MOONLIGHT (Yujin x Sakura) - 4

.
.
.
.
.
.
สัปดาห์นี้ซากุระได้หยุดในวันสุดสัปดาห์เหมือนคนปกติ เธอตื่นมาก็พบว่าคนที่นอนข้างๆไม่อยู่เสียแล้ว เธอดันตัวเองลุกขึ้นยืดแขนบิดขี้เกียจเล็กน้อย เป็นจังหวะเดียวกับเจ้าก้อนขนสีส้มตัวอ้วนกระโดดขึ้นมาบนเตียง เยื้องย่างเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่เหมือนแม่ของมัน ก่อนทิ้งตัวลงบนฟูกนุ่ม ส่วนหัวทับบนขาของคนบนเตียง

“นี่ มารุจัง ยูตื่นนานรึยัง”
เธอถามพลางยื่นมือไปลูบคอจนมาถึงกลางหลังเจ้าก้อนขน แต่มันกลับพลิกตัวตวัดขามาทางซากุระ เผยให้เห็นพุงพลุ้ยๆ คงอยากลูบพุงสินะ สบายใจล่ะสิ ปกติเธอมักจะเห็นมารุนอนให้ยูจินลูบพุงบ่อยๆ จนเธออิจฉาที่เจ้าก้อนขนนี่อ้อนยูกิ แทนที่จะเป็นเธอที่เป็นเจ้าของ อาจจะเป็นเพราะยูกิชอบตามใจล่ะมั๊ง

เธอลูบพุงให้แมวส้มตัวกลมพักนึงก่อนจะเป็นเจ้าก้อนขนนี่ลุกขึ้นแล้วเดินหนีเธอ ทำให้เธอได้ลุกขึ้นไปอาบน้ำ ออกมาจากห้องนอนก็ไม่เห็นเงาอีกคนภายในห้องอพาร์ทเมนท์นี้เลย

หายไปไหนตั้งแต่เช้านะ?

ยูกิกลับมาห้องตอนสายๆ เขาอยู่ในชุดออกกำลังกาย กางเกงวอร์ม เสื้อยืดตัวบางสีขาว สวมทับด้วยเสื้อคลุมกันลม เหงื่อออกตามใบหน้า และผมที่รวบไว้ลวกๆ ซากุระขมวดคิ้ว

“ไปวิ่งมาหรอ เหงื่อเต็มเลย”
ร่างโปร่งยิ้มกว้างพยักหน้าถี่ๆ ยกมือลูบๆหน้า หวังเช็ดเหงื่อที่ออกตามใบหน้า

“ไปอาบน้ำไป เดี๋ยวชั้นทำอาหารรอ เสร็จก็คงได้ทานเลย”
ซากุระที่สวมผ้ากันเปื้อนยืนอยู่หน้าเตากำลังทำอาหารอยู่โบกมือไล่ร่างโปร่งให้ไปอาบน้ำ

“หอมจัง กินก่อนไม่ได้หรอ”
ยูกิเดินไปอยู่ด้านหลังของแฟนสาววางคางของตัวเองลงบนไหล่เล็กของอีกคน พร้อมทำจมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่น

“ยังไม่เสร็จค่ะ”

“ไม่ได้หมายถึงอาหารซะหน่อย นี่ต่างหาก”
ไม่พูดเปล่า ยูกิกดปลายจมูลงบนแก้มอีกคน หอมฟอดนึงก่อนจะรีบหนีไปอาบน้ำเพราะรู้ว่าอีกคนคงคว้าอะไรใกล้มือฟาดเขาแน่

“นี่! ชอบแกล้งกันอยู่เรื่อยเลย!!”
.
.
.
.
.
.
.
.
“โถ่ จูริจังง ไปกินหนม กินไอติม กาแฟ อะไรก็ได้ ไปด้วยกันเถอะน้า”
เยนาเดินตามจูริตั้งแต่ลานจอดรถจนจะถึงแผนกเด็ก ก็วันนี้ทั้งคู่มาถึงโรงพยาบาลก่อนเวลาตั้งครึ่งชั่วโมง เยนาเลยถือโอกาสชวนคุณหมอสาวที่ตัวเองตามจีบไปเดทกาแฟด้วยกันเสียหน่อย แต่กลับโดนปฏิเสธกลับมา

