โรงเรียนของหนู (2)
โอเค เล่าตอนจากตอนที่แล้ว ช่วงบ่ายเราจะนั่งรถไปที่ Tibetan Children Village โรงเรียนที่ดัคปา ไกด์ของเราเคยเรียน

โบกแท็กซี่จากในตัวเมืองไปถือว่าเป็นความคิดที่ดีเพราะโคตรไกล ถ้าจะเดินไปคงใช้เวลาเป็นชั่วโมง

ดัคปาพาพวกเราไปเจอครูใหญ่ ดูจากภายนอกเขาเป็นชายอายุราวๆสี่สิบปลายๆไม่ก็ห้าสิบต้นๆ ซึ่งหลังจากทักทายกันเสร็จแล้วเขาก็เริ่มพาทัวร์โรงเรียนทันที

โดยมากก็จะบรรยายว่ามีเด็กนักเรียนกี่คนมีห้องเรียนกี่ห้อง ซึ่งผมจำรายละเอียดไม่ได้เท่าไหร่นัก

แต่ที่น่าสนใจ (สำหรับผม) คือหลักสูตรของที่นี่ดูไม่ค่อยเน้นวิชาการเท่าไหร่ มีวิชาตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาอินเดียอยู่ 6-7 วิชา ขึ้นอยู่กับระดับชั้น

และจะมีวิชาแปลกๆ(ที่ผมไม่เคยเรียน) คือ ครอบครัวศึกษา เป็นวิชาว่าด้วยการสร้างครอบครัวที่มีความสุข (How to build a happy family) ซึ่งผมมองว่าดีนะ ดูเป็นวิชาที่เอาไปใช้ได้จริง ไม่ใช่แค่ท่องจำไปสอบอย่างเดียว

อ้อ ลืมบอกไป 80% ของนักเรียนที่นี่อยู่ประจำ มีห้องนอนแยกชาย-หญิงชัดเจนในบ้านหนึ่งหลัง (มีเด็กไม่เกิน 15 คน) โดยจะมีคุณครูหนึ่งคนทำหน้าที่ดูแลเด็กๆ

หน้าที่ของเด็กนอกจากเรียนหนังสือแล้วยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้ เช่น การทำความสะอาด การทำอาหารและการปลูกผัก

ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจะช่วยฝึกความรับผิดชอบและสอนให้เด็กรู้จักการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ประมาณว่าไม่เน้นวิชาการมากแต่สอนให้เด็ก 'อยู่เป็น' ซะมากกว่า

เพราะว่าเด็กคืออนาคตของชาติ

ถ้าเทียบกับเด็กไทยแล้วนักเรียนที่นี่อาจจะเรียนสู้บ้านเราไม่ได้แต่ในแง่ของการใช้ชีวิตและสามัญสำนึกต่อส่วนรวมแล้ว เด็กที่นี่กินขาดครับ.
SHARE
Written in this book
อินเดียก็ได้(วะ): ดารัมซาลา
อินเดีย ประเทศที่ไม่มีอะไร make sense ทั้งนั้น เราในฐานะผู้มาเยือนคงจะทำอะไรไม่ได้นอกจากยอมรับและเรียนรู้ . กินผัดไทในอินเดีย นั่งดมตดแขกที่สนามบิน ทะเลาะกับคนขับแท็กซี่ และตัวสั่นเพราะความหนาว . ไม่รู้เหมือนกันว่ามาทำไม แต่ถ้าถามว่าจะมาอีกไหม . 'แน่นอน'

Comments