INTO STEP #อายูจิน2 [Yujin x Wonyoung] - 10
.
.
.
.
.
.
2เดือนกว่าๆ ตั้งแต่ที่วอนยองกลับมาเกาหลี เธอยังคงโทรหายูจินทุกวัน ก็เธอคิดถึงเขาจริงๆนี่นา ถึงแม้จะอยากโทรตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นจนถึงเวลานอน แต่ก็ทำไม่ได้ เธอบอกกับตัวเองว่าจะโทรหาเขาแค่วันละสองครั้ง จะไม่รบกวนเขามากกว่านี้

เวลาที่ซิดนีย์จะเร็วกว่าโซลสองชั่วโมง ทุกวันเธอจะโทรหาเขาทันทีที่ตื่นนอน เวลาที่นู้นก็จะเป็นเวลาที่เขาไปทำงาน และตอนที่เธอเลิกงานก็จะเป็นเวลาที่เขาน่าจะว่างพอที่จะคุยกับเธอ มีบ้างบางวันที่เธอทนคิดถึงเขาไม่ไหวจนต้องโทรหาตอนกลางวัน แต่จะพยายามไม่งอแง ก็แค่อยากได้ยินเสียงเอง

ตลอดสองเดือนวอนยองมาทำงานดูมีความสุขมากกว่าเดิมจนคนรอบข้างสังเกตได้ เธอร่าเริง ยิ้มง่าย เหมือนเด็กสาวที่มีความรัก จนคนในออฟฟิศต่างก็เมาท์กันว่าเธอคงกำลังมีแฟน แต่ก็ไม่มีใครเห็นคนที่ทำให้โลกของผู้บริหารสาวคนนี้สดใสสักที
.
.
.
.
.
.
JNG Office
19.54 PM

“รอด้วยค่ะ”
วอนยองเพิ่งออกจากห้องทำงานกึ่งวิ่งกึ่งเดินเมื่อเห็นประตูลิฟท์กำลังจะปิด วันนี้มีหลายอย่างที่เธอต้องเคลียร์ทำให้กลับช้ากว่าปกติ ถึงแม้อึนบีจะบอกแล้วว่างานบางอย่างไม่ได้รีบก็ตาม แต่เธอก็ไม่อยากให้งานค้างอยู่ที่เธอ หากเธอรีบอนุมัติคนที่ทำงานต่อก็จะได้มีเวลาทำมากขึ้น

ร่างบางยิ้มให้พนักงานในลิฟท์ 5-6คน รวมถึงแชวอนกับมินจูที่อยู่ในลิฟท์ด้วยเช่นกัน พร้อมแทรกตัวเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆนี่ ก่อนจะหันไปก้มหัวเล็กน้อยเป็นการขอบคุณคนที่กดลิฟท์รอเธอ

“กลับกันช้าจังเลยนะคะ งานติดอะไร ให้ชั้นช่วยมั๊ยคะ”
เธอถามพนักงานในลิฟท์ หากแต่สิ่งที่ได้กลับมามีเพียงรอยยิ้มตอบเท่านั้น

“คุณวอนยองก็กลับช้านะคะวันนี้”
แชวอนยิ้มน้อยๆทักทายเธอ ช่วงนี้เขาวุ่นอยู่กับโปรเจคใหม่ที่ทำแพลนเสนอประธานสาวนี้อยู่ เขาคาดหวังกับมันมาก ทุ่มเทสมอง ความคิด และกลยุทธ์การตลาดลงไป ปีนี้เขาจะพาแบรนด์ขึ้นเบอร์หนึ่งให้ได้

“ก็ติดงานพี่ๆกันหลายคนเลย แต่ของพี่แชว ชั้นดูแล้วนะคะ ชั้นชอบโปรเจคนี้มากเลย พี่แชวนัดอีกบริษัทเข้ามาประชุมเลยก็ได้นะคะ เช็คตารางชั้น แล้วนัดผ่านคุณซง”
ร่างบางยิ้มตาปิดให้กับหัวหน้าฝ่ายการตลาด ไม่สิ ตอนนี้วอนยองปรับให้เขาเป็นตำแหน่งมาร์เก็ตติ้งไดเร็กเตอร์แล้ว ไม่ใช่แค่ซีเนียร์ที่อยู่ภายใต้แผนกแบรนด์ดิ้ง แต่ขึ้นตรงกับเธอเลย

“ได้ค่ะ เดี๋ยวอันนี้พี่ให้มินจูนัดติดต่อกับทางบริษัทแบรนด์นู้น มินจูเก่งภาษาญี่ปุ่นน่าจะช่วยได้มาก”

