Bleed for you : บทสนทนาของยุงก้นป่อง
บริจาคเลือดน่ะหรอ ? ทำที่ไหนก็ได้ ขอแค่คิดมีใจกุศล
จะคน จะยุง หรือจะมด มันก็ได้บุญเหมือนกันน่ะแหละ
มนุษย์สองคน กับยุงอีกหนึ่งตัว...
และแล้วมันก็เริ่มต้นขึ้น

เธอหลอกล่อให้ยุงกัดลงไปที่แขนของเทอ ปล่อยให้มันค่อยๆกัดและดูดเลือดของเธออยู่อย่างนั้น 
รอยแผลรอบๆ รอยกัดของยุงค่อยๆเปลี่ยนสีผิวจากขาวอมน้ำผึ้งของเธอไปเป็นสีที่แตกต่างออกไป 
มันเริ่มมีอาการบวมเล็กน้อย เสียงหัวเราะเล็กๆดังขึ้น 
เธอดูมีความสุขและสนุกกับการที่ได้เห็นเจ้ายุงนั่น 
ท้องป่องขึ้นเรื่อยๆ  มันให้ความรู้สึกเหมือนกับว่า
เธอได้เป็นเจ้าภาพมื้ออาหารของเจ้ายุงในมื้อนี้ด้วยเลือดสดๆจากมือของเธอเอง 
ในความพิเลนนี้.. แอบแฝงไปด้วยความจิตบางๆ 

“ เนี่ยพอมันเชื่องเราละ มันก็จะไม่ยอมไปไหน “

สองนาทีผ่านไป มันก็ยังคงดูดเลือดบนมือเธออยู่ เปรียบเสมือนมนุษย์หิวโซที่ไม่ได้กินอะไรมาทั้งชาติ
กะเพาะของยุงนี่มันจะใหญ่ได้ขนาดไหนกันนะ 
ต้องซดเลือดกี่ออนซ์เนี่ย เดี๋ยว! ออนซ์เลยหรอ!
ทำไมไม่เป็น มิลลิลิตรวะ !? ทำไมต้องออนซ์..
ช่างแม่ง! กุไม่ใช่ยุง!
“ เลี้ยงให้อิ่มท้อง แล้วเดี๋ยวก็ฆ่าซะเลย “
เดี๋ยวก่อน !!
ที่แท้มันก็เป็นแผนการของเธอมาตลอดสินะ 
หลอกให้ตายใจ แล้วก็หวังจะเขมือบในวินาทีสุดท้าย...

จู่ๆผมก็บอกว่าขอยกกล้องฟิล์มในมือขวาอีกข้างของเธอ ขึ้นมาถ่าย และผมก็กดยิงไป แสงสีขาววาววับ 
วิ๊งขึ้นตรงหน้า !! 
และยุงตัวนั้นก็พลานหายไปพร้อมๆกัน
กับเสี้ยววินาทีที่แสงสีขาวนั้นค่อยๆดับลง

เธอแอบสบถบ่นผมเล็กน้อยที่ทำให้ยุงตัวนั้นบินหายไป
แต่ในใจผมก็แอบคิดรู้สึกดีกับตัวเองว่า 
“ อื้ม นี่กุเพิ่งช่วยหนึ่งสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กบนโลกไปนะ    กุควรได้รับผลบุญสิ ไม่ใช่โดนบ่น ฮ่าๆๆ “   
ความเงียบเกิดขึ้นเป็นช่วงสั้นๆ เหมือนเป็นช่วงเบรคพักโฆษณาของรายการ มีเสียงเครื่องยนต์จากทั้งรถยนต์และรถเครื่อง ดังแง้นๆขึ้น ไปช่วงๆ จากซ้ายไปขวา
ขวาไปซ้าย พุ่งสวนสลับกันไปมา.. เป็นภาพที่สวยงาม
ด้านข้างของเราคือร้าน เซเว่น
และฝั่งตรงข้ามของเราก็คือร้าน เซเว่น
ประเทศนี้มันจะมีแค่เซเว่นจริงๆใช่ไหม ?
“อยากรู้เหมือนกันนะ ว่าความรู้สึกตอนที่ยุงถูกบี้มันจะเป็นยังไงกัน มันจะเหมือนกับตอนที่เราถูกฆ่าไหมนะ เราจะทรมานไหม ? “ 

ผมประหลาดใจที่ได้ยินสิ่งนี้ออกมาจากเธอ
บทสนทนาอันยาวเหยียดเรื่อยเปื่อยของเราทั้งคู่
มันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่จาก ในร้านอิซากายะแห่งหนึ่ง
และไถลล้ำลอยยาวมาจนถึงหน้าถนนอโศก

ช่วงเวลาเดธแอร์ที่เกิดขึ้นของเราทั้งคู่ในร้านอาหารนั่นมีเพียงแค่ช่วงเวลาที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งลุกออกไปเข้าห้องน้ำแค่เพียงนั้น ภาพทุกอย่างเหมือนอยู่ในหนัง
หรือไม่ก็เป็นการแสดงหรือละครซักหนึ่งเรื่อง
เปรียบเสมือนกับว่าเราทั้งคู่ 
ใช้เวลา ณ ขณะนี้
สถิตอยู่ด้วยกันจริงๆ 
Exist ใน Exists 
เหมือนสิ่งต่างๆรอบข้างได้กลายเป็นแค่พร๊อพ
และเอ็กซ์ตร้าที่ถูกจ้างเข้ามาแสดงในหนังเรื่องนี้