“ไม่ไงเยนา พูดไม่รู้เรื่องหรอ”
จูริหยุดเดินเมื่อถึงหน้าแผนกเด็ก หันกลับมาพูดกับคนตามตื้อ จนคนตื้อที่ทำหน้าหงอย ถอนหายใจแล้วพยักหน้า ยอมแพ้ก็ได้

“อื้อ ก็ได้ เข้าใจแล้ว งั้นชั้นไปทำงานล่ะ”
เยนาหมุนตัวเดินคอตกกลับไป พอเห็นหน้าท่าที่แบบนั้นก็รู้สึกผิดจะเรียกเขา แต่ปากหนักทำไมเรียกไม่ออกก็ไม่รู้

คุณหมอที่มีแต่ความร่าเริง วันนี้กลับเดินเตาะแตะ หน้างอคอตกกลับมาที่แผนกตัวเอง พยาบาลที่อยู่ประจำเห็นอาการคุณหมอยังไม่กล้าทักเลย

“พี่เยน”
เสียงเล็กๆแสนคุ้นเคยของเด็กสาวที่โตมาด้วยกัน หวัง อี้เหริน นั่งอยู่ที่แผนกระบบประสาทและสมอง รอเขาอยู่ก่อนแล้ว คุณหมอตัวเล็กเงยหน้าเห็นเป็นอี้เหรินจึงคลี่ยิ้มบางๆ คนไม่สนิทยังดูออกเลยว่าฝืนยิ้ม

“หน้าไม่ดีเลย อี้ผ่านมาเลยจะชวนไปดื่มกาแฟกันค่ะ”
เด็กสาวเดินมายืนอยู่ตรงหน้าคุณหมอตัวเล็ก

กาแฟแก้วอุ่นถูกถือไว้เฉยๆ คุณหมอไม่ได้ยกดื่มแต่อย่างใด เด็กสาวดึงแก้วกาแฟจากมือคนพี่มาวางที่โต๊ะ ทำให้คนที่ถูกแย่งมองตาม เลิกคิ้วเล็กน้อย

“ก็ถ้าพี่ไม่ดื่ม ก็วางมันเถอะ”

“ขอโทษที ว่าแต่มาหาพี่อะไรรึป่าว”
เยนาหันมามองเด็กสาวที่ยกแก้วกรีนทีลาเต้ร้อนขึ้นจิบนิดๆ เด็กสาวคลี่ยิ้มที่ตัวเองถูกสนใจเสียที

“คิดถึงพี่เยนค่ะ”
เด็กสาวยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวเรียงสวย เยนายิ้มตามแม้นัยน์ตาจะฉายแววสวนทางก็ตาม

“พี่เยน มีอะไรก็บอกน้องได้นะคะ น้องไม่ชอบเห็นพี่เยนแบบนี้เลย”
คำพูดของเด็กสาวทำให้เขาถอนหายใจ เป่าปากพ่นลมออกมา ก่อนจะบ่นกับน้องสาวที่โตมาด้วยกัน เขาบอกถึงความคิด ความรู้สึกของเขาที่มีต่อจูริ โดยไม่ได้สังเกตถึงแววตาสั่นไหวของอีกคนเลย

“ถ้าพี่ชอบเธอ ก็ต้องสู้นะ”
ปากบอกให้เขาสู้แต่ในใจเธอกลับอ่อนยวบเหมือนไม่มีแรง

“ไม่แล้วล่ะ พี่ว่าพี่จะพอแล้ว พี่สู้จนคิดว่าสู้ไม่ไหวแล้ว เขาไม่เห็นพี่ในสายตาเลย”
คุณหมอตัวเล็กแสยะยิ้มเล็ก นึกสมเพชตัวเอง

