thousand miles we drove

เราวนมาเจอกันในระยะเวียนกลับตามแบบของเรา 'เป็นไงบ้าง' คงจะไม่มีคำถามใหม่ๆ เพราะทุกครั้งที่เอ่ยไป เพียงแค่อยากให้คำซักคำ คำห่าเหวอะไรก็ได้หลุดจากปากให้ไวกว่าคำว่าคิดถึง
ครั้งหนึ่งฉันเคยขอให้เธอบอกว่ารู้ รู้ว่าฉันคิดถึงเสมอ เพราะคนข้างๆ เธอไม่ได้ทำผิดอะไร ฉันจึงไม่มีสิทธิ์ขอมากไปกว่านี้ 
เธอบอกเธอรู้จักฉันดี และรู้ว่าฉันรู้จักเธอดีเช่นกัน
หากมันแปลว่าคิดถึง ฉันจะขอรับไว้

--

ดอกไม้และคำยินดี เหล่านั้นไม่ทำให้ฉันวิ่งแจ้น ขึ้นมอเตอร์ไซค์ทั้งชุดบัณฑิต หรือสับเท้าที่เกร็งปวดเพราะส้นสูงไปให้ถึงมหาวิทยาลัย เท่ากับที่ฉันรู้ว่า วันนี้เราจะเจอกัน
ฉันมีของติดตัวไม่มาก แน่ล่ะ เพราะไม่รู้จะฝากใคร ไม่มีใครคอยเดินตามพะเน้าพะนอแบบคนอื่นที่มีแฟน ฉันมีแค่ซองบุหรี่เล็กๆ และถุงกระดาษใบเดียวที่ใส่ของขวัญมาให้

'ทำไมถึงเลือกสีเขียว'  โธ่ มีรายละเอียดตั้งมาก เช่น กระเป๋าตังค์สีเขียวใบนี้ทำจากหนัง เธอเคยบอกเมื่อหลายปีก่อนว่าชอบ หรือข้อความในจดหมายที่แนบไป บรรจุตัวหนังสือ 'รัก' รักคำแรกจากฉันในหลายขวบปีของเรา 
'ทำไมเลือกสีเขียว' เนี่ยนะ ที่อยากรู้ 

ไม่นานนักจากคำถามเดิม เธอบอก 'ยังใช้น้ำหอมกลิ่นเดิมเลย'
โอเค ยอมแพ้ ไม่เสียทีที่หญิงไม่คิดผิดชอบอย่างฉันบรรจงฉีดและพรมมันลงบนผ้าเช็ดหน้า แนบไปในถุงกระดาษ ส่งผ่านความเป็นฉันเพียงเสี้ยวเล็กๆ ให้เธอ โดยไม่คิดว่าคนข้างๆ เธอจะว่าอย่างไร
ฉันจะให้อภัยที่เธออยากรู้เรื่องสีเขียวนั่นก็ได้


--

เธอบอกว่าผู้หญิงคนนั้นไม่เคยนึกหึง เขาบอกเธอว่าการฉีดน้ำหอมใส่ผ้าเช็ดหน้าช่างโรแมนติก ถ้าเป็นคนอื่นคงหึงไปแล้ว แต่เพราะเป็นฉัน ผู้หญิงโรแมนติกคนนี้ เขาจะไม่หึง ซ้ำร้าย เขายังถามเธอว่า ทำไมเราไม่ได้กันไปเสียให้จบ 
เธอพยักหน้ายืนยันสิ่งที่ได้ยินจากเขาด้วยตาคู่เดิม ดวงตาที่ไม่เคยปิดอะไรมิด ให้ตาย เธอเชื่อเขาจริงๆ ว่าไม่หึง
นี่ไม่ต่างอะไรจากข้อความถึงฉัน เขารู้ว่าฉันให้อะไรเธอเป็นของขวัญ เธอไม่เคยมีความลับจากเขา แม้แต่ความทรงจำของเรา เธอก็ยังเล่าให้เขาฟังจนหมด การทดลองได้กันครั้งแล้วครั้งเล่าที่ล้มเหลวของเรา เขารู้

