เปรียบชีวิตเป็นหนังสักเรื่องหนึ่ง
       ถ้าเปรียบชีวิตเป็นกับหนังสักเรื่องหนึ่ง คงหนีไม่พ้น 'แฟนฉัน' รวมถึงเพลงประกอบหลายๆเพลงของหนังเรื่องนี้ด้วย เพราะความทรงจำที่มีความสุขมากที่สุดก็คงจะเป็นตอนเด็กนั่นแหละ ไม่ต้องคิดมาก เล่นกับเพื่อน และมีความสุข ชีวิตไม่ต้องวุ่นวายอะไรมากมาย แต่ช่วงเวลานั้นกลับไม่นานนักน่ะสิ เหลือแต่ความทรงจำสีจางๆรวมถึงเธอที่อยู่ในความทรงจำนั้นด้วย
         นอกจากเพื่อนแล้วก็ยังมีเพื่อนที่เป็นคนพิเศษขึ้นไปอีก ทุกๆครั้งที่เราเจอกันมันเป็นความสุขใจที่หาไม่ได้จากที่ไหน คงจะเหมือนเจี๊ยบกับน้อยหน่า(มั้ง) 
พบเจอกันเมื่อใดเราสุขใจล้นปรี่
       เมื่อถึงวันหนึ่งที่ทำให้เราต้องจากกัน และนานๆ ครั้งจะกลับมาพบกันใหม่ แต่ละครั้งที่เราเจอกัน เรามักจะทำเช่นอย่างเดิม คือทุกๆครั้งที่เราเจอกันเราจะยิ้มให้กันเป็นอย่างแรก ก็อย่างที่บอกว่ามันเป็นความสุขใจทีหาจากที่ไหนไม่ได้
แต่จู่ๆเราสองต้องจากกันเหินห่าง ต้องนานๆครั้งจึงเจอะกันสักที       ส่วนฉากในหนังที่อินมากที่สุดก็คงจะเป็นฉากที่เจี๊ยบตัดยางของน้อยหน่า ชีวิตเราก็เป็นแบบนั้นแหละ แค่เราไม่ได้ตัดยางเท่านั้นเอง แต่สิ่งทีเราทำคือ เค้ายิ้มให้เราแต่เรากลับเมินเฉย สิ่งๆนั้นมันเหมือนกับการตัดความสัมพันธ์ และหลังจากนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมดเลย

       ถ้าหากย้อนเวลากลับไปวันนั้นได้ ก็อยากจะกลับไปแก้ไขนะ แต่เพราะเวลามีเงื่อนไขของมัน จึงทำให้ไม่สามารถที่จะย้อนเวลากลับไปได้ จึงต้องมาเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองได้ทำไปจนถึงทุกวันนี้...
น้ำตารินตกในเต็มปรี่ไปทุกห้อง เฝ้ามองอย่างเสียดาย
       
SHARE
Written in this book
🤟🏻

Comments