กระต่ายกับเต่า : ไม่จำเป็นต้องแข่งขัน
กระต่ายกับเต่า เป็นนิทานเรื่องโปรดของผม นิทานสุดคลาสสิกที่ผมเชื่อว่าทุกคนรู้จักมัน

เรื่องราวของกระต่ายผู้มั่นใจในฝีเท้า วิ่งแข่งกับเต่าผู้เป็นสัตว์เชื่องช้าที่สุดในผืนป่า

ผลของการแข่งขัน ศึกในครั้งนั้นผู้ชนะคือเต่า 

เนื่องจากเจ้ากระต่ายที่เร็วกว่าวิ่งมาได้ครึ่งทางก็รู้สึกขี้เกียจ แอบหนีไปนอนกลางวันเพราะคิดว่ายังไงเจ้าเต่าก็ไม่มีทางถึงเส้นชัยก่อนตัวเอง

เจ้าเต่าผู้เพียรพยายามถึงแม้ว่าตนจะช้ากว่าแต่ก็ไม่เคยย่อท้อ ยังคงก้าวต่อไปเรื่อยๆ 

จนสุดท้ายเจ้ากระต่ายที่ละทิ้งเส้นทางไปก็ไม่สามารถมาถึงเส้นชัยก่อนเจ้าเต่าได้จนตนต้องเป็นฝ่ายแพ้

เมื่อนิทานเรื่องนี้จบลง 
เราจะได้ข้อคิดว่า
- เก่งแต่ไม่ขยันก็ไม่สามารถชนะคนที่พยายามได้
- ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั้น

นิทานเรื่องนี้ถูกตีพิมพ์มาหลายต่อหลายเล่ม ขายดีจนคนทั่วโลกรู้จัก

การผลิตแต่ละเล่มต้องใช้กระต่ายและเต่าอย่างละตัวใส่ลงไปในหนังสือเล่มนั้น

ทุกตัวได้บทตามนี้ และทุกครั้งที่เปิดอ่าน พวกมันทั้งสองจะแสดงตามบทของมัน 
ตอนจบของเรื่องจึงไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

แต่แล้ววันหนึ่ง มีชายชราผู้คิดต่างหยิบนิทานเรื่องนี้ขึ้นมา และมองนิทานเรื่องนี้อีกมุมหนึ่ง

เขามีความคิดว่า 


การแข่งขันเป็นสิ่งที่
สังคมมนุษย์สร้างขึ้นมา
แท้จริงแล้วเหล่าสัตว์
ไม่เคยคิดจะแข่งขันกันเองเลย

มนุษย์ยัดเยียดบทตัวร้ายให้กับสัตว์ตัวเล็กๆ ตอนจบของพวกมันไม่ควรจะเป็นอย่างนี้ 

ถ้าวันใดวันหนึ่งเจ้ากระต่ายและเจ้าเต่ารู้ตัวว่าพวกมันไม่ควรแข่งกัน เรื่องของพวกมันควรจะเป็นเช่นนี้

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
ณ.โลกในหนังสือนิทานกระต่ายกับเต่า 

ทุกครั้งที่หนังสือนิทานถูกเปิด
เจ้ากระต่ายสาวจะรีบวิ่งออกจากจุดเริ่มต้นเพื่อมานอนพักใต้ต้นไม้อย่างสบายใจที่กลางทางเสมอ 

เจ้าเต่าชราผู้ยึดติดในการแข่งขัน บ้างานสุดชีวิตเดินแบกกระดองมาเรื่อยๆจนถึงเส้นชัย เดินมาอย่างไม่หยุดพัก

หน้าสุดท้ายของหนังสือนิทานจะเป็นภาพชัยชนะของเต่าเสมอ

เมื่อหนังสือนิทานถูกเปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

เจ้าเต่าที่เดินอย่างไม่หยุดพักก็เริ่มเหนื่อย 

แม้ตนจะมีความพยายามมากมายแต่สิ่งมีชีวิตย่อมต้องการที่จะพักผ่อน 

จนครั้งนี้เจ้าเต่าก็ทนไม่ไหวกับการเดินที่ไม่เคยได้หยุดพัก

เมื่อเจ้าเต่าเดินมาถึงกลางทาง 
เห็นเจ้ากระต่ายสาวนอนอืด กระดิกเท้าสบายใจ แถมบริเวณที่นอนก็มีแครอทและผลไม้ต่างๆมากมาย 