--

นี่มันออกจะเหนือจริง จากเด็กนักเรียน มาถึงวันที่เราต่างทำงาน ตัวฉันเองต่างไปจากตอนเด็กมาก จนบางครั้งฉันยังกลัวว่า เธออาจผิดหวังที่ฉันไม่ใช่คนเดิม แม้จะยังเป็นคนของเธอเหมือนเดิม
เธอขับรถโดยมีฉันนั่งข้างๆ แม้จะรู้ว่านี่ไม่ใช่ที่ของฉัน ฉันเกลียดตัวเองเหมือนกันที่ยังสุขใจ ไม่เคยอดสัมผัสตัวเธอได้ มือไม้ไม่เป็นของฉันอีกแล้วเมื่อเธออยู่ใกล้ๆ ในเส้นทางที่ไม่ไกล ฉันหวังเสมอให้ถนนทอดยาวไปอีกนิด แม้ฉันจะมองค้อนทุกครั้งที่เธอบอกว่าจะไปส่ง หรือทำเป็นไม่สนใจเหตุผลโง่ๆ เวลาเธอบอกว่าชอบขับรถ แท้จริงแล้วฉันไม่อยากไปจากตรงนี้ ที่ที่ฉันอยากให้มันเป็นของฉัน อย่างเห็นแก่ตัว 

'เดี๋ยวนี้กินเผ็ดแล้วหรอ' พูดยิ้มๆ ติดจะล้อเลียน
ฉันกินเผ็ดได้แล้ว ผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนไปจากเด็กคนนั้นตั้งหลายอย่าง บุหรี่ก็หนึ่ง เบียร์ อาชีพนักเขียน ความติดดิน หัวใจที่ทั้งเข้มแข็งและอ่อนแอก็อีกหนึ่ง เธออาจผิดหวังที่ฉันไม่ใช่คนเดิม แต่นอกจากที่ว่ามา ฉันก็ยังเป็นคนของเธอ เหมือนเดิม

--

แค่ได้ยินน้ำเสียงของเธอตอนเขาโทรเข้ามา ก็ชัดเจนแล้วว่าเขาไม่พอใจที่มีฉันตรงนี้ 
เธอไม่ได้บอกเขาว่าจะพบกับฉัน เสียงงอนง้อยังคงดำเนินต่อไป คิดว่าฉันที่นั่งอยู่ข้างๆ จะไม่ได้ยินหรือไง 
เธอรู้ไม่ทันเขาอีกแล้ว
หากเป็นเกมส์ อีกครั้งที่เขาชนะขาดลอย เธอหัวเสียพอดูที่เขาโกรธเคือง ส่วนเธอทำอะไรไม่ได้ 
ฉันรู้เธออยากโกหกเขา หรือทำอย่างไรก็ได้ให้เขาสบายใจ ให้เรื่องมันดีกว่านี้
เอาเลยสิ ทำเหมือนกับว่าเรื่องของเราไม่มีจริง 
เอาเลย ถ้าการไม่มีฉันมันทำให้ดีขึ้นแล้วล่ะก็
ไม่ใช่หน้าที่ฉันเลยที่ต้องคอยบอกเธอว่าต้องทำตัวอย่างไร 
ไปหาเขาสิ ฉันพูด เพราะหากเป็นฉันคงต้องการแบบนั้นเหมือนกัน 

โดยมากแล้วฉันไม่ใช่คนย้อนแย้ง แต่ทันทีที่บอกให้เธอไป ก็กลายเป็นคนโป้ปดคนหนึ่งขึ้นมา
ฉันโอเค เธอไปหาเขาสิ -- ฉันเสียใจ ทำไมเราจะต้องรีบแยกจากกันไป ทั้งที่เวลาของเราก็มีเพียงเท่านี้

เอาเถอะ อย่างไรเธอก็ไปอยู่ดี ฉันเพียงแต่ไม่เคยคิดไว้ ว่าเธอจะไปโดยไม่หันกลับมา
เข้าใจสิ ไม่ว่าเธอจะต้องการทำอะไร สิ่งที่เธอทำได้มีเพียงใส่ใจความรู้สึกของเขาเท่านั้น 
ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเธอจะปล่อยหัวใจของฉันลงกลางทาง ทางที่ไม่เคยมีจุดจบของเรา เพราะเธอคงรู้ใช่ไหม แม้ฉันจะเดินออกไปจนไกล ฉันก็จะหยุดเพื่อเฝ้าคอยเธอ และหากวันนี้เธอลืมฉันไว้ ในอีกไม่ไกล เราจะบรรจบกันอีกครั้ง เธอคงรู้ดีถึงทำแบบนั้นในวันนี้ 
ขอฉันปลอบใจตัวเองแบบนี้ แม้จะรู้ตัวดีว่า เธอไม่ได้มี 'เรา' อยู่ในหมุดหมายแล้วก็ตาม
SHARE

Comments