You’re the dream I never wanna wake up from: Part 2 (SayaMilky)
ในระหว่างที่ ยามาโมโตะ ซายากะ กำลังตั้งใจจดเลคเชอร์เกี่ยวกับเรื่องระเบียบวิธีวิจัยที่ไม่เคยเข้าใจเลยสักนิด ว่าอาจารย์ที่ยืนอยู่หน้าชั้นกำลังพูดถึงอะไรอยู่กันแน่ แต่เขาก็ตั้งใจว่าจะจดมันให้ได้มากที่สุด อย่างน้อยๆก็จะได้มีอะไรหลงเหลืออยู่ในหัวบ้างเมื่อคลาสจบลง ก็ต้องพบความรำคาญจากการถูกสะกิดโดยเพื่อนตัวป่วนที่นั่งอยู่ข้างๆกัน

โอตะ ยูริ ดูจะไม่ได้สนใจนักว่าสไลด์ที่ถูกฉายออกมาทางโปรเจกเตอร์นั้นไปถึงหน้าที่เท่าไหร่แล้วและกำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ ยังคงออกแรงที่ปลายนิ้วชี้สะกิดเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆอย่างไม่ยอมจบสิ้น

ทำให้ในที่สุดซายากะก็ต้องหันมาบ่นเพราะทนรำคาญต่อไปไม่ไหว

"อะไร อะไรของมึงยูริ?!" เขาบ่นเบาๆเพราะกลัวอาจารย์จะได้ยิน แต่ถึงอย่างนั้นคิ้วที่ขมวดจนแทบผูกปมก็บอกได้ว่ารำคาญแบบสุดๆ

"โดดมั้ย?" ยูริถามพร้อมยิ้มแฉ่ง

"โดดอะไรล่ะ นี่เพิ่งเปิดเทอมวีคที่สอง เดี๋ยวก็ได้โดนอ.ริโนะเฉดหัวออกจากคลาสจริงๆหรอก!"

"โธ่ แต่วันนี้วันพิเศษนะซายาเน่"

"พิเศษอะไร?" ซายากะหันกลับไปมองกระดานเหมือนเดิมแล้วก็ต้องถอนหายใจ เมื่อสไลด์ที่ฉายอยู่เปลี่ยนหน้าไปกี่รอบแล้วก็ไม่อาจรู้ได้ และนั่นทำให้เขาตามบทเรียนไม่ทันอีกต่อไป

เขาจึงตัดสินใจเลิกจดบันทึก วางปากกาลง แล้วหันมาคุยกับยูริแทน

"ว่าไง วันสำคัญอะไร?" เขาถาม

"วันนี้วันเกิดมึงไง ลืมเหรอ วันเกิดตัวเองแท้ๆ" ยูริตอบด้วยสีหน้าตื่นเต้น

"ก็พอจำได้ แต่มันก็ไม่ได้พิเศษไง มีทุกปีป่ะ?"

"ปีนี้พิเศษสิ" ยูริส่งยิ้มแบบเจ้าเล่ห์ให้เขา "ครบยี่สิบ ก็กินเหล้าได้แล้วไง!"

"แล้วไงวะ ไม่ได้อยากกินซะหน่อย" เขาทำหน้าเบื่อหน่ายเต็มที คนอื่นอาจจะรอให้ถึงเวลาเพื่อจะได้ลิ้มรสมัน แต่เขาไม่เคยรู้สึกว่ามันน่ากินสักหน่อย

"เออน่า ต้องลองหน่อย เผื่อจะได้เปลี่ยนความคิด" ยูริยังคงขำคิกคักไม่หยุด "ปะๆ โดดกัน"

"ไม่โว๊ย นี่เพิ่งบ่ายสาม จะรีบโดดไปหาพระแสงอะไรวะ!" เขาบ่นเพื่อนตัวเองอีกหน "ถ้าจะไปก็รอเลิกเรียน จะได้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนด้วย ไปชุดนักศึกษาน่าเกลียดตายห่า"

ยูริยิ้มแล้วตบบ่าเพื่อนเบาๆ ถึงจะบ่นโน่นบ่นนี่ แต่สุดท้ายก็อยากจะลองแอลกอฮอล์เหมือนกันแหละวะ

.