ผักและผลไม้ที่นั้นมากพอที่จะขุนกระต่ายตัวนี้ให้เป็นหมูได้เลย

เจ้าเต่าเห็นเช่นนั้นก็นึกอิจฉาจึงพูดจิกกัดเจ้ากระต่ายว่า 

นี่เจ้าไม่คิดจะวิ่งมาชนะข้าบ้างหรือ
เจ้านอนอย่างเดียวประเดี๋ยวก็แพ้
และอ้วนเป็นหมูหรอก


เจ้ากระต่ายที่กำลังนอนเคี้ยวแครอทอยู่ก็พูดกับเจ้าเต่าว่า

ขี้บ่นจริงๆนะเจ้าเต่าแก่ ทำไมข้าจะต้องชนะด้วยละ ถ้าข้าชนะแล้วก็ไม่เห็นจะได้อะไรเลย

แถมถ้าต้องเหนื่อยจนหน้าแก่แบบเจ้าข้าไม่เอาด้วยหรอก

เจ้าเต่าไม่ได้ตอบกลับไป ... มันเก็บคำพูดของเจ้ากระต่ายมาคิด 

เมื่อคิดดูดีๆแล้ว ก็ถูกอย่างที่เจ้ากระต่ายว่า ทำไมข้าต้องเดินไปตามเกมการแข่งขันของพวกมนุษย์ด้วย

ข้าไม่เห็นจะได้อะไรเลย แล้วทุกวันนี้
ข้าทำไมเพื่ออะไร?
เจ้ากระต่ายสาวเห็นเจ้าเต่ายืนคิดอยู่คนเดียว กลางถนนการแข่งขันที่พวกมนุษย์สร้างขึ้น

กระต่ายอยากให้เจ้าเต่าแก่ได้พักบ้าง
เรียกเจ้าเต่าให้เข้ามาหลบแดดใต้เงาไม้ก่อนแล้วค่อยคิดต่อก็ได้

เจ้าเต่าเห็นกระต่ายกวัดมือเรียก

จึงตัดสินใจ เดินออกนอกเส้นทางการแข่งขันครั้งแรก ก้าวเท้าออกมาอย่างเชื่องช้ามาหาเจ้ากระต่ายที่ใต้ต้นไม้

เจ้ากระต่ายถาม 

เหนื่อยไหมเต่าแก่เห็นเดินหน้าเหี่ยวผ่านไปมาทุกวัน ?

เต่า: ก็ข้าต้องทำงานต้องทำหน้าที่ของข้าแล้วข้าจะพักได้อย่างไร

กระต่าย: เจ้าไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ 

แค่กระดองที่เจ้าแบกมันไปมา 
ข้าเห็นก็เหนื่อยแทนเจ้าแล้ว
เจ้าลองถอดมันออก
แล้วนอนพักที่นี้กับข้าดูไหม

เจ้าเต่าที่เหนื่อยสุดแสน เมื่อได้ยินกระต่ายพูดเช่นนั้นจึง 

อยากลองดูสักครั้ง
อยากหยุดพักดูบ้างสักครั้ง


มันถอดกระดองออกเผยให้เห็นผิวหนังที่เหี่ยวย่นจากความเหนื่อยล้า นอนพักลงอยู่ข้างๆเจ้ากระต่าย

แสงแดดอ่อนใต้เงาไม้ 
สายลมเย็นๆที่ค่อยๆพัดผ่าน
เสียงพลิ้วไหวของใบไม้และใบหญ้า
กลิ่นหอมจางๆจากตัวกระต่าย
กล่อมจิตใจของเต่าแก่จนหลับไป

