ถ้าเราจะไม่ใช่ ‘ผู้ชนะ’ ทำไมเราต้องเป็นผู้แพ้ล่ะ?
**เปิดหัวเรื่องได้ล่อเท้ามาก ดังนั้นขออนุญาตร่ายบัฟกันเท้าก่อน~* อ่ะ เริ่ม!!!**

คุณผู้(หลงเข้ามา)อ่านทุกท่าน~ เคยมั้ย? ในช่วงวัยเด็กคุณต้องลงแข่งเกมกีฬา หรือเข้าแข่งขันงานประกวด งานตอบคำถามต่างๆที่จัดขึ้น ตั้งแต่ระดับที่มีสเกลขนาดเล็ก ‘อย่างกระโดดยางชิงแชมป์ห้อง’ หรือ เป่ารถกระดาษชิงถ้วย(เกรอะ)กรังปีย์ ไปจนถึงระดับประเทศอย่างวงโยธวาธิต พร้อมแปรอักษร หรือ การแข่งขันตอบปัญหา 7 วิชา (วิ)สามัญ
แน่นอน คำตอบคือ เคย! ถ้าชนะก็ดีไป สุขเกษม เปรมปรีย์ พร้อมความภาคภูมิใจ รูปใหญ่ติดฝาผนัง ถ้างรางวัลใหญ่สองหู บลาๆ แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือ ถ้าเรา’ชนะ’ไม่สำเร็จล่ะ เราจะเป็นอะไร คำตอบที่มาแว๊บแรกก็คงจะเป็น ก็เป็น’ผู้แพ้’ไง (คนเขียนโง่จัง)ถ้าคำตอบเป็นแบบนี้ มาเคลียกันก่อน..ด่าเราไมอ่ะ...หยอกๆ) งั้นถามต่อถ้าเป็นอย่างที่เขาว่ากันว่า ‘ชีวิตมันคือการแข่งขัน’ งั้นก็ต้องมีตัดสิน“แพ้-ชนะ” ใช่มั้ยล่ะ?
 ก็คงใช่แหละ~ แต่เอาจริงๆ คุณๆอยากถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้แพ้เหรอ เข่น
สัมภาษณ์งานไม่ผ่าน (ว๊าย! แพ้ๆๆๆๆ)
ไม่ประสบความสำเร็จในการทำบางสิ่ง (หวาย!! แพ้ๆๆๆ)
จีบคนที่ชอบแต่เขาไม่ชอบเรา (ว๊ายยย! ลูซเซอร์)
หรือจะอะไรง่ายๆ เช่น ต่อคิวซื้อเฉาก๊วยเจ้าเด็ด อยากกินมากกกก แต่สุดท้ายก็อด แถมมาหมดตรงคนก่อนหน้าเราอีก! (แพ้ในแพ้ในแพ้ในแพ้...) 
แม่ง..เจ็บใจ ! ...
จริงอยู่ที่สถานะเราตอนนี้คือผู้แพ้ดีๆนี่เอง
แต่ รู้อะไรมั้ย มันมีอีกสถานะนึงซ่อนเร้นมาเบาๆว่าคุณเป็น‘ผู้ไม่ชนะ’ ก็ได้! (เอ้า ! แล้วมันต่างกันยังไง ?) 

