เราต่างเป็นผู้ร้ายในสังคม
ในวันที่วุ่นวาย 
เรื่องการสื่อสารในองค์กรหนึ่งที่มักจะสื่อสารโดยการแชทเป็นหลัก  
ในช่องทางต่่างๆ ซึ่งเป็นช่องทางที่ง่าย ประหยัด รวดเร็ว 

เมื่อเกิดปัญหากัน ฉันพูดแบบนี้ก็ไม่ถูก เมื่อมันเกิดข้อถกเถียงกัน  
ฉันคิดว่าแบบนี้ ถูกต้อง ทั้งสองฝ่าย และต่างฝ่ายก็ยืนยันในคำตอบของตนเองเสียงแข็ง 
เรื่องราวที่เกิดขึ้น โต้ตอบไปมา ในช่องแชทโลโก้สีเขียว 
ฉันคนหนึ่ง ที่ยังยืนยันในความคิดของตนเอง ว่าสิ่งที่ตนเองคิด เป็นสิ่งที่ถูกต้อง 
สำหรับฉัน การหาข้อมูล เพื่อยืนยันคำตอบ เป็นสิ่งที่ต้องทำ และฉันก็ทำมัน 
สุดท้ายฉันก็ได้คำตอบ ใช่ สิ่งที่ฉันคิด เป็นสิ่งที่ถูกต้อง 

ถึงแม้ คำตอบของฉันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง 
อีกฝ่ายกลับต้องยอมจำนนด้วยคำตอบของฉัน 

แต่การสื่อสาร ที่ฉันโต้ตอบกลับไป 
ถ้าในมุมมองของตนเอง มันก็ดูเป็นประโยคธรรมดา 
ที่อ่านแล้วก็ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกใดๆ 

แต่ในมุมมองของคนอื่น ที่มองแค่ตัวหนังสือ 
ไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึก ท่าที น้้ำเสียง ด้วยนั้น 
เป็นไปได้ที่ทำให้รู้สึก และทำให้รู้สึกโกรธ เสียใจ หรืออะไรก็แล้วแต่ 

การออกจากลุ่ม เป็นเรื่องง่ายที่สามารถทำได้ 
เป็นการบอกว่าฉันไม่พอใจ ฉันเสียใจ ฉันโกรธ 
มากกว่าการมาเคลียร์ พูดอย่างเปิดใจว่า ที่เธอทำฉันไม่พอใจ 
และนั้นหละ สังคมปัจจุบัน และการสื่อสารในปัจจุบัน ฉันไม่ได้บอกว่ามันเลวร้าย 
แต่โลกกำลังสอนเราอะไรบางอย่าง 

สำหรับฉันจะยังไงก็แล้วแต่ สองคน ที่ทำให้เกิดความผิดพลาดเกิดขึ้น 
สิ่งที่ฉันสามารถทำได้ง่ายที่สุด คือ การขอโทษ ในฐานะที่ฉันเป็นรุ่นน้อง 
และสิ่งที่ขับข้องใจทุกๆอย่าง เพื่อไม่ให้สิ่งเล็กๆ มันเติบโตเป็นเรื่องใหญ่ 

สุดท้าย ก็เข้ากลับมากลุ่มใหม่ 
ฉันไม่แน่ใจว่า มันจะมีเศษเสี้ยวของความโกรธเคืิองอยู่หรือเปล่า 
ฉันไม่แน่ใจ แต่ก็เป็นสัญญาณว่า มันไม่ได้เลวร้ายไปกว่านี้แล้วแหละ 

ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ถ้าผิด หรือ ถ้าถูก 
ฉันว่า ไม่มีใครถูกหรือผิด อย่างแท้จริง กับหนึ่งเหตุการณ์
ที่มีส่วนผสมของของทั้งสองฝ่าย หรือหลายฝ่ายก็แล้วแต่ 
ดูจะเป็นเรื่องงี้เง่า ด้วยซ้ำ ที่มาหาว่า ใครเป็นคนถูก ใครเป็นคนผิด 
ฉันว่า มนุษย์ รับรู้ได้ 

แต่ที่เจ๋งมากกว่า คือ การสำนึก ให้ทันควัน 
ไม่รอระเรื่อย จนบางเรื่องมันเติบโต กลายเป็นความขัดแย้ง

ขอโทษเถอะ แต่เงื่อนไข ของการขอโทษคือ ต้องขอโทษอย่างจริงใจ ไม่ใช่เพื่อผ่าน 
SHARE

Comments