.

.

ร้านอาหารที่ซายากะและยูริเลือกมาฉลองนั้นไม่ได้ห่างจากหอพักของทั้งคู่เท่าไหร่ เนื่องจากยูริเสนอว่า เอาใกล้ๆไว้ก่อนดีกว่า เผื่อมีปัญหาอะไร จะได้ไม่ต้องหิ้วปีกกันให้ลำบาก

ทั้งคู่มาถึงร้านราวๆทุ่มครึ่ง ในร้านอาหารแห่งนี้เต็มไปด้วยคนวัยเดียวกันกับทั้งคู่มากมาย

ก็นั่นแหละนะ ใกล้มหาวิทยาลัยขนาดนี้ ลูกค้ากลุ่มใหญ่ก็คงเป็นนักศึกษานั่นแหละ

ยูริจัดแจงให้ซายากะสั่งอาหารที่อยากกินมาเรียบร้อย แล้วตัวเองก็หยิบเมนูแอลกอฮอล์มาสั่งอย่างคล่องแคล่ว

แน่หละ นี่ไม่ใช่การดื่มครั้งแรกของอีกคน เพราะยูรินั้นเกิดก่อนซายากะราวๆห้าเดือนได้

ยูริสั่งเบียร์ที่แอลกอฮอล์น้อยและรสไม่ขมมากจนเกินไปมาให้เพื่อนหนึ่งขวด ก่อนจะบอกว่าถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องฝืน เดี๋ยวจัดการต่อให้เอง

ซายากะเลือกที่จะจัดการข้าวเย็นของตัวเองก่อนลองเครื่องดื่มที่เพื่อนสั่งให้

หลังจากดื่มเข้าไปอึกแรกก็รู้สึกได้ถึงกลิ่นแอลกอฮอล์ที่ตีเข้ามาในจมูก แต่ถึงอย่างนั้นรสชาติก็ไม่ได้แย่เท่าที่คิด เขาจึงกินต่อได้แบบชิลๆ

แต่ก็ยังไม่วายสงสัย

"ทำไมคนชอบกินกันวะ ไม่เห็นอร่อยเลย"

"ไม่รู้สิ อาจจะเพราะว่า พอมึนๆแล้วรู้สึกดีมั้งมึง" ยูริตอบกลับพร้อมทั้งยกแก้วในมือขึ้นดื่มแล้วทำหน้าฟินซะเต็มประดา

ซายากะขำ ถึงจะไม่ได้ชอบเครื่องดื่มชนิดนี้มากนัก แต่ก็ไม่ได้เกลียด หากเพื่อนตัวเองจะดื่มแล้วมีความสุขขนาดนี้ล่ะก็ นานๆทีจะมาดื่มเป็นเพื่อนก็แล้วกัน

ทั้งสองคนยังคงดื่มต่อไปอีกสักพัก จนกระทั่งซายากะเริ่มรู้สึกมึนนิดหน่อย

"กลับมั้ย เหมือนจะมึนๆว่ะ" เขาบ่นพร้อมทั้งเอามือวางลงไปที่แก้มของตัวเอง รู้สึกได้ถึงความอุ่นที่เกิดจากการสูบฉีดของเลือดใต้ผิวหนัง

"โอเค มึงไหวป่ะ ลองลุกยืนดิ๊"

หลังยูริพูดจบ ซายากะก็ลองลุกขึ้นยืนและออกเดินสองสามก้าวเพื่อเทสระบบร่างกายตัวเอง และพบว่ายังเดินได้ปกติ เพียงแค่อยากนอนเท่านั้น

"อืม โอเคว่ะ แค่ง่วงหน่อยๆ"

"เค งั้นจ่ายตังละแยกย้ายเลยละกัน"

"อืม"

.

