ใกล้กัน
ฉันนั่งรอเขาอยู่ที่บาร์ริมน้ำที่ฉันชอบ ฟ้ายังสว่างอยู่ แต่ความร้อนจากแดดเริ่มลดลงแล้ว มีลมเย็นพัดเข้ามาเป็นระยะ
 
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมฉันถึงอินบรรยากาศริมน้ำนักหนา แต่เขาไม่เคยปฏิเสธที่จะมา มันเป็นข้อตกลงระหว่างเราสองคนที่จะสลับกันเลือกร้านเวลาที่นัดกัน และเราต่างยอมรับการตัดสินใจของอีกฝ่ายเสมอ

ฉันอยู่คนเดียวไม่นาน เขาก็โผล่มาพร้อมรอยยิ้มกว้างที่คุ้นเคย ฉันยิ้มตอบกลับไปเหมือนทุกครั้ง เราสั่งอาหารและเบียร์เพิ่ม

“เป็นไงบ้าง” เขาเริ่มต้นบทสนทนา พร้อมจุดบุหรี่

ฉันส่ายหน้า ไม่พูดอะไร

“มันล่ะ” เขาถามต่อ 
“ไม่รู้สิ”
“อ้าว ช่วงนี้ไม่ได้คุยกันหรือไง”
“ไม่ได้คุย ไม่ได้เจอกันแล้ว”
“ทำไม”

ฉันยังไม่ทันได้ตอบ เพราะพนักงานมาเสิร์ฟเบียร์ที่โต๊ะพอดี ฉันรินเบียร์ใส่แก้วสองใบ ส่งให้เขาแก้วหนึ่ง และค่อยๆ จิบเบียร์ในแก้วตัวเอง

“เห็นพวกแกเข้ากันได้ดี” เขาพูดต่อ เมื่อเห็นว่าฉันยังเงียบอยู่ “นึกว่าจะไปได้สวยซะอีก”
“เราก็คิดแบบนั้น”

ฉันคิดถึงเพื่อนของเขา คนที่ฉันแอบชอบมานาน คนที่ฉันพยายามเข้าหา จนเราได้ใกล้ชิดกันและเข้ากันได้ดี ความสัมพันธ์ของเราค่อยๆ พัฒนาไป แต่...

- Love bores you.
- No, it disappoints me.

พระอาทิตย์ตกดินแล้ว แต่ค่ำคืนในเมืองหลวงไม่เคยมืดสนิท ฉันมองรอยคลื่นในแม่น้ำที่สะท้อนแสงไฟ ความหวังของฉันยังจะดำมืดมากกว่าท้องฟ้าเสียอีก

ฉันหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเรียบเรียงคำพูดออกมาได้

“เราว่าเราแพ้แล้ว” 
“แพ้อะไร”
“ถ้าเปรียบเทียบความรักเป็นเกมหรือการแข่งขันไง”
“แต่ความรักไม่ใช่เกมนะ”
“เรามีคู่แข่ง”
“ยังไง...” เขาชะงักไปก่อนพูดต่อ “มันมีผู้หญิงคนอื่นเหรอ”
 
ฉันพยักหน้าแทนคำตอบ เขาส่งสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามกลับมา ฉันหลบตาเขา

“เขาโกหกเรามาตลอดเลย คงคิดว่าไม่มีใครรู้”
“แล้วแกจะทำยังไงต่อ”
“เราไม่รู้ว่าจะสู้ไปเพื่ออะไร”
“เลยถอยออกมาเหรอ”
“อือ ก่อนจะเสียความรู้สึกไปมากกว่านี้”

- You think you've won.
- It's not a war.

เขาจุดบุหรี่อีกมวน ฉันคว้าแก้วเบียร์มาดื่ม แล้วหันหน้ามองออกไปที่แม่น้ำ พยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้เขาเห็น 
 
“เฮ้ย ไหวหรือเปล่า” เขาถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจว่ะ เจ็บมากกว่าที่คิด” 
“ตอนนี้แกดูแย่มาก” 
“เราเดินออกมาแล้ว เดี๋ยวก็ดีขึ้น”

ฉันหันกลับมามองหน้าเขาและฝืนยิ้ม เพียงแค่ต้องการให้เขายิ้มตอบกลับมา ซึ่งเป็นแบบนั้นจริงๆ

“แกยิ้มได้เศร้าชะมัด” เขาบ่น

เขาเป็นคนพูดน้อย แต่ก็ชอบพูดออกมาตรงๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือแย่แค่ไหน นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกสบายใจเวลาได้คุยกับเขา

พนักงานเดินมาที่โต๊ะอีกครั้งเพื่อเสิร์ฟอาหาร เขาปล่อยให้ฉันนั่งเงียบๆ จัดแจงรินเบียร์เพิ่ม และตักอาหารให้ เขาเป็นเพื่อนที่น่ารักกับฉันเสมอ คอยรับฟัง ดูแล และอยู่เคียงข้างในเวลาที่ฉันย่ำแย่

ฉันมองเขา แล้วยิ้มออกมาอีกครั้งโดยไม่ต้องฝืน

- Everyone needs looking after. 
ฉันนึกทบทวนความสัมพันธ์ของเราสามคน ผู้ชายสองคนเป็นเพื่อนกัน ฉันมีโอกาสได้ใกล้ชิดและสนิทกับทั้งสองคน มีคนหนึ่งที่ฉันมอบความรู้สึกพิเศษให้ แต่แล้วความสัมพันธ์ของฉันกับผู้ชายคนนั้นก็จบลง เราค่อยๆ ถอยห่างออกจากกัน คงเหลือไว้เพียงมิตรภาพร่วมกันกับอีกคนหนึ่ง
 
“เราไม่ได้ทำให้แกลำบากใจใช่มั้ย” ฉันถามผู้ชายคนที่อยู่กับฉันในคืนนี้
“ไม่หรอก” เขาตอบงึมงำ “เดี๋ยวนี้แทบไม่ได้ติดต่อกับมันอยู่แล้ว”
“ทำไมพวกแกถึงไม่คุยกันนะ”
“พอไม่มีธุระก็ไม่รู้จะคุยอะไร”
“เมื่อก่อนพวกแกสนิทกันออก”
“พอเรียนจบก็ห่างๆ กันไป มาสนิทกับแกแทนนี่ไง”
“เขาชอบถามถึงแกนะ” 
“มันถามตามมารยาทแหละ” 
“แล้วเวลาแกถามถึงเขา คือถามตามมารยาทเหรอ”
“เปล่า ถามเพราะอยากรู้เรื่องพวกแกสองคน”

“ต่อไปนี้ก็ไม่มีอะไรต้องถามแล้ว”

- I don't love you anymore.
- Since when? 
- Now. Just now.

All quotes are from Closer (2004).
SHARE

Comments

Beebrown
2 months ago
เศร้าๆหน่วงๆ
Reply
tidachan
2 months ago
หน่วงมากค่ะ
Happinessseeker
2 months ago
ถ่ายทอดบรรยากาศออกมาได้ดีค่ะ
Reply
tidachan
2 months ago
ขอบคุณนะคะ
mcllin9
2 months ago
พอ่อ่านแล้ว จิ้นอยากเชียร์ผู้เขียนกับเพื่อนในคืนนั้นอะค่ะ
Reply