'หน่าฮ่าน' : ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่ต้องออกมาแก้ตัว

ในฐานะโปรดิวเซอร์ของภาพยนตร์เรื่อง 'หน่าฮ่าน' สำหรับช่วงนี้เห็นคนด่าหนังเยอะแหละครับ โดยที่เป็นการด่าในลักษณะของทีมงานเห็นคนทำหนังอีสานเยอะเลยทำตาม ซึ่งถ้าพูดกันแบบแฟร์ๆ เจ้าของเงินก็อยากทำหนังเพื่อให้มันเกาะกระแสอีสานแล้วหวังว่ามันจะได้เงินนั่นแหละ แล้วหวังว่ามันจะได้เงินเยอะด้วย

ซึ่งคำถามต่อมาคือพอนายทุน หรือคนที่มีเงินนั้นเค้าอยากทำหนังแบบนี้ เราก็ต้องมาแทนค่าคำตอบแหละว่าทำไมเค้าถึงทำหนังแบบนี้หละ

หนึ่งคือคนดูมันมี มีฐานคนดูแบบนี้อยู่จริง เค้าเลยอยากเกาะคนพวกนี้แล้วทำหนังให้คนที่เป็นฐานกลุ่มนี้ดูเพื่อให้ได้เงินแบบเคสสตัดดี้เรื่องก่อนหน้าที่ประสบความสำเร็จทั้งหลาย เพราะเค้านึกไม่ออกหรอกว่าหนังที่ล้มเหลวคือเรื่องอะไร หรือสองเป็นพาสชั่นของเค้าแล้วเค้าอยากทำจริง แม้ว่ามันจะมีหนังแบบนี้อยู่แล้วมากมายก็ตาม แต่เค้าก็อยากจะมีเวอร์ชั่นของตัวเองเอาไว้เพิ่มเข้าไปในอุตสาหกรรม

ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องผิดอะไรเลยที่นายทุกเค้าจะคิดแบบนั้น เพราะทุกคนมีสิทธิที่จะคิด มีสิทธิ์ที่จะอยากได้ของต่างๆ ที่เค้าต้องการเพียงแต่ว่า ต้องมาดูว่าเค้ามีเงินแล้ว มีเท่าไหร่ เค้าจะให้ใครไปทำของสิ่งนั้นมา ในงบประมาณที่เขามีให้ได้

ซึ่งมันก็จะมาในสเต็ปต่อมา ก็คือทุกอย่างมันจะมาตามผู้กำกับและโปรดิวเซอร์และการทำงานของทีมของโปรดักชั่น ที่จะทำของที่มันเคยทำอยู่แล้ว ของที่คนมันมองเห็นอยู่แล้ว ของที่มันประสบความสำเร็จอยู่แล้ว หนังที่มีความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกพูดถึงในแง่ของการเกาะกระแส การตามการแส การเลียนแบบความสำเร็จ ให้ออกมาเป็นงานที่มีความออริจินัลให้ได้ว่ามันจะทำออกมาได้ยังไงบ้าง ในสภาพแวดล้อมที่เราสามารถทำได้ ทั้งในแง่ของเวลา เงินทุน ทรัพยากรในมือที่มีและภาพรวมด้านการตลาด

เพียงแค่ความเป็นหนังเรื่องหนึ่งมันคือการลงทุน มันคือการพนัน ที่ใช้เงินลงทุนเยอะเกินกว่าคนปกติเขาจะทำกัน มันคือการลงทุนของคนบ้า ที่ไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ทำออกไป สิ่งที่ตัดสินใจ สิ่งที่เราลอกเลียนมานั้นมันจะผลิดอกออกผลอย่างไร มันไม่มีใครรู้เลยจริงๆ มันคือการวัดดวง ที่ใครกล้ามากก็อาจจะได้คืนมามาก ใครกลัวเสียก็อาจจะแทงกั๊กๆ เอาไว้แล้วทุกอย่างก็หายไปหมด