“ได้เลยค่ะ หากเป็นพี่สองคนชั้นก็ไม่ห่วงแล้วค่ะ”
ลิฟท์ลงมาจนถึงชั้นล่างสุดของอาคารCEOสาว ส่งยิ้มก่อนจะบอกลาทุกคนในลิฟท์แล้วเดินออกไป เพื่อจะไปที่รถของตัวเอง

เมื่อเข้าไปในรถเรียบร้อย จัดการสตาร์ทรถและไม่ลืมที่จะใส่หูฟังบลูทูธของตัวเอง เตรียมโทรหาใครคนนึงที่เธอโทรหาอยู่ทุกวัน เมื่อกดโทรออกเรียบร้อยแล้วจึงค่อยออกรถมุ่งตรงกลับบ้านของเธอ

“ฮัลโหล”
เสียงเรียบเฉยของปลายสายไม่ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดเท่าเสียงรอบข้างของเขา ฟังดูก็รู้ว่าเขาไม่ได้อยู่บ้าน หรือ โรงแรม แต่มันคือ บาร์เดิมที่เขาชอบไป

“วันนี้ไปดื่มอีกแล้วหรอคะ”
น้ำเสียงอ่อนของร่างบางทำให้ร่างโปร่งตอบรับอือออในลำคอเท่านั้น

“แล้วนี่ชั้นโทรมากวนหรือเปล่า”

“ป่าว วันนี้โทรมาดึก เพิ่งเลิกงานหรอ”
ปลายสายถามกลับมาเสียงเรียบ คนฟังอมยิ้มนึกดีใจแสดงว่าเขาน่ะรอสายเธออยู่

“ค่ะ งานเยอะมากกกก เหนื่อยมากกกก นี่กำลังขับรถกลับ”

“งั้นก็รีบกลับไปนอน”
คนฟังทำปากยื่นเมื่อได้ยินคำตอบ เธอน่ะแค่อยากอ้อนเขา ไหงโดนไล่แบบนี้กันนะ น่าน้อยใจเสียจริงๆ หรือเป็นเพราะออกไปเที่ยวเลยอยากให้เธอรีบวาง

“อยากวางขนาดนั้นเลยหรือคะ เสียใจจัง คนเขาคิดถึงถึงโทรมาแท้ๆ”
ร่างบางชะลอรถจอดเพราะสัญญาณไฟจากเหลืองเปลี่ยนเป็นแดง เธอย่นจมูกใส่โทรศัพท์ที่โชว์รูปปลายสายที่เธอตั้งค่าเอาไว้

“ก็ป่าว เห็นบ่นเหนื่อยไง”

“คุณยูจินคะ ที่บอกว่าเหนื่อยมากกกกเนี้ย เพราะอยากอ้อนค่ะ”
หลังจากเธอพูดจบก็ได้ยินเสียงหัวเราะแก้เก้อเบาๆจากปลายสาย เรื่องบางเรื่องเขาก็ยังซื่อบื้อเหมือนเดิม

“แล้วต้องทำยังไง”
คำถามตรงๆซื่อๆของปลายสายทำให้คนอ้อนยิ้มกว้าง น่ารัก น่ารำคาญอีกแล้ว

“คิดถึงนยองบ้างมั๊ยคะ  ถ้าใช่ก็แค่เงียบ ถ้าไม่ใช่ก็สั่งพนักงานเช็คบิลค่ะ ตอนนี้รถชั้นติดไฟแดงเหลืออีก12วินาที ชั้นจะรอจนไฟเขียวนะคะ”

“11”
.
.
“10”
.
.
“9”
.
.
.
.
.
“5”
.
.
“4”
.
.
“3”
.
.
“2”
.
.
.
“1”
.
.
.
“Hey guy one more anejo tequila”

สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว ร่างบางยกมือทั้งสองข้างพัดที่หน้าแก้มตัวเองเบาๆเพราะรู้สึกร้อนที่หน้าหน่อยๆ อยากจะกรีดร้อง ถึงแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายก็คงเขิน หรือฟอร์มจัดก็ไม่รู้ถึงทำทีสั่งเครื่องดื่มเพิ่มแบบนั้น แต่ก็ดีกว่าเขาสั่งเช็คบิลล่ะน่า
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
8.25 AM.