“บางทีพี่อาจจะเป็นคนที่อยู่ใกล้หล่อนมากเกินไป อยู่ในจุดที่ไม่ว่าเธอจะไปไหน อยู่ไหน หันกลับมาพี่ก็อยู่ที่เดิม เลยไม่ได้รู้สึกอะไร”
อี้เหรินพูดแบบคนที่เข้าใจดี ก็เพราะเธอน่ะ อยู่จุดเดียวกันกับอีกคนนี่น่ะสิ ต่างกันแค่ว่า เธอคนนั้นของเยนาน่ะรู้ว่าเยนาคิดยังไงกับหล่อน แต่เธอนี่สิ เยนาไม่เคยรับรู้อะไรเลย วางเธอไว้ในซิสเตอร์โซนมาโดยตลอด

“อื้ม คงงั้น ช่างเถอะ พี่จะเดินออกมาจากจุดนั้นแล้วล่ะ ว่าแต่เราเถอะ โดดงานมางี้ เดี๋ยวพี่มินโฮ พี่ซูยองก็บ่นเอาหรอก”

“ไม่หรอกค่ะ ชั้นแค่เด็กที่เก็บมาเลี้ยงปลายแถว ไม่ใช่ชเว ไม่มีใครสนใจหรอก”
เด็กสาวยิ้มก่อนจะวางแก้วของเธอลงบนโต๊ะ แล้วหยิบคุกกี้ตรงหน้ามากัด คุณหมอตัวเล็กส่ายหน้าเบาๆ เขาไม่เคยคิดแบบที่เด็กสาวนี่พูดสักนิด จะใช่หรือไม่ใช่ชเวแล้วยังไง ก็คนเหมือนกัน เขามักจะหงุดหงิดทุกครั้งที่เด็กคนนี้พูดจาแบบนี้

“พี่บอกแล้วไงให้เลิกคิดแบบนั้น ใครบอกว่าไม่มีใครสนใจเธอ อย่างน้อยก็มีพี่คนนึงไง”
หน้าตาดุ ขึงขัง ไม่ได้ทำให้เด็กสาวนึกกลัวสักนิด มันทำให้เธออบอุ่นหัวใจต่างหาก

“อ๋าา บอกกี่ครั้งแล้ว เวลาทานคุกกี้น่ะ เลอะทุกที”
เยนาขมวดคิ้วยื่นมือไปที่มุมปากของเด็กสาวที่มีเศษคุ้กกี้ติดอยู่ แล้วเอาเศษคุ้กกี้นั่นเข้าปากตัวเอง แบบนี้ทุกครั้งตั้งแต่เด็กจนโต นี่ล่ะมั๊ง เหตุผลทึ่เธอชอบคุ้กกี้
.
.
.
.
.
.
.
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนชุดอยู่บ้านสบายๆ ยูกิเดินตามกลิ่นอาหารหอมๆมา เขายื่นหน้ามาใกล้ๆหม้อ ใกล้คนทำอีกครั้ง หวังจะแกล้งอีกคนแต่ผิดคาด เหมือนคนที่จะถูกแกล้งจะรู้ตัวหันไปบีบจมูกคนตัวโตอย่างหมั่นเขี้ยว

“โอ๊ยยยๆๆๆ อุอะอางงงง”
เสียงร้องโอดครวญ ตามด้วยเรียกชื่อคนทำด้วยเสียงอู้อี้ ทำให้คนทำรู้สึกสะใจเล็กๆที่เอาคืนเขาได้ เธอแลบลิ้นใส่ ยูกิคว้าข้อมือเล็กดึงอีกคนเซเข้ามาจนตัวชิดแนบอกเขา จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ

“เลิกแกล้งกันได้แล้วน่า”
ยูกิอมยิ้มที่เห็นคนในอ้อมกอดก้มหน้าหลบตา แก้มแดงลามไปถึงใบหู เขาปล่อยเธอเป็นอิสระแล้วเดินไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร

ซากุระเตรียมยกหม้อจะไปตั้งที่โต๊ะ แต่เพราะความไม่ระวังทำให้มือเธอสัมผัสเข้ากับหม้อโดยไม่มีผ้ากัน เธอสะดุ้งร้องเบาๆ สะบัดมือออก ยูกิที่มองดูอยู่รีบพุ่งตรงเข้ามาทันที ซากุระจับติ่งหูตัวเองแน่น ยูกิแบมือขอให้เธอยื่นมือมาให้เขาดู เธอยินยอมโดยดี มือที่สัมผัสกับหม้อ แดงจนเห็นได้ชัด โชคดีที่ไม่พอง เขาลูบส่วนที่แดงเบาๆ พร้อมกับเป่าลมหวังให้แฟนสาวเธอทุเลาอาการเจ็บลงบ้าง เขาจ้องอยู่ครู่นึงก่อนบรรจงแนบริมฝีปาก จูบลงบนมือที่แดงของเธอ สัมผัสนุ่มนวลจากอีกคนทำให้คนเจ็บตอนนี้รู้สึกเขินยิ่งกว่าเดิม นับวันยูกิยิ่งทำให้เธอรู้สึกเขินได้ทุกวี่ทุกวัน หลงจะแย่อยู่แล้ว แต่ต้องเก็บอาการ เพราะบางทีเขาก็ชอบกวน ชอบแกล้งจนเธอหมั่นไส้

“ใครเขาบอกให้ปฐมพยาบาลแบบนี้กัน”
ซากุระทำเสียงเข้มถามอีกคน ก็เธอเป็นหมอก็ต้องถามเป็นธรรมดา

“ก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าต้องทำแบบนี้ เดี๋ยวก็หาย”
ซากุระที่ยืนอยู่ ฟังแล้วยังอยากจะล้ม ถ้าอีกคนไปพูดจาหรือทำแบบนี้กับคนอื่นคงไม่ดีแน่ ถึงแม้จะไม่ใช่วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องแต่มันก็ทำให้เธอรู้สึกดีจนอยากจะหายแล้วเนี้ย

ยูกิเงยหน้ามองแฟนสาวตัวเล็กตรงหน้า แก้ม และ หูแดงจัด ก็อดขำเบาๆไม่ได้ เขินแล้วน่ารักชะมัด เห็นแล้วอยากจะฟัด
.
.
.
.
.
.
ตกเย็นยูกิออกมาข้างนอกเพราะเยนาชวนเขาออกไปกินไส้ย่างกับเบียร์ ซากุระเหมือนจะไม่ยินยอมในตอนแรก ก็วันหยุดอยากมีเวลาอยู่กับแฟนตัวเอง แต่พอยูกิบอกเสียงของคุณหมอตัวเล็กดูไม่ค่อยโอเค เธอจึงยอมให้เขาออกไป

“อ้าว สวัสดีค่ะคุณมินโฮ ไม่รู้ว่าหมอเยนมีเพื่อนดื่มแล้ว”
ยูกิก้มหัวให้เล็กน้อย ชเวมินโฮคือลูกประธานใหญ่ของชเวกรุ๊ป ผู้มีสิทธ์ขึ้นแท่นเป็นผู้บริหารใหญ่ของชเวกรุ๊ปคนต่อไป หรือตอนนี้ก็เปรียบเหมือนเจ้านายเขาด้วยนั่นแหละ

“ทำตัวตามสบายเถอะครับคุณยูกิ คิดซะว่าผมเป็นเพื่อน หรือเป็นพี่เยนาก็ได้”
มินโฮยิ้มน้อยๆ ดูสีหน้าแล้วไม่ต่างจากชเวคนน้อง นั่งหน้าอมทุกข์กันอยู่ แต่ดูเหมือนสองคนนี้ก็น่าจะสนิทกันไม่งั้นคงไม่เรียกกันมาปรับทุกข์แบบนี้หรอกมั๊ง

“หมอเป็นอะไร ทำไมวันนี้อยากกินเบียร์ หมอจูริด่ามาหรือ”
ยูกิหยิบตะเกียบคีบไส้ย่างเข้าปาก เคี้ยวแก้มตุ่ยพลางหันไปสั่งเด็กที่ร้านให้เอาเบียร์มาเสริฟ

“คราวนี้หนักครับ เพราะเจ้าเยนบอกว่าจะถอยออกมาแล้ว”
เป็นพี่ชายลูกพี่ลูกน้องของคุณหมอตัวเล็กตอบแทน พร้อมยกแก้วขอชนกับยูกิ

“ถอย? นี่ตัดสินใจดีแล้วหรอ”
ร่างโปร่งขมวดคิ้ว เพื่อนตัวเล็กนี่ไปเจออะไรมากันนะ ถึงถอดใจขนาดนี้ ไหนจะชายหนุ่มลูกพี่ลูกน้องของเพื่อนเขาอีก