.

.

ซายากะเดินกลับมาถึงห้องพักของตัวเองอย่างไม่ได้ยากลำบากอะไรนัก ถ้าไม่นับไอ้อาการง่วงจนแทบจะหลับได้ทุกเมื่อที่เป็นอยู่ตอนนี้ล่ะนะ

ก่อนแยกกันยูริบอกว่า มีบางคนที่พอเมาแล้วจะหลับ ซายากะคิดว่าตัวเองคงจัดอยู่ในประเภทนั้นแน่ๆ

เขาพยุงตัวเองเข้าไปอาบน้ำก่อนที่ตาจะปิดลงไปจริงๆ เขาไม่อยากนอนไปทั้งๆที่ยังรู้สึกเหนียวตัวไปหมดอยู่แบบนี้ เพราะแค่เรื่องนอนก็น่าเบื่อพออยู่แล้ว ถ้าต้องตื่นแล้วรู้สึกไม่ดีในตอนเช้าคงแย่ยิ่งกว่าเดิม

หลังอาบน้ำเสร็จก็ทิ้งตัวลงบนเตียงเตรียมจะหลับตา

ซายากะยกแขนขึ้นมาก่ายหน้าผากก่อนถอนหายใจ

"ต้องหลับอีกแล้วเหรอ น่าเบื่อชะมัด..."

เขาพึมพัมเบาๆก่อนจะผล็อยหลับหลังจากบ่นได้ไม่นาน

.

.

.

ซายากะลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องสีขาวที่ตัวเขาเองกำลังนอนแผ่อยู่บนพื้นเหมือนทุกที

เขาถอนหายใจ

ที่ว่าน่าเบื่อก็คือเรื่องนี้นั่นแหละ

ทุกๆคืนเมื่อหลับตาลง รู้ตัวอีกทีเขาจะลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องสี่เหลี่ยมสีขาว ผนังทุกด้านเป็นสีขาว ไม่มีประตู แต่กลับมีหน้าต่างบานเล็กๆอยู่บนด้านหนึ่งของผนัง

เขาหันไปมองทางด้านขวามือของตัวเอง

นั่นไง หน้าต่างบานนั้น หน้าต่างที่เชื่อมต่อกับอีกห้องหนึ่งที่อยู่ข้างๆ

ห้องนั้นที่เขาเห็นผ่านหน้าต่างนั้นตรงกันข้ามกับห้องที่เขาอยู่อย่างสิ้นเชิง

มันเป็นห้องสี่เหลี่ยมสีดำสนิท ผนังทุกด้านเป็นสีดำ

แต่ในห้องนั้น มีโต๊ะและเก้าอี้สีขาวสะอาดตั้งอยู่หนึ่งชุด ตั้งหันหลังให้กับหน้าต่างบานที่เขามองออกไปได้

เขาเคยคิดเหมือนกัน ว่าทำไมเขาถึงไม่ตื่นในห้องสีดำห้องนั้นบ้างนะ อย่างน้อยก็มีโต๊ะกับเก้าอี้ให้ใช้ แต่ทุกครั้งเขาก็ลืมตาขึ้นมาในห้องสีขาวนี่เสมอ

ห้องสีขาวโล่งๆที่ไม่มีอะไรอยู่เลย มีแค่เพียงหน้าต่างบานที่เชื่อมกับห้องข้างๆเท่านั้น

จนทำให้เขาเกิดความรู้สึกเบื่อที่ว่านี่แหละ

ซายากะยังคงนอนแผ่อยู่บนพื้นขณะคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก็ในเมื่อไม่มีอะไรให้ทำ การนอนไปเรื่อยๆแบบนี้จนกว่าจะรู้สึกตัวแล้วตื่นขึ้นมาเองอาจจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่เขาจะทำได้

เขาไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลย ไม่แม้แต่ ยูริ เพื่อนสนิทที่รู้แทบทุกเรื่องของตัวเอง

ก็เพราะความฝันแบบนี้มันประหลาดเกินไปน่ะสิ

คนอะไรจะฝันเหมือนกันทุกคืน เห็นภาพเดิมๆแบบนี้ทุกคืน ไม่มีใครเป็นแบบนั้นหรอกยกเว้นตัวเขาน่ะ

จะไปเล่าให้ใครฟังเขาก็คงว่าบ้า คิดไปเอง อะไรแบบนั้นแน่นอน

ซายากะยกตัวขึ้นนั่งชันเข่าข้างหนึ่งก่อนจะหันไปมองหน้าต่างบานนั้นอีกครั้ง และเขาเห็นความเคลื่อนไหวบางอย่าง

เขากระพริบตาปริบๆ ยกมือขึ้นขยี้ตา ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง เขาอาจจะแค่หลอนไปเองเพราะเบื่อมากก็ได้

ก็ตั้งแต่จำความได้ ในห้องข้างๆนั่นไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตอยู่เลยนี่นา

หรือว่าจะเป็นผี?!

ซายากะค่อยๆคลานเข้าไปช้าๆจนถึงผนังด้านที่มีหน้าต่างติดอยู่ ก่อนจะค่อยๆยืดตัวเพื่อมองผ่านหน้าต่างบานนั้นเข้าไป

เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวนั้น หันหลังให้ทางหน้าต่างที่เขามองอยู่

"เหี้ย ผีป่ะเนี่ย!" เขาเผลออุทานออกมาด้วยความตกใจแล้วก็ต้องยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแล้วทรุดลงนั่งกับพื้นตามเดิมทันทีเพราะกลัวคนหรือผีก็ตามที่อยู่ในห้องข้างๆนั้นได้ยิน

ระยะเวลาผ่านไปสักครู่จนคิดว่าน่าจะปลอดภัย เขาจึงยืดตัวขึ้นมองอีกครั้ง และเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังทำอะไรสักอย่างอยู่บนโต๊ะ แต่เขาก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเธอทำอะไรอยู่เพราะเธอนั่งหันหลังให้เขาตลอดเวลา

ซายากะเฝ้ามองจนแน่ใจว่าเธอคนนั้นไม่ใช่ผีแน่ๆ เพราะไม่ว่าจะมองเท่าไหร่เธอก็ไม่ได้หายไป เพียงแต่ขยับตัวทำนู่นนี่ไปเรื่อยแบบที่มนุษย์ปกติเค้าทำกัน

แต่อย่างหนึ่งที่เขายังคงอยากรู้ก็คือใบหน้าของเธอเป็นยังไงกันแน่ เพราะตลอดเวลาที่เขาเฝ้ามองอยู่ เธอไม่ได้หันกลับมามองทางเขาเลยสักครั้ง

ซายากะพยายามทุบหน้าต่าง ตะโกนเรียก ทำเสียงประหลาดๆ รวมถึงเต้นแร้งเต้นกาไปรอบๆห้อง แต่ไม่มีทางไหนได้ผล เธอยังคงวุ่นวายกับอะไรสักอย่างทั้งๆที่หันหลังให้เขาอยู่แบบนั้น

ในที่สุดเขาจึงถอดใจ และตัดสินใจจะเฝ้ามองแผ่นหลังของเธอไปเรื่อยๆแบบนี้แทน

เขามองเธอแล้วยิ้ม

ก็นั่นแหละนะ อย่างน้อยที่สุด ห้องสีขาวนี้ก็ไม่ได้น่าเบื่อเหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว

.

.

.

TBC
SHARE
Written in this book
เรือผีสี่แปด
จะใครก็ได้ ถ้าใจจะชิป
Writer
Purrjurr
Freelancer
Nothing much about me. Just a normal human being that love to write, read and draw. Want to talk more on nonsense thing? Sure, go to twitter : purrjurr

Comments