ย้อนไปในการลงสนามแข่งต่างๆในวัยเด็ก เมื่อคุณไม่ชนะ ผู้แพ้จะเป็นสถานะใหม่ของคุณ แล้วคุณรู้สึกยังไงล่ะ? แพ้ เสียแรงเปล่า ที่พยายาม ที่ฝึกซ้อมต่างๆ ไม่มีค่า ไม่มีประโยชน์ มันน่าเจ็บใจ จุก อยากร้องไห้ ใจสั่น ขึ้นอยู่กับว่าความคาดหวังของคุณไปตกตรงจุดใด 
ยิ่งคาดหวังมาก ก็ยิ่งรู้สึกมากเช่นกัน...หากชีวิตที่คุณดำเนินไปนี้ มีสนามให้คุณต้องลงแข่ง ต้องเผชิญมากมาย งานเอย ความสัมพันธ์เอย ความฝันเอย สมมุติว่าทุกอย่างเกิดปัญหา คุณกลายเป็นผู้แพ้ทุกสนาม แน่นอนว่าคุณจะแพ้ไม่ได้ เพราะอะไร เพราะไม่งั้น คุณจะเอาอะไรไปเผชิญกับปัญหา จะเอาเรี่ยวแรงกายใจไปทำอะไรได้ไหว แค่เพียงเพราะ 
เราแพ้ไปแล้ว แพ้ให้กับเรื่องนั้นๆ และทุกอย่างพังลง เราแพ้แล้ว...
แต่เด๋วก่อน!! (ตบได้ตั้งใจผิด) มันจึงมีอีกสถานะเบาๆซ่อนอยู่ ในทุกการแข่งขันของคุณ ว่าถ้าหากคุณไม่ชนะ คุณก็แค่ไม่ชนะ เป็นแค่ ‘ผู้ไม่ชนะ’  ผู้ไม่ชนะที่โอเค วันนี้แพ้ ก็กลับบ้านทำสิ่งอื่นๆ อ่านหนังสือ วาดภาพ เล่นเกม ออกกำลังกาย ดูทีวี เจอเพื่อฝูง(หรือฝูงเพื่อน) เพื่อเพิ่มพลัง ฮึบ...! พรุ่งนี้ เซตใหม่ ทำใหม่ 

อย่าไหลไปกับความผิดพลาด เพราะทุกคนที่ระยะสายตาของคุณมองเห็นนั้นล้วนผิดพลาดกันหมดทั้งสิ้น ถนอมกายถนอมใจให้ประคองทุกอย่างที่เหลืออยู่ และเรียนรู้ที่อยู่กับรอยแผลที่ล้มลงนั้น เพราะคุณไม่มีทางรู้ว่าสนามที่คุณแข่งที่คุณลงไปนั้น ผิวเพินอาจจะดูเป็นวิ่ง 4x100 แต่แท้จริงแล้ว มันสนามวิ่งมาราธอนต่างหาก และคุณก็เพิ่งจะล้มเมื่อวิ่งไปได้แค่ 1/4 ของสนาม 
ลุุกขึ้น วิ่งเหยาะๆ วิ่งปกติ และถ้ามันจะล้มแบบเดิมอีกต่อไปให้เอาด้านข้างลง มันจะเจ็บน้อยกว่า 
และลุกขึ้น วิ่งเหยาะๆ วิ่งปกติ  จุดนั้นเราล้มครั้งก่อนพื้นไม่เรียบต้องระวัง และ วิ่งต่อ...... หาสาเหตุที่ล้มไปเรื่อยๆ และถึงแม้มันจะล้ม มันจะต้องไปเจ็บเท่าครั้งก่อน และจงวิ่งต่อ...


แค่การพลิกชื่อง่ายๆจาก 
‘ผู้แพ้’ ที่ต้องหนาวเหน็บ ร้องไห้สะอื้นกลืนน้ำตา ฝนเทลงมา  มาเป็น 
‘ผู้ไม่ชนะ’ ที่วันนี้ไม่สำเร็จ รอบนี้ฉันพลาด ฉันลืมเสื้อกันหนาวจนต้องหนาวเหน็บ ฉันร้องไห้สะอึกสะอื้น
แต่ฉันพกร่มมา และจะไม่เปียกเพราะฝนพวกนี้แน่สู้ต่อไปนะ ผู้ไม่ชนะ เพราะ ไม่แน่เส้นชัยอาจจะรอเปิดไว้ให้ทุกคน :)




SHARE
Written in this book
เรื่องใช่..ไม่ก็ใกล้เคียง
เป็นเรื่องราวที่เราเจอมาจริงๆ เอามาเล่าแบบเฉียดๆ เพื่อบอกถึงการเข้าใจสิ่งต่างๆมากขึ้น ผ่านมุมมองของตัวเองจริงๆ โดยหวังว่าจะโดนผู้อ่านแบบเฉียดๆ
Writer
Zillapa
Lazy citizen
สวัสดี ! เล่าทุกอย่างที่อยากเล่า ตามกรอบความคิด ประสบการณ์ และตัวเอง จริงๆ เราลองเขียนแหละ แต่จะไม่บอกแล้วกัน เราเขิน

Comments