“อื้อ ตัดสินใจแล้วงาย ยื่นใบลาแล้ว”
เยนาถอนหายใจยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม ร่างโปร่งพยักหน้าไม่ได้ทู่ซี้ถามอะไรต่อ ตัดสินใจแล้วก็คือตัดสินใจแล้ว

“ลาออกหรือพักร้อน หากตอบลาออกจะโบกให้นะ”
ยูกิถามต่อนึกสงสัยในคำพูดที่ไม่ชัดเจนของเพื่อนรัก เยนาจึงต้องมาอธิบายรายละเอียด เขาน่ะ มีวันพักร้อนเหลือๆ ไหนจะตอนนี้ในแผนกเขามีหมอครบฟูลทีมมาก เลยไม่มีอะไรน่าห่วง ลาพักร้อนได้ยาวๆสองสัปดาห์ แต่ปัญหาคือแล้วจะลาไปไหนดีล่ะ

ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตเท่าไหร่เรื่องลาไปไหน จึงไม่จำเป็นต้องระดมสมองเอาคำตอบเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวนั้น หากแต่อาการหน้าอมทุกข์ของ ชเวมินโฮเองก็น่าเป็นห่วงเช่นกัน เยนาถามคาดคั้นจนได้คำตอบ สาเหตุที่หนักอกหนักใจของเขา เพราะเป็นห่วงความรู้สึกของพี่สาวของเขา ชเว ซูยอง ด้วยเรื่องของทายาทว่าที่ประธานบริหารเนี้ยแหละ คือสิ่งที่เยนาไม่อยากจะประสบพบเจอ เลยทิ้งการแก่งแย่งกิจการ เลือกเรียนหมอให้มันจบๆไม่ยุ่งกับใคร

เดิมที ชเวกรุ๊ปเป็นของคุณปู่ของเยนา จนถึงคราวเปลี่ยนผู้บริหารจากรุ่นสู่รุ่น ตกมาถึงรุ่นพ่อ คนที่ได้นั่งตำแหน่งประธานบริหารเป็นของชเว ซีวอน ลูกชายคนโต ทั้งๆที่ตอนที่คุณปู่บริหาร คนที่คอยช่วยบริหาร จัดการดูแลเป็น ชเว ซึงฮยอน ลูกคนรองหรือพ่อของเยนา เพราะเรื่องกิจการที่สุดท้ายในพินัยกรรมพ่อยกให้พี่ชายทำให้ซึงฮยอนรับไม่ได้ ทำให้สองพี่น้องไม่คุยกัน จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตซึงฮยอนที่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง เขายังไม่ยอมคุยกับพี่ชายตัวเอง

เรื่องนี้ทั้งครอบครัวชเว ต่างก็รู้ดีถึงสาเหตุ นั่นคือสิ่งที่มินโฮกลัว และไม่อยากให้เกิด ซีวอนมีลูกสองคน ลูกสาวคนโตคือชเวซูยอง ผู้ที่ดูแลจัดการทุกอย่างในบริษัท ทำทุกอย่างแทนซีวอนได้ เป็นลูกสาวที่ไม่ได้ถูกใจ เพราะเขาอยากได้ลูกชาย ส่วนคนเล็กคือ ชเวมินโฮ อายุห่างจากพี่สาวห้าปี เขาถูกเลี้ยงดูมาแบบคุณชาย มีคนประคบประหงม และเป็นลูกชายคนโปรดของซีวอน เพราะฉะนั้นตำแหน่งประธานรุ่นถัดไปจึงถูกวางไว้ให้เป็นของเขา

“มันควรเป็นของพี่ซูยอง”
แก้มแดงๆของชายหนุ่มทำให้รู้ว่าเขาน่าจะเมาอยู่หน่อยๆ จริงๆแล้วทั้งสามคนน่ะเริ่มเมาแล้วแหละ เพราะนั่งดื่มอยู่ที่นี่มาสามชั่วโมงแล้ว
.
.
.
.
RRRrrrrr  RRrrrrrr

