วันที่หมาป่วย(1)



                         บันทึกครบรอบ6เดือนหลังพบเจออาการป่วยของโกกิ 


โกกิ คือเพื่อนรักสี่ขาวัย 14 ปีของฉัน
 สุนัขพันธ์พุดเดิ้ลสีขาวครีม ที่มักจะมอมแมมกว่าที่มันควรจะเป็นอยู่เสมอ


วันก่อนหน้าที่จะไปโรงพยาบาลสัตว์ พบว่าโกกิมีสะเก็ดแผลพอกทับถมกันอยู่ตรงปลายจมูก
ในความเข้าใจแรกคิดว่าสะเก็ดแผลเหล่านั้นเป็นผลจากอาการโรคผิวหนัง หรืออะไรซักอย่างที่สามารถรักษาให้หายได้ 
แต่เมื่อคุณหมอคลินิกแถวบ้านตรวจสอบอาการเบื้องต้น 
กลับเร่งให้ฉันพาเจ้าก้อนขนนี้ไปโรงพยาบาลให้ไวที่สุด
เพราะหลังจากแงะเอาสะเก็ดเหล่านั้นออกไปแล้ว เผยให้เห็นว่าภายใต้เป็นก้อนเนื้องอก เส้นผ่าศูนย์กลางขนาดประมาณหนึ่งเซนติเมตร 

ฉันกับแม่ใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายเพื่อกลับมาหาบัตรประจำตัวของโกกิที่เคยไปใช้บริการตรวจสุขภาพกับโรงพยาบาลเมื่อครั้งก่อน
เตรียมตะกร้า ผ้าปูรองนอน และถ้วยใส่น้ำก่อนจะออกไปโรงพยาบาล

_________________________________________________________________

ฉันไม่เคยเข้าใจอาการแขยงโรงพยาบาลที่คนอื่นเค้ามักจะเป็นกันจนได้มาเจอะเจอด้วยตัวเอง
ฉันนั่งบีบมือตัวเอง สลับกับเดินไปมาตลอดระยะเวลาที่เฝ้ารอให้ถึงคิวรักษาของโกกิ
มันเป็นความรู้สึกพิลึกกึกกือยังไงชอบกล
กลิ่นแอลกอฮอล์คละคลุ้ง ภาพรวมอาจจะดูน่ารักเพราะทุกทิศทุกทางเต็มไปด้วยก้อนขน
แต่มันระคนความเศร้าไว้ยังไงบอกไม่ถูก

สัตว์ทุกตัวที่อยู่ที่นี่ยังคงแสดงออกอย่างปกติ 
ตัวที่พอจะมีแรงขยับร่างกายก็กระโดดโลดเต้นอย่างไม่รู้สึกเจ็บปวด 
บางตัวที่นอนซมอยู่บนรถเข็นเย็นเฉียบก็ไม่วายจะกระดิกหาง
ส่งสัญญาณให้กับเจ้านายและคนรอบข้างของมันอย่างไม่รู้สึกรู้สาถึงอาการผิดปกติของตัวเองเลยแม้แต่น้อย

โกกิก็เช่นกัน มันยังคงนั่งอยู่บนตักไม่ขยับไปไหน พร้อมกับเงยหน้ามาช้อนสายตามองประหนึ่งเป็นคำถามว่าทำไมเราถึงต้องมานั่งจมปลักกันอยู่ที่นี่ทั้งวันแบบนี้

ทันทีที่ถึงคิวตรวจหลังจากรอคุณหมอมาเป็นเวลาครึ่งค่อนวัน 
ฉันจับโกกิวางบนโต๊ะตรวจอะลูมิเนียมแวววับ 
คุณหมอจับนั่นเจาะนี่ไปตามอาการ
โกกิยังคงเอนตัวพิงฉันประหนึ่งเป็นที่พึ่งที่มันไว้ใจที่สุดอย่างไม่หยุดหย่อน 
ไม่ว่าฉันจะเคลื่อนตัวไปทางใด โกกิจะไปยืนบนมุมโต๊ะสี่เหลี่ยมที่พอจะให้ตัวได้สัมผัสกับฉันและแม่ให้ได้มากที่สุด

ก็น่าจะเป็นมะเร็งครับ วิธีรักษาก็คือตัดส่วนจมูกออก คนไข้สะดวกนัดผ่าวันไหนครับ?

ผลสรุปจากการตรวจถูกพูดออกมาอย่างง่ายๆพร้อมกับหน้าตายิ้มแย้มของคุณหมอ
ประหนึ่งกับว่ามันเป็นประโยคบอกเล่าธรรมดาๆ
แต่กลับเป็นเหมือนสายฟ้าฟาดลงกลางใจคนเป็นเจ้าของ
ฉันแทบล้มทั้งยืนทันทีที่ได้ฟังคำตอบ
มีอาการมือเท้าเย็นขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน
คุณแม่ก็คงจะเป็นอย่างนั้นเช่นกัน
..