เจ้าเต่าแก่หลับสนิทเป็นครั้งแรกข้างกายกระต่ายสาวตัวนี้

ทำให้เจ้าเต่ารู้ว่า
ข้าไม่เห็นจะต้องเดินให้ชนะเจ้ากระต่ายเลย ความจริงข้าไม่ต้องแข่งก็ได้ ข้าไม่จำเป็นต้องถึงเส้นชัย 

ความสุขไม่ได้อยู่ที่ปลายทางนั้น 
ความสุขมันเกิดขึ้นกับข้าได้
ถ้าข้ารู้จักปล่อยวาง และความสุขมันจะอยู่กับข้าตลอดถ้าข้าพักอยู่ที่ใต้ต้นไม้นี้กับมัน

ตกเย็น
เจ้ากระต่ายสาวด้วยความซุกซนของเด็กก็ต้องการที่จะออกไปเดินเล่น 

เจ้าเต่าแก่เห็นว่าเจ้ากระต่ายจะไปแล้ว... 

เต่าไม่มีนิ้วที่สามารถจับคว้ากระต่ายสาวไว้ได้...

แต่เต่ามีปาก เจ้าเต่าใช้ปากงับหูกระต่ายเบาๆและพูดว่า 
...อย่าไปนะ อยู่กับผมก่อนจะได้ไหม

กระต่ายสาวก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แกล้งหยอกล้อเจ้าเต่า 
เอ๊~~~ จะไปหรือไม่ไปดีน้าาาา

กระต่าย : ไหนลองพูดอีกทีสิ :-3
เต่า : อย่าไปเลยนะครับ อยู่กับผมก่อนเถอะ

แล้วเย็นวันนั้นก็ผ่านไปโดยที่กระต่ายกับเต่าไม่ได้จากกันไปไหน

เช้าวันรุ่งขึ้น
เจ้าเต่าแก่กำลังจะสวมกระดองแบกภาระและหน้าที่ของมันเพื่อไปทำงานต่อให้ถึงเส้นชัย 

เจ้ากระต่ายสาวผู้เคยทำน้ำหนักได้สูงสุดถึง 65 กก. ก็ใช้ร่างของมันกดทับเจ้าเต่าเอาไว้

เต่า : หนั.....!!
กระต่าย :  ;-3 จะไปไหนหรอคะ ไม่อยู่ด้วยกันก่อนหรอ?

เช้าวันนั้นเจ้าเต่าก็ไปไหนไม่ได้อยู่ที่ใต้ต้นไม้กับกระต่ายสาวตัวนั้น

พวกมันอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ 

ไม่มีการแข่งขันเกิดขึ้น 

ทำให้นิทานเรื่องนี้ไม่มีตอนจบ

หนังสือนิทานเล่มนี้ถูกชายชราแก้ใหม่

ไม่ว่าจะเปิดไปที่หน้าไหนๆ 
ก็จะเจอแต่ภาพของกระต่ายและเต่าที่นอนคู่กันอยู่ที่ใต้ต้นไม้ต้นนั้น ด้วยใบหน้าที่มีความสุขชั่วกาล

มนุษย์เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง เพราะสังคมมนุษย์มีแต่การแข่งขัน จึงนำการแข่งขันของตนมาเป็นบรรทัดฐานและคิดว่าเหล่าสัตว์จะต้องแข่งแบบตน

ซึ่งแท้จริงแล้วเราไม่จำเป็นต้องแข่งขันกัน

แค่รู้ว่าความสุขอยู่ที่ไหน
ความต้องการของเราคืออะไรแค่นั้น


แม้ไม่ต้องชนะเราก็พบกับความสุขได้


ปล. ถ้าวันนั้นเจ้าเต่าขอร้อง ถ้าวันนั้นเจ้าเต่าเลือกที่จะอ้อนวอนยื้อเจ้ากระต่ายไว้


เจ้ากระต่ายจะยอมอยู่ใต้ต้นไม้ในหนังสือนิทานตลอดไปด้วยกันไหมนะ

...คงไม่ เพราะถ้าอาหารหมดเจ้ากระต่ายคงต้องแอบหนีไปหาของกินแน่นอน
SHARE
Written in this book
นิทานจากฉัน
เขียนไว้อยากให้คุณได้อ่าน

Comments