Kkurachan🌸

ร่างโปร่งหยิบโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดู เห็นเป็นเบอร์แฟนสาวก็รีบรับทันที คุยกันได้ไม่นานได้ความว่า เดี๋ยวเธอจะมารับยูกิกลับเอง เมาแบบนี้คงให้กลับเองไม่ได้หรอก

ไม่นานซากุระก็มาถึงร้าน พอเดินเข้ามาถึงโต๊ะเห็นแฟนตัวเองกับเพื่อนเขาอีกสองคน อยากจะกุมขมับ นี่เมากันทั้งสามคนแล้วจะให้ผู้หญิงตัวเล็กบอบบางอย่างเธอจะจัดการยังไง

“นี่ ยู เดินไหวไหมอ่ะ ทำไมดื่มกันให้เมาขนาดนี้อ่ะ”

“งื้ออ กุระจางง”

“แล้วอีกสองคน ชั้นจะต้องทำยังไงอ่ะ”

“งื้อออออ กุระจางจ๋า”

ให้ตายเถอะ ถามอะไรไปไม่ได้คำตอบเลยสักอย่าง ซากุระถอนหายใจ ก่อนจะดีดหน้าผากแฟนตัวดีด้วยความหมั่นไส้

“โอ๊ะ โอ๊ยยยย ฮื้อออ ดีดเค้าทำไมมมม”
ยูกิยกมือขึ้นถูหน้าผากป้อยๆ เบะปากทำหน้างอ ก่อนจะสะดุ้งเพราะเสียงโทรศัพท์ ร่างโปร่งหยิบออกมาดู เห็นเป็นชื่อเด็กสาวญาติเจ้าสองคนที่เมาอยู่ด้วยกัน รีบกดรับสาย ส่วนซากุระ เห็นรูปเป็นผู้หญิงหน้าไม่คุ้นหน้า หรี่ตามองเจ้าแฟนตัวดีรับโทรศัพท์

“น้อนอี้ ดีจางงงเลย มาเอาไอเยน กับมิโนกลับปายหน่อยยย”
ยูกิบอกร้านและขอให้อี้เหรินมาหิ้วเพื่อนสองคนกลับ ซากุระนั่งมองคนเมาสามคนแล้วส่ายหัว รู้แบบนี้ให้ไปกินที่ห้องดีกว่า เมาก็นอนๆไป ยูกิเอนตัวซบลงที่ไหล่เล็ก ทำตัวอ้อนเป็นเด็ก เธอยกมือขึ้นลูบหัวเขาเบาๆ

ไม่นานอี้เหริน กับพี่สาวคนโต ตัวสูง มารับเยนาและมินโฮกลับบ้าน ทั้งสองก้มหัวขอบคุณซากุระที่ไม่ปล่อยเจ้าสองคนขี้เมาไว้ที่ร้านยังรอทั้งคู่มารับ
.
.
.
.
.
.
.
.
ฟุบ!..

ซากุระปล่อยยูกิทิ้งลงบนฟูกที่นอน กว่าจะแบก ลากขึ้นมาถึงห้องได้หนักเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน ตัวโตกว่าเธอตั้งเยอะ เธอจัดแจงเอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้กับเขา

“ไม่เอาแล้วนะคะ ถ้าจะไปแล้วเมาแบบนี้ ต่อไปไม่ให้ไปกินแล้ว”
พูดไปก็เช็ดตัวให้เขาไปด้วย ร่างโปร่งตอบเสียงงึมงำในลำคอ

“เจ็บ…”
ซากุระขมวดคิ้ว เห็นร่างโปร่งยกมือขึ้นจับรอยแผบเป็นที่หัวไหล่ ทำไมถึงเจ็บล่ะ ทั้งๆที่เป็นแผลเป็นไม่น่าจะมีความรู้สึกแล้วน

“ยู วีคหน้าไปเที่ยวญี่ปุ่นกันมั๊ย”
.
.
.
.
.
------------------------------------------

ยุจสามาเต็ม ยูกิขี้อ้อนน๊าาา ฝึกมาโดยอาจารย์มารุ 555

ฮื้ออออ  ใช่ค่ะ เราเอ็นดูยุจสา เยนอี้!!  ด้วยเช่นกันน
SHARE
Written in this book
Light Of Love

Comments