วินาทีนั้นทั้งฉันและแม่ทำตัวไม่ถูกด้วยกันทั้งคู่
เพราะคำตอบที่ได้รับนั้นไม่ใช่สิ่งที่ได้เตรียมใจมาก่อน 
และมันก็ดูจะเป็นคำตอบที่หนักหนาสำหรับเพื่อนตัวจ้อยของฉันเช่นกัน

อาการก้อนเนื้องอกของโกกิที่เห็นนั้น 
ยังไม่สามารถฟันธงได้เป๊ะเป๊ะว่านี่คือก้อนมะเร็งหรือก้อนเนื้องอกธรรมดา
แต่วิธีการรักษาที่ดีและเซฟที่สุดสำหรับก้อนเนื้อที่เกิดขึ้นมาบนสัตวเลี้ยงนั้นก็คือการผ่าออก 
ไม่ว่าจะเป็นบริเวณใดก็ตาม
เป็นเรื่องน่าเศร้าและความโชคร้ายที่ก้อนเนื้อของโกกิดันเกิดขึ้นบนจมูกหรืออวัยวะภายนอกที่สามารถมองเห็นได้ง่าย
มันเลยอาจจะดูโหดร้ายไปสักนิดหากต้องเห็นสุนัขตัวหนึ่งที่ไม่มีจมูก แต่ต้องใช้ชีวิตอยู่ต่อไปบนโลกใบนี้

ฉันพยายามประนีประนอมและหาวิธีการรักษาแบบอื่นที่ไม่ต้องสูญเสียเท่ากับสิ่งที่คุณหมอเสนอมา
แต่ว่าก็ป่วยการ 
เพราะเจ้าเนื้องอกพวกนี้สามารถขึ้นซ้ำ หรือเกิดขึ้นใหม่ได้ในบริเวณใกล้เคียง
เพราะฉะนั้นแล้ว การตัดหรือเฉือนเนื้อร้ายออกไปจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะยับยั้งการลุกลาม


คิวผ่าตัดของโกกิคือวันพรุ่งนี้


หลังจากจัดการธุระการเงินกับทางโรงพยาบาลเสร็จแล้ว
ฉันพาร่างอ่อนระโหยโรยแรง กับอาการช็อคค้างจากห้องตรวจกลับมาถึงบ้าน
แจ้งอาการป่วยของโกกิให้สมาชิกคนอื่นๆที่เหลือในบ้านรับรู้
แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องทำใจยาก แต่สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเรื่องที่จำเป็นจะต้องทำใจให้ได้
เพราะอย่างไรเสีย การรักษาทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นนี้ ก็ทำเพื่อจะก่อให้เกิดผลดีต่อเพื่อนสี่ขาของฉัน

คืนนั้นทั้งคืนฉันร้องไห้ไปนับครั้งไม่ถ้วน ร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นโกกิใส่ลำโพงเดินชนนั่นชนนี่ปึงปัง
จะนอนก็นอนไม่สะดวก อยากจะเข้าใกล้มาซุกไออุ่นแบบที่เคยทำก็ทำไม่ได้
เพราะรัศมีความกว้างของลำโพงหมาอวกาศได้กั้นกลางพื้นที่ตรงนั้นไว้เสียแล้ว
ร้องไห้ให้กับความไร้เดียงสาที่ไม่รู้เลยว่าตนเองจะพบเจอกับอะไรในวันพรุ่งนี้และวันต่อๆไป

_________________________________________________________________

13.00
ฉันส่งโกกิเข้าห้องผ่าตัดตามที่ได้ทำการนัดแนะกับคุณหมอมาก่อนหน้านี้แล้ว
โรงพยาบาลยังคงเป็นสถานที่ไม่น่าพิสมัยเช่นเคยไม่ต่างจากวันก่อนๆ

โกกินอนคว่ำแบะขาทั้งสี่ข้างออกนอกลำตัว นอนนิ่งน่าจะเป็นฤทธิ์จากยาสลบ
ภาพคุณหมอและผู้ช่วยใช้แบตตาเลี่ยนกร้อนขนบริเวณหัวและจมูกเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการผ่าตัด
เป็นสิ่งที่เรียกน้ำตาจากฉันและทุกคนในบ้านได้อีกครั้ง แม้จะมีการเตรียมใจมาบ้างแล้วตลอดทั้งคืน
แต่เมื่อถึงเวลาจริงๆ ความรู้สึกใจหายไม่มีแรงเช่นนี้ก็หวนกลับมาอีกครั้ง

ปลายนิ้วเรียววาดลงไปบนสันจมูกเล็กๆที่เหลือขนปกคลุมเพียงเล็กน้อยนั้น เพื่อเป็นการแสดงอาณาเขตของเนื้อที่จะต้องถูกตัดออก
สรุปคร่าวๆให้เข้าใจตรงกันถึงรายละเอียดทุกๆอย่างก่อนจะเริ่มลงมือทำการผ่าตัดจริงๆ

ฉันทำอะไรไม่ได้นอกเสียจากพยักหน้ายินยอม
น้ำตารื้นออกมาอย่างช่วยไม่ได้
หลังจากตกลงทุกอย่างเป็นอันเรียบร้อยแล้ว 
ฉันเดินหันหลังออกมาจากห้องผ่าตัด 
ได้แต่หวังใจไว้ว่าคุณหมอจะดูแล และทำการรักษาเพื่อนซี้ของฉันอย่างดีที่สุด

คุณหมอและพยาบาลแจ้งว่า การผ่าตัดของโกกิจะกินระยะเวลาประมาณ 1.30-2 ชั่วโมง
หากประสงค์อยากจะอยู่รอจนการผ่าตัดเสร็จลุล่วงก็ย่อมได้
ประจวบเหมาะกับตอนนั้นฝนตกลงมาปรอยๆ ถนนเส้นนั้นจึงติดแหง็กอย่างที่มันเป็นประจำ
ฉันกับแม่จึงตัดสินใจจะอยู่ที่โรงพยาบาลแทนที่จะกลับบ้าน

20 นาทีให้หลังหลังจากการก้าวเท้าออกจากห้องผ่าตัด
มีโทรศัพท์สายด่วนมาจากคุณหมอเจ้าของเคส 
ให้เจ้าของสุนัขกลับขึ้นมาพบคุณหมอที่ห้องผ่าตัดอีกครั้ง

_________________________________________________________________








SHARE

Comments