อายุร้อยปี ไม่มีใครอยู่ ก็ไร้ความหมาย

"ต่อให้เป็นแวมไพร์อายุร้อยปี
แต่ไม่มีใครอยู่ ก็ไม่มีความหมาย"

"ความตายไม่ใช่เรื่องของอายุ
แต่คือเรื่องของทุกคน"

เธอพูดพร้อมยิ้มจางๆ
: )

"ทำไม ถึงพูดเรื่องความตายล่ะ"
"มันไม่ควรเอามาเป็นประโยคสนทนา"
ผมถาม
"มันใกล้ตัวมาก และมีผลต่อชีวิตโดยตรงที่สุด"
เธอตอบ

"คุณรู้ไหม? เมื่อก่อนฉันชอบดูหนังเกี่ยวกับแวมไพร์บ่อยๆ ชีวิตที่หรูหรา ความสวมงามของหน้าตาและเวลาที่ยาวนานบนโลก"
"ใครๆก็คงฝันมีชีวิตแบบนั้น"
"แต่ฉันไม่เลย ฉันไม่ต้องการ."
"ถ้าเวลาที่มีแสนนาน ไม่มีใครอยู่ด้วยกันกับฉันสักคน"
เธอทำหน้านิ่ง พูดแบบจริงจังปนยิ้มกลบเกลื่อน

"โห คุณก็มีมุมแบบนี้ด้วยหรอ?"
ผมหยิก
"โธ่! คุณก็..ฉันก็มีสิ อารมณ์แบบนี้"
"อันที่จริง ฉันเป็นคนที่เฉียดความตายมาบ่อยมาก จนเลิกสนใจสิ่งภายนอก สนใจแค่การกระทำของตัวเองที่อาจกระทบคนสำคัญ สนแค่ถ้าไม่มีวันพรุ่งนี้ ชีวิตอยากจบในความทรงจำผู้คนในแบบไหน เป็นต้นไม้ที่มีประโยชน์ทั้งตอนที่ยังอยู่และจากไป.." เธอบอก
"ขนาดนั้นเลยหรอครับ"
"สำหรับผม แค่วันนี้เป็นวันที่ดี ผมก็พอใจแล้ว"
ผมตอบ
"ฉันก็เป็นคนคล้ายๆกับคุณนั่นล่ะ"
"แต่ฉันมักไม่อยู่ในโลกของใครสักคนที่ไม่รู้ซึ้งถึง ของขวัญของปัจจุบัน ที่มีอยู่"
"ถ้าคุณรู้ความจริงว่า.."

"ความตายไม่ใช่เรื่องของอายุ
แต่คือเรื่องของทุกคน"

"คุณจะรู้ว่าความหมายนั่นอาจกระจายความสำคัญ แต่ไม่มีสิ่งไหนรอบตัวที่คงอยู่เทียบเท่ากับอายุขัย เรื่องลมหายใจมันใกล้ตัว"
"จนทำให้ฉันบอกรักพ่อแม่ บอกรักคนรอบตัว บอกรักผู้คนที่พบเจอ และยิ้มเหมือนเป็นคนบ้า"
"ถ้าวันหนึ่งไม่มีรอยยิ้มของฉัน เขาอาจคิดถึงกันบ้าง หรือรอยยิ้มของฉันอาจเป็นวันที่มีความหมายในเวลาที่แสนสั้นบนโลก ที่ไม่รู้ว่าเราต่างมีวันพรุ่งนี้รึเปล่า?"
"ฉันรักคนที่รักความหมายที่มีในปัจจุบัน"
เธอยิ้มหวาน

"ที่พูดมาดูซีเรียสนะครับ แต่ทำไมคุณถึงยังยิ้มอยู่?" ผมทำหน้างง
"ฉันพูดในสิ่งที่ฉันคิด แต่ไม่ได้บอกว่า คุณหรือคนอื่นต้องคิดเหมือนฉัน"
"โลกนี้มันเปิดกว้าง และความคิดใครไม่ใช่เรื่องที่เราควรเข้าไปครอบงำ ^^"
"ถ้าวันหนึ่ง เจอคนที่คิดเหมือนกัน นั่นคือของขวัญที่ต้องขอบคุณ แต่ถ้ายังไม่เจอ ฉันก็็เชื่อว่ามี"
เธอยังคงยิ้มอยู่