ควอนอึนบีเดินเข้าออฟฟิศพร้อมแก้วกาแฟร้อนกับแซนวิช ส่วนแขนอีกข้างคล้องกระเป๋าหนังใบสวยที่เพิ่งได้เป็นของขวัญจากแฟนสาวที่ไปเดินแบบที่ปารีสมา แต่แล้วก็ต้องหยุดกึกเมื่อเห็น CEO สาวน้อยของเธอ ยืนทำหน้างอถือแก้วชาอยู่ตรงแคนทีน ปกติหากเธอต้องการชาหรือกาแฟเธอเพียงบอกเลขาหรือแม่บ้านก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาเอง

อึนบีเปลี่ยนทิศเลี้ยวไปยังแคนทีนทันที ก่อนจะหยุดตรงหน้าผู้บริหารสาวอ่อนวัยกว่า วอนยองเห็นเป็นอึนบีก็ถอนหายใจ อดีตแม่เลี้ยงเธอนี่เก่งเรื่องสังเกต และใส่ใจเธอเหมือนเดิม

“ไง เด็กน้อย หน้างอแต่เช้ามีอะไรหรือ”
คนที่ตัวเล็กกว่าถามพร้อมส่งยิ้มอบอุ่นให้ ร่างบางมองซ้ายมองขวาก่อนจะดึงมืออีกคนไปที่ห้องทำงานของเธอแทน เธอไม่อยากจะพูดในที่สาธารณะเดี๋ยวพนักงานจะเอาไปนินทาได้
.
.
.
.
.
.
“อ้ะ ไม่มีคนแล้ว เรื่องยูจินล่ะสิ”
อึนบีทิ้งตัวลงบนโซฟานุ่มที่มีไว้สำหรับรับแขกในห้องทำงานของประธานบริหาร

“เมื่อคืนเขาไปที่บาร์นั่นอีกแล้ว”
ยิ่งพูดหน้าที่ง้ำงอยิ่งกว่าเก่า อึนบีอยากจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เสียจริงๆ หากไม่ติดว่าอีกคนเป็นทุกข์อยู่

“แล้วจะทำหน้าอมทุกข์ทำไมล่ะ ยูก็อาจจะเครียดเลยไปดื่มก็เท่านั้นเอง”
อึนบีก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเธอต้องมาแก้ตัวให้ อาจจะเป็นเพราะไม่อยากจะให้ความสัมพันธ์ของอดีตลูกเลี้ยงกับแฟนเก่าของเธอมันแย่ลงก็ได้ แปลกเหมือนกัน นี่เธอกำลังช่วยแฟนเก่าให้มีแฟนใหม่?

“ถ้าแค่นั้น ชั้นคงไม่นอยแบบนี้หรอกค่ะ เมื่อเช้าเขาก็ยอมรับกับชั้นเองว่าหิ้วผู้หญิงกลับมา วันไนท์แสตนด์เหมือนแต่ก่อน อย่าคิดจะถามชื่อหรืออะไร เพราะเขาไม่คิดจะจำอยู่แล้ว”
สาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ผู้บริหารคนเก่งหน้างอยิ่งกว่ายอดขายตกหรือโดนก๊อปแบรนด์ของตัวเองเสียอีก

อึนบีทำได้เพียงบอกให้เธอใจเย็น แค่วันไนท์ฯ ไม่ได้ผูกพัน อาจจะเป็นเพราะเธอไม่ได้อยู่ใกล้เขา เมื่อสองเดือนก่อนที่วอนยองอยู่กับเขา เขาแทบจะไม่ได้ไปบาร์นั้นด้วยซ้ำ มันก็ทำให้เด็กสาวรู้สึกโอเคขึ้นมาหน่อย แต่ถ้าถามความคิดอึนบีจริงๆ ต่อให้ไม่ผูกพันมันก็ไม่โอเคอยู่ดีนั่นแหละ ลองกาอึนมีดูสิ เธอได้เอาเรื่องไอโย่งนั่นแน่ๆ

“เรื่อง collab brand ที่แชวอนทำเสนอพี่ว่าโอเคเลยนะ เห็นแชวอนเท็กซ์มาบอกเมื่อคืนว่าทางญี่ปุ่นสนใจร่วมกับเรา”
อึนบีเปลี่ยนหัวข้อบทสนทนาเข้าเรื่องงาน โปรเจคที่แชวอนเสนอ คือการทำเสื้อผ้าแบรนด์JNG คอลเล็คชั่นใหม่ที่ร่วมกันกับแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาดังจากฝั่งญี่ปุ่น เพราะกระแสคนรักสุขภาพกำลังมา เพิ่มเซ้นส์เรื่องแฟชั่นของแบรนด์เราที่อยู่อันดับต้นๆของเกาหลีร่วมกับสไตล์สปอร์ตน่าจะเป็นเทรนด์ใหม่ น่าสนใจ