นานแค่ไหนกันนะ ที่เราไม่ได้พบกับใครซักคน
ที่จะสามารถพูดคุยกับเราได้เสมือนดั่งคนที่ไม่ได้พานพบกันมาสิบปี มันให้ความรู้สึกราวกับว่า 
เราทั้งคู่ต่างเก็บเรื่องราวต่างๆเหล่านี้มาเกือบยี่สิบปี
เพื่อที่จะเล่าให้ใครซักคนฟัง และใครคนนั้น
เขาก็ได้มาอยู่ตรงหน้าเราแล้ว.. ณ ขณะนี้

จริงๆแล้ว ผมกับเธอ
เราเคยเจอกันมาหลายต่อหลายครั้ง
ทั้งในโลกความเป็นจริง
โลกของโลกเสมือน
หรือแม้แต่โลกของละคร
แต่ทว่า ความสัมพันธ์ของเรา
มันก็ยังไม่เคยได้เกิดขึ้นเลยจริงๆซักหน
เรายังคงกลายเป็นคนแปลกหน้า
ในสายตาของกันและกันอยู่เสมอ
เหมือนมันมีอะไรบางอย่างระหว่างเรา
เหมือนมันยังไม่ถึงจังหวะเวลาที่เหมาะสม
เราก็เลยยังไม่มีโอกาส..
โอกาสที่จะได้กลายเป็นคนรู้จัก 

มีคนเคยบอกว่าถ้าเราเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสังคมแบบไหน เราก็อาจจะได้เจอกับคนประเภทเดียวกันฉันนั้น
น่าแปลกที่จู่ๆ เราก็ได้มารู้จักกันอย่างไม่คาดคิด       และเรื่องตลกพวกนี้ก็ฟังดูเป็นเรื่อง บังเอิญชวนฝัน    เสียซะเหลือเกิน..
ยุงก้นป่องตัวนี้เป็นเพียงหลักฐานเดียวที่ยังคงยืนยันว่า บทสนทนาอันยาวไกลนี้ได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ 
หลังจากที่ร้านอิซะกายะญี่ปุ่นปิด 
เราก็มูฟออกมานั่งกันหน้าเซเว่นถนนอโศก
ผมเดินเข้าไปในร้านเซเว่นและซื้ออูฐสีม่วงน้ำเงินมา
ผมชวนเธอสูบบุหรี่ ที่หน้ากล่องเป็นรูปอูฐสีม่วงนั้น
และเราได้นั่งพูดคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราวความคิด
และชีวิตของตนเองกันอยู่อย่างนั้น 
เวลาค่อยๆเดินผ่านไป..
พบเห็นพนักงานจากร้านอาหารเดินกลับบ้านไปมา 
ทีละคนสองคน บางคนก็ยิ้มให้บ้าง บ้างก็แอบมองเราแปลกๆบ้าง ด้วยสายตาแปลกๆอารมณ์ประมาณว่า
พวกมึงไม่มีบ้านให้กลับกันหรอ..
วินาทีนั้น ผมกับเธอดูเป็นโฮมเลสถนนอโศกจริงๆ
กระเป๋าฟรายแทคสีแดงของผมดูจะสิ่งเดียวที่ขัดความ
เป็นโฮมเลสของเราในขณะนี้ ฮ่าๆ ผมหัวเราะ

มีรถราวิ่งผ่านไปเป็นช่วงๆตามสัญญาณไฟจราจร
แต่พอบรรยากาศรอบข้างทุกอย่างเริ่มเงียบลง ฝผมก็รู้สึกได้ทันทีเลย
ว่านี่คือ ความเป็นจริง 
ความเป็นจริง ที่ผมได้นั่งอยู่ตรงนี้
นั่งอยู่มนุษย์อีกหนึ่งคนที่กำลังตั้งอกตั้งใจฟังเรื่องราวสัพเพเหระของผมอยู่ ที่ซึ่งก่อนหน้านี้ผมก็ได้ฟังของเธอ

มันได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆ
ความรู้สึกของการ “ มีความรู้สึก “
มันห่างหายไปนานจากผมเสียเหลือเกิน
มันเป็นสิ่งที่ขาดหายไป
มันคือช่องว่างที่มีรูโหว่อยู่ตรงนั้น
และในตอนนี้มันก็กำลังถูกแทนที่
ด้วยความรู้สึกบางอย่าง
ที่กำลังค่อยๆจะกลบช่องว่างรูโหว่นั่น

ซักวันนึงมันก็อาจจะกลายเป็นทรงจำหนึ่งที่ดีในชีวิต 
ว่าครั้งหนึ่งนั้น บทสนทนายุงก้นป่องนี้มันสามารถนำพาเราไปจนถึงห้วงเวลาที่ร้านชายสี่หมี่เกี๊ยวที่ตั้งอยู่ข้างๆนั้น ได้ตั้งร้านจนเสร็จและพร้อมที่จะเปิดขายในรอบเช้า
ตี 4 ยี่สิบเอ็ดนาที ...
ชายสี่หมี่เกี๊ยวเปิดแล้ว
แต่เซเว่นยังไม่ปิดเลย...

บทสนทนาของยุงก้นป่อง

#หน่องเคนโจรฝึกหัด



SHARE
Written in this book
The feelings awakens
Writer
nongkenlilthief
Actor also Writer
Sooner or later we’re all dying. Far beyond human.

Comments

Chanichaboon
4 months ago
แหนะพูดกับใครอีกละ
Reply
nongkenlilthief
4 months ago
ไม่เสือกค่ะ
mighty_
4 months ago
ฮั่นแน่
Reply
nongkenlilthief
4 months ago
อย่ามาเก่งง