ะ?”





• รู้ตัวอีกที เราสองก็ลงเอยอยู่ที่ท้ายรถของเขาแล้ว
แบบที่ไม่มีเหตุผลใด ๆ สามารถทำให้การกระทำของเราดูถูกต้องขึ้นมาได้เลย

• รู้ทั้งรู้ว่าเราต่างก็เลือกคนข้างกายไว้แล้ว
รู้ดีว่าที่ทำอยู่จะทำให้เราทั้งสี่ปวดหนึบที่อกข้างซ้าย แต่เราก็ทำมัน

• ฉันไม่คิดโทษฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่คนอื่นชอบกล่าวหาว่าทำให้เหล่าชายหญิงเผลอไผลมานักต่อนัก
• ฉันโทษฤทธาในแววตาของเธอ แรงดึงดูดมหาศาลที่ทำให้ริมฝีปากและเรียวลิ้นของเราดูดดึงกันอยู่เช่นนี้

• สิ่งที่เราทำไม่อาจเรียกว่า ‘ร่วมรัก’ เราแค่กำลัง ‘ทำรัก’ — อีกนัยยะหนึ่งอาจกล่าวได้ว่าเรากำลังทำให้คนรักของเราเจ็บปวดจากการระบายความรักที่เราสอง ‘ดูเหมือนจะ’ ไม่ได้มีต่อกันและกัน

• ฉันไม่ได้โหยหาในเรือนร่างของคุณ เหมือนที่ฉันไม่ได้โหยหาเบียร์เฉพาะยี่ห้อหนึ่ง ๆ
• ฉันไม่ได้ชื่นชอบนิสัยของคุณไปซะทุกเรื่อง เหมือนที่ฉันไม่ได้กระหายในรสชาติของเบียร์ แต่ฉันกระหายในความรู้สึกที่ได้ดื่มมัน ลึก ๆ ฉันก็ชอบความรู้สึกตื่นเต้น เร้าไปด้วยความปรารถนาของจิตใจทราม ๆ ของฉันเอง—ยามอยู่กับคุณ—

แต่รู้ตัวอีกที คุณก็เป็นส่วนหนึ่งของฉันไปเสียแล้ว
ทั้งด้าน ‘กายหยาบ’ และ ‘ความคิด’ อีกเช่นกัน

• จากที่เคยมีภาพของเรือนร่างคุณเพียงภาพเดียว—สัดส่วนที่อยู่เหนือส่วนสำคัญและประปรายไปด้วยไรขนอ่อน ๆ ยามชายเสื้อของคุณเลิกขึ้นนั่นล่ะ ตอนนี้อัลบัมรูปภาพสัดส่วนของคุณในสมองของฉันกลายเป็นสิบภาพ กลายเป็นพันภาพ และในที่สุดกลายก็เป็นหมื่นภาพ

• บทสนทนาที่ชวนให้ฉันประทับใจก่อนหน้านี้หายหมดสิ้น ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร เราต่างตกอยู่ในภวังค์ ตั้งใจ ‘ทำรัก’ เพราะตระหนักถึงความจริงที่ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย

• และฉันไม่ได้รับอนุญาตให้บรรยายเรื่องที่เกิดขึ้นท้ายรถนั่นออกมาเป็นคำพูด, เขาไม่ได้สั่งการ, 
แต่เหตุผลที่เดือดพล่านในตัวเราสองคนกลับมาวิ่งแล่นอีกครั้ง
ฉันรับรู้ได้ แม้ว่าเหตุผลของฉันจะวิบัติก็ตาม
ว่าฉันไม่มีสิทธิ์จะพูดถึงเรื่องนี้ภายใต้ทุกเงื่อนไข

• จะหาว่าฉันหลงคุณก็ได้ ฉันยอมรับ
ทุกอย่างมันช้าไปหมดเลย ตอนอยู่กับคุณ
อยู่กับคุณทีไร เหมือนฉันถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์ครอบครองใจตลอดเลย

ทั้ง “หลง” “มัว” และ “เมา” 

• และก็คงจางไปเหมือนกับฤทธิ์แอลกอฮอล์ในเช้าวันถัดมาอยู่ดี

• ฉันคิดถึงคุณ จนไอออกมาเพราะบุหรี่ที่เพิ่งสูบไป, ตัวที่ห้า, หยุดไม่ได้ — ไอจนแสบคอ แสบไปจนถึงหู และลามกลับมาที่หัวใจ
• แสบขนาดนั้นแล้วก็ยังสู้แผลที่คุณทิ้งไว้บนกระดูกเชิงไหปลาร้าของฉันไม่ได้สักนิด



คิดถึงบุหรี่ที่คุณสูบจัง
ฉันอยากโดนคุณสูบอย่างเลือดเย็นแบบนั้นบ้าง
โดนสูบจนหมดเรี่ยวแรง และก็โดนทิ้งอย่างไม่ไยดี


อืม.. ฉันก็กำลังโดนทำเช่นนั้นอยู่แล้วนี่นะ

ถึงฉันจะให้ความสุขคุณไม่ได้แม้แต่ครึ่งหนึ่งของบุหรี่มวนนั้นก็เถอะ


• ฉันคิดถึงคุณทุกทีเวลาที่เมา
คงเพราะเวลาฉันไม่เมา ฉันโคตรจะรู้สึกผิดที่คิดถึงคุณเลยมั้ง

• อีกไม่นานคุณก็จะหายไปจากชีวิตเราแล้ว
ขอใช้ช่วงเวลาสั้น ๆ นี้กับคุณให้คุ้มแล้วกันนะ




เดี๋ยวฉันก็หายเมาแล้ว
คุณก็เหมือนกัน.
SHARE
Writer
immerleiden
Amateur lover, surviver
I just happen to like music, films, books, and... YOU(s).

Comments

wbww
4 months ago
ชอบบบบ
Reply
immerleiden
4 months ago
ขอบคุณนะคะ :-)
Precipitation
4 months ago
อ่านแล้วน้ำตาจะไหลลล สู้นะคะ✌🏻
Reply
immerleiden
4 months ago
ขอบคุณค่ะ
Sansastarkzz
4 months ago
ชอบที่บอกว่าเลิกรักคนเก่าได้เพราะเจอชิ้นส่วนของเขาในคนใหม่ค่ะ ตรงกับเรา55
Reply
immerleiden
4 months ago
เราว่าหลาย ๆ คนก็คงเป็นเหมือนกันค่ะ 555
jujutha
4 months ago
ถ่ายทอดออกมาโดนมากค่ะ สู้ๆนะคะ ไม่ชอบเหตุการณ์แบบนี้เลย 😥
Reply
immerleiden
4 months ago
ขอบคุณนะคะ :-)