“อื้ม ชั้นก็ชอบค่ะ”

“อืมม น่าจะศุกร์หน้าเขาจะบินมาคุยกับเรา”
อึนบีเปิดดูตารางงานในโทรศัพท์ มินจูทำเรื่องนัดประชุมให้เรียบร้อย นึกชื่นชมอยู่ไม่น้อย เห็นตั้งแต่ฝึกงานจนตอนนี้เก่งและละเอียดกับงานมาก วอนยองขอบคุณอึนบีที่รับฟังและขอบคุณที่ปลอบใจเธอ ช่วยเหลือและให้กำลังใจเธอ
.
.
.
.
.
.
วันนัดประชุมครั้งแรกสำหรับโปรเจคcollabทั้งสองแบรนด์ ประธานยูของแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาจากญี่ปุ่นรูปร่างสูงโปร่ง อายุมากกว่าวอนยองน่าจะเป็นรอบได้ แต่ใบหน้ายังมีเค้าโครงดูดี แต่งตัวเนี๊ยบ ดูสุภาพ

วอนยองเกร็งเล็กน้อยเพราะเธออายุน้อยกว่า และประสบการณ์ก็น้อยกว่าเช่นเดียวกัน ถึงแม้จะมีอึนบีอยู่ด้วย หากแต่ประธานยูก็ยังดูเจนเรื่องของธุรกิจมากกว่าอึนบีมากนัก การประชุมครั้งแรกหากมีการขัดแย้งกันนั่นหมายถึงการพับโปรเจคไปได้เลย

ประธานยูที่นั่งนิ่งกอดอกฟังพรีเซ้นแผนงานของแชวอนโดยมีมินจูคอยช่วยเรื่องภาษาญี่ปุ่นบ้าง เขาลอบมองวอนยองและอึนบีเป็นระยะ วอนยองรู้สึกอึดอัดหน่อยๆอยู่หลายครั้ง เธอจิบน้ำเผื่อจะผ่อนคลายลงบ้าง แชวอนเสนองานเสร็จทั้งห้องประชุมเกิดความเงียบขึ้น

วอนยองมองดูท่าทีของประธานยูยังคงกอดอกเงียบ เธอจึงกระแอมเล็กน้อยก่อนจะหันไปถามเขาด้วยภาษาอังกฤษ เขาตอบเธอด้วยภาษาอังกฤษเช่นเดียวกัน สำเนียงดีจนเธอนึกประทับใจ ประธานยูถามความคิดเห็นของวอนยองเป็นส่วนใหญ่ ไม่มีมีคำถามอะไรกับแผนงานที่แชวอนเสนอ

ประธานสาวที่อายุน้อยกว่ารู้ว่าเขากำลังลองภูมิเธออยู่ จะลงทุนก็ต้องการความมั่นใจเป็นธรรมดา ตอนนี้ความตั้งใจของทีมแชวอน คงขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ ความคิดของเธอแล้วล่ะ เธอตอบตามความคิดของเธอ ถึงแม้จะมีประสบการณ์ไม่มากแต่เธอคิดไว้เสมอว่าหากคิดจะทำอะไรต้องรอบคอบ เธอคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยความมั่นใจ แต่ก็ขอคำแนะนำจากประธานยูด้วยเพราะเธอเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์มาก เพียงแต่มองเห็นโอกาสจึงอยากลงมือทำ

ประธานฝั่งญี่ปุ่นปรบมือเผยรอยยิ้มอบอุ่น พูดชื่นชมวอนยองที่ถึงแม้จะอายุน้อยแต่ความคิด วิสัยทัศน์น่าสนใจ เขาตัดสินใจร่วมลงทุนทำโปรเจคนี้ด้วย กว่าจะร่างสัญญาและส่งให้ฝ่ายกฎหมายของแต่ละบริษัทเสร็จก็น่าจะอีกหนึ่งสัปดาห์ วอนยองบอกเดี๋ยวเธอจะให้คนส่งสัญญาไปให้อีกฝ่ายเซ็น ชายร่างสูงบอกกลับว่าสัปดาห์หน้าเดี๋ยวค่อยมาเซ็นที่นี่ก็ได้ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาส่งเอกสารตัวจริงไปมา