"คนอย่างคุณ มาอยู่บนโลกแบบนี้ได้อย่างไรกันนะ" ผมพูดขึ้น
"ฉันก็ไม่แน่ใจหรอก แต่ยังไงก็ขอบคุณที่ฟังฉันเล่าเรื่องที่ไม่ใช่ทุกคนจะฟัง"
"ฉันไม่ได้พูดทุกเรื่องกับทุกคน"
"แต่เพราะคุณตั้งใจฟังและสายตาที่ดูเป็นนักฟังอย่างเปิดใจ ฉันจึงเล่าให้ฟัง"
เธอตอบ
"ผมไม่ได้ฟังทุกคนหรอก แต่คุณเป็นคนที่ผมอยากเข้าใจ" ผมได้โอกาส
"ฮ่าๆ ขอบคุณค่ะ"
"ถ้าคุณรู้จักฉันแล้ว ชีวิตที่คุณมีอยู่อาจเปลี่ยนไป โดยที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง"
"เพราะฉันเป็นความเรียบง่ายที่มีอยู่ในปัจจุบัน"
เธอกล่าว
"พูดอะไร เข้ายากอีกแล้ว" ผมบ่น
"ฉันพูดให้ดูยากแต่จริงๆมันง่ายมาก ถ้าคุณตั้งใจฟัง" เธอยียวน
"คนอย่างคุณ ตั้งใจฟังเท่าไร ก็เข้าใจยากอยู่ดี"
ผมยังคงบ่นต่อ
"แต่ก็อยากมาฟังคุณแบบนี้เสมอ"
"คุณเป็นคนที่เข้าใจยากแต่กลับมีบางอย่่างที่ง่าย เหมือนความธรรมดาที่มีความพิเศษซ่อนอยู่ ทำให้ผมอยากใช้เวลาที่มีไม่มากในชีวิตนี้ด้วย"
ผมพูดปนสารภาพความในใจ
"ไม่ง่ายนะคร้าบ จีบไม่ง่ายนะครับ"
เธอล้อเลียน
"พูดตอนไหนว่าจะจีบ พูดงี้ ขอจีบได้ไหม?"
ผมได้ที
"เรื่องแบบนี้ ไม่ต้องพูดหรอกค่ะ ทำให้ดูก็พอ"
เธอบอก

"ฉันรักคนที่ให้ความหมายในปัจจุบัน คนที่ความหมายความสัมพันธ์รอบตัว อย่างที่ไม่มองว่าพรุ่งนี้จะมีรึเปล่า เพราะถ้าฉันรัก ฉันจะอยู่กับคุณ"
"แต่ถ้าคุณไม่รักและดูแลฉันดีมากพอ ฉันจะให้โอกาสคุณกลับไปดูแลตัวเอง อย่างไม่เห็นแก่ตัว"
เธอยิ้มตาหยี
"ดุจังหวะ" ผมหัวเราะ

SHARE
Written in this book
i want to meet someone like you
จังหวะเวลา
Writer
nicecii
^___^
nice to meet you : ) เราอยากตื่นเช้ามาเพื่อพบว่าเวลาที่ผ่านไปเป็นเพียงตัวเลขที่มากขึ้นไม่ได้เกี่ยวกับระยะเวลาที่อยู่บนโลกมานานเท่าไร ถึงได้พบว่าความเก่าใหม่ไม่ได้ห่างหายหรือเหินห่างเพียงแค่จังหวะที่ไปข้องเกี่ยวจดจำประสบการณ์ของการหายใจ.

Comments

TAEiamjogging
6 months ago
ขอจีบได้ไหม
Reply