ด้วยความสัจแท้ เกี่ยวกับความจำเจ

โลกใบนี้มีพล็อตหนังรักโรแมนติก ที่เป็นสูตรอยู่ไม่กี่สูตร แต่ทุกอย่างมันสร้างความใหม่ขึ้นมาในของที่มันเก่าได้เสมอมา ทำให้คนนั้นพร้อมที่จะตีตั๋วเข้าไปดูเรื่องรักเหล่านั้น พล็อตหนังผีที่แทบจะไม่ต่างกัน แตกต่างกันที่คาแรคเตอร์ดีไซน์และสถานที่ รวมไปถึงความโหดที่มากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่สิ่งเหล่านี้มันถูกสร้างมาจนเรียกว่าช้ำแล้วช้ำอีก

หนังอีสานก็ไม่ต่างกัน แม้ว่ามันจะเป็นหนังอีสาน พูดอีสาน มีหน้าเวทีหมอลำ มีความเป็นวัยรุ่น มีความตลกโปะฮาตามคาแรคเตอร์ แต่มันก็ย่อมมีความแตกต่างในส่วนของการดีไซน์ เทคนิคการถ่ายทำ ประสบการณ์ของผู้กำกับ มุมมองของคนเขียนบท การถ่ายทอดของนักแสดง ที่มันจะสร้างความเหมือนเดิม ความซ้ำซากให้มันแตกต่างในตัวของเนื้อหนัง

ซึ่งมันคือหน้าที่ของผู้กำกับและทีมงานแหละ ที่จะทำสิ่งเหล่านั้นออกมาให้มันสมบูรณ์ในแบบของมัน และเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็นในสิ่งที่เรานั้นมีอยู่ในมือ

ทีมงานทุกคนทุ่มเท

ทีมงานทุกคนเหนื่อย

ทีมงานทุกคนใช้เวลากับมันมายาวนาน

และแน่นอนสิ่งที่พิมพ์ไปก่อนหน้ามันไม่ใช่ข้ออ้างถ้าหนังมันจะออกมาแล้วเหี้ย เพราะสุดท้ายแล้ว คนทำงานมันเห็นแก่ตัวเองไปทั้งหมดตั้งแต่ตอนทำงานแล้ว ที่จะต้องได้ในสิ่งที่ตัวเองอยากจะได้ให้มากที่สุดในทุกวันที่ต้องออกไปทำงาน พอมันเสร็จสิ้น มันก็ต้องทิ้งทุกอย่างที่มันทำมาอย่างยาวนานเหมือนกัน ละทิ้งอัตตาที่สร้างไว้ในช่วงเวลาที่เราเริ่มทำงาน เมื่อของที่เราทำกันมานั้น เริ่มออกมาให้กับคนภายนอกเห็น

แต่ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะพูดถึง

ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะด่า

ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะวิจารณ์ทุกอย่าง

ไม่ว่าจะหน้าหนัง โปสเตอร์ ตัวอย่าง คำโปรย เพราะสิ่งเหล่านี้มันคือสิ่งที่คนทำหนังเรื่องหนึ่งมันต้องคิดและสร้างมันออกมา มันคือสิ่งที่คนทำหนังอย่างเราต้องผิดชอบความเห็นแก่ตัวที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นและปล่อยออกไป การถูกด่าก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างหนัง ส่วนหนึ่งของกระบวนการรับผิดชอบความคิด การกระทำที่มันถูกสร้างขึ้นมา หนะังที่เสร็จแล้วมันไม่ใช่ของเราอีกต่อไป มันกลายเป็นงานสำหรับทุกคนที่จะเข้ามาดู เข้ามาชม เข้ามาวิจารณ์ในสิ่งเหล่านั้น

หนังเสร็จแล้ว ปล่อยออกไปแล้ว เราทำอะไรไม่ได้ หนังออกมาได้เงินไม่ได้เงินเราก็ไม่ได้มีส่วนแบ่งรายได้อะไรเพิ่ม เราแค่ทำหนังให้มันออกมาดีที่สุดก็พอในทรัพยากรที่เรามี และลงมือทำมันต่อไปเรื่อยตราบเท่าที่มีโอกาส ถ้าเราตั้งใจทำงานแล้ว ทุ่มเทที่สุดแล้ว ถึงวันหนึ่งมันจะมีคนเห็นแล้วยอมรับมันเองแหละ
SHARE
Writer
patzh
Regista
Chamchuri Supporters / Bangkok

Comments