การประชุมเสร็จสิ้นด้วยดี วอนยองในฐานะเจ้าบ้านพาประธานยูและผู้ติดตามไปทานข้าวที่โรงแรมไม่ไกลจากบริษัทมากนัก ทั้งวอนยอง อึนบี และประธานยูได้มีโอกาสคุยกันมากขึ้น ชายสูงโปร่งยิ้มพร้อมบอกว่าเขาชื่นชมวอนยองจริงๆ ไม่แปลกใจที่สามารถดูแลแบรนด์ใหญ่อย่าง JNG ได้ทั้งที่อายุยังน้อย แถมยังสวยน่ารักอีกด้วย ทำให้เขานึกถึงน้องของตัวเองขึ้นมา

“ขอโทษที่เสียมารยาทนะ วอนยองหนูน่ะ มีคนรักหรือยัง”
ประธานยูเอ่ยถามในมือถือแก้วสปาร์คกิ้งไวน์ทรงสูง วอนยองไม่ได้ตอบอะไรเพียงยิ้มน้อยๆ

“ชั้นน่ะ มีน้องอายุน่าจะโตกว่าหนู ไว้ครั้งหน้าจะพามารู้จักนะ”
คำพูดใจดี ทว่ามันกำลังทำให้วอนยองรู้สักอึดอัดขึ้นมา แต่ต้องรักษาท่าทีเอาไว้เพราะยังไม่ได้เซ็นสัญญาทุกอย่างก็พังได้ทุกเมื่อ อึนบีเอื้อมมือไปจับมือของเด็กสาวข้างๆอยู่ใต้โต๊ะ บีบเบาๆให้กำลังใจเธอ
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
“วันนี้ประชุมจบด้วยดี เดี๋ยววีคหน้าก็เซ็นสัญญาแล้ว”
วอนยองโทรหายูจินหลังร่ำลากับประธานยูเรียบร้อย วันนี้เธอโทรหาเขาระหว่างวันเพราะดีใจกับการประชุมครั้งนี้ที่ผ่านไปได้ด้วยดี

ก็ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเธอเครียดมาก กับการเตรียมประชุมครั้งนี้ถึงแม้จะไม่ได้พรีเซ้นท์เอง แต่ก็ต้องทำให้อีกฝ่ายมั่นใจ ไว้วางใจ ยอมร่วมงานกับบริษัทเธอ

ร่างโปร่งแสดงความยินดีด้วย เขารับรู้ได้ว่าเด็กสาวนี่เครียดมาทั้งสัปดาห์เช่นกันก็ได้แต่บอกให้เธอใจเย็นตั้งสติ คิดให้ละเอียดรอบคอบ หากจะตกปากรับคำอะไรก็ต้องมั่นใจว่าจะทำได้จริงๆ วอนยองไม่ได้บอกเรื่องอึดอัดใจอีกเรื่องที่ประธานยูดูเหมือนจะสนใจเธอ และมีท่าทีอยากจับคู่เธอให้น้องของเขา

“คิดถึงจังเลยค่ะ วีคเอ็นนี้ชั้นไปหาคุณได้มั๊ย”

“สองวันเอง เดินทางก็เหนื่อยแล้ว”
ร่างโปร่งตอบเสียงเรียบเหมือนเดิม คิ้วเล็กเรียวกดต่ำ ปากบางถูกเม้มก่อนจะเปลี่ยนเป็นยื่นออกมานึกน้อยใจปลายใจเสียจริง

“ไม่ไปก็ได้ค่ะ”

“อื้อ วางก่อนนะ เหมือนแขกโรงแรมจะมีปัญหา”
นอกจากจะไม่รู้ว่าเธอน้อยใจแล้วยังรีบตัดบทวางสายไปอีก ร่างบางโยนโทรศัพท์เข้าไปในกระเป๋าถือของเธออย่างเซงๆ ถ้าไม่ติดว่ารักมาก นี่เลิกง้อเลิกตามแล้วนะ หึ
.
.
.
.
.
.
.
---------------------------------------------

เค้าเริ่มหมั่นไส้อายูแล้วค่ะ 555555555
มีตัวละครเพิ่มแล้วจ้า

ยูจินน่ะทั้ง ซื่อบื้อ มึน ฟอร์มจัด ขี้เก็ก ซึน บางทีก็มีโหมดดุ ตอนดุนยอง
ทุกคนชอบอายูจินแบบไหนกันคะ??
SHARE
Written in this book
INTO STEP [Yujin x Wonyoung]

Comments

Bloodhound_LGBT
1 year ago
ยูจินมีคุ่เเข่งเเล้ว...! ดูซิ๊จะออกอาการหึงหวงไหมม~ เป็นกำลังใจให้ไรท์น้าาา
Reply