ผัก -> ผลัก
          ผมว่าเราทุกคนคงจำช่วงเวลาที่เรายังเป็นเด็กได้ แม้บางอย่าง บางเหตุการณ์ อาจเลือนรางและจำไม่ค่อยได้แล้วก็ตาม มีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้น มีทั้งเรื่องที่อยากจะจดจำ และไม่อยาก... ที่ผลักดันเรา หรือทำให้เราฝังใจ และพัฒนาให้เราเป็นอย่างที่เป็นในทุกวันนี้ ผมเคยจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ เคยสัญญากับตัวเองเอาไว้ ว่าจะไม่แตะต้องพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด ถึงขนาดโม้ว่า ตัวเองเป็นพวกแพ้แอลกอฮอล์ เรื่องเหล้าเบียร์ ถือเป็นศัตรูของผมเลย ซึ่งมันฟังแล้วดูดีมากสำหรับสาวน้อย ที่ต้องการชายที่จะปลอดมลทินจากเรื่องอะไรแบบนี้ ไปตลอดชีวิต แต่พอโตขึ้น คุณก็คงพอจะเดาได้ว่า ชีวิตผมมันจะออกมาในทางไหนมากกว่า (ฮ่า)...

          หลายครั้งที่เรามานั่งนึกทบทวนเรื่องราวของตัวเอง ว่าเราเริ่มที่จะเป็นแบบนี้ เป็นคนอย่างนี้... ตั้งแต่เมื่อไร ก็คงมีเรื่องหนึ่งที่ผมจำภาพได้อย่างชัดเจนมาก ๆ และเป็นจุดเปลี่ยนความคิดของชีวิต นั้นคือ “การกินผักครั้งแรก”
          ผมก็เหมือนกับเด็ก ๆ ทั่วไป (ส่วนใหญ่อะนะ) ที่ “ไม่ชอบกินผัก” เท่าที่พอนึกเหตุผลของการไม่กินผักก็คงเป็นเพราะ มันขม ไม่อร่อย ไม่มีรสชาติ ผมเป็นเด็กที่โตมาโดยที่พ่อและแม่ไม่ได้มีเวลามากพอจะใส่ใจว่าลูกกินอะไร ทุกครั้งที่หิวก็แค่หยิบเงินจากเก๊ะออกไป 20 บาท แล้วมุ่งไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวหรือร้านอาหารตามสั่ง เมนูโปรดของผมในตอนนั้น ก็คือ “ข้าวไข่เจียวหมูสับ หรือ อะไรก็ได้ที่ไม่ใส่ผัก” และผมก็โตมาแบบนั้นจนเริ่มเข้าช่วงวัยรุ่นตอนต้น

          ช่วงนั้นผมอายุ 13 ปี หรือช่วงประมาณ ม.1 ช่วงที่กำลังก้าวจากโลกของช่อง 9 การ์ตูนตอนเช้า ไปสู่โลกของเกมส์ออนไลน์ ช่วงนั้นผมติดเกมส์มาก ๆ จนแม่ เข้มงวดเรื่องค่าใช้จ่ายต่อหัวของคนในบ้านมากยิ่งขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าผมเองก็ได้รับผลกระทบด้วย ถ้าช่วงที่ไปโรงเรียน ผมจะได้เงินวันละ 50 บาท ถ้าเป็นปิดเทอม ก็คือ 75 บาท ทั้งวันผมคลุกตัวอยู่ที่ร้านเกมส์ พอเงินหมดก็กลับบ้าน แต่ด้วยความที่เงินจำนวน 75 บาทนั้น รวมทั้งค่าข้าว ตอนกลางวัน และ ตอนเย็น หลายครั้งที่ผมเอาเงินไปเล่นเกมส์จนหมด หรือเหลือเงินไม่พอที่จะกินข้าว

          ทุกคืนผมมักจะรีบนอนหลับ เพื่อให้ถึงตอนเช้า เพราะข้าวเช้านั้นฟรี และผมจะกินมันให้มากที่สุด ทบต้นจากความหิวโหยของเมื่อวาน แต่นั้นมันก็ไม่เพียงพอกับจำนวนกิโลแคลอรี่สำหรับเด็กคนหนึ่งที่กำลังจะโต ผมตัดสินใจว่า วันนี้เราต้องเหลือเงินให้พอสำหรับข้าวเย็นของเรา หลังจากต่อสู้กับความอยากเล่นเกมส์ของผมนั้น สุดท้ายผมเหลือเงินเพียง 15 บาท

          ก๋วยเตี๋ยวสมัยนั้น ถ้วยละ 20 บาท (ธรรมดา) และถึงแม้ว่ามันจะเป็นร้านข้างบ้าน เราก็ต้องระวังว่า ป้าจะเอาเรื่องที่เราเหลือเงินไม่พอกินข้าวไปฟ้องแม่เรา จะซื้อมาม่าไปต้มในบ้านก็กลัวแม่จะถามอีกว่าทำไมกินมาม่า ซึ่งนั้นอันตรายกว่าการที่ไม่ได้กินข้าวอีก ด้วยข้อจำกัดที่บีบคั้นทำให้ผมนึกไอเดียออกว่า “วันนี้จะกินแค่เส้นกับน้ำซุป ไม่อยากกินเนื้อสด” ถึงแม้ป้าจะทำหน้างง ๆ แต่เขาก็ทำให้ ผมสังเกตว่าทุกครั้งที่ผมกินก๋วยเตี๋ยวจนหมด มันจะเหลือผักกับน้ำซุปที่ผมไม่กิน แต่ถ้ามื้อนี้เราอยากกินให้อิ่ม เราก็ต้องยอมขายวิญญาณให้กับปีศาจ นั้นทำให้ผมขอเพิ่ม คือ “ผักลวกกับน้ำซุป” ป้าก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่ ผมจัดแจงปรุงรสชาติแบบที่ผมชอบกิน และ กล่อมตัวเองซักพัก ก่อนที่จะยัดเส้นก๋วยเตี๋ยว ผักลวก และ น้ำซุปเข้าปากไปพร้อมกัน 
“ไม่มีรสชาติอะไรเลย...”
          ใช่ครับ คุณอาจจะคิดว่า มันต้องไม่อร่อยแน่ ๆ... เอ็งลืมใส่พริกรึป่าว?... หรือ ผมอาจจะโดนน้ำซุปลวกลิ้น แต่ ไม่ใช่เลยครับ... 

มันหิว แต่มันไม่อร่อย มันไม่ได้แย่ แต่ไม่มีรสชาติ 

         เหมือนคนพยายามฝืนทำอะไรซักอย่าง ที่รู้ว่ามันดีกับตัวเรา แต่เราไม่อยากทำ ฝืนลองในสิ่งที่ไม่ได้ชอบ เพื่อรู้ว่าอย่างน้อยเราก็ยังพออยู่ด้วยกันได้ ผมกินก๋วยเตี๋ยวถ้วยนั้นจนหมด และมันก็ทำให้ผมอิ่มแบบที่ตัวเองไม่เคยอิ่มมาก่อน และกลับบ้านโดยที่ไม่ต้องนอนทรมานว่าเมื่อไรจะถึงเช้าเพื่อที่จะรอกินข้าวในวันพรุ่งนี้ แต่มันทำให้ผมคิดได้หลายเรื่องในคืนนั้น 

         วันต่อมาผมก็ใช้ชีวิตไม่ต่างจากเดิม แต่เหลือเงินไปกินข้าวเยอะขึ้น เริ่มกินผักบ้าง ซึ่งพอลองกินแล้ว มันก็ไม่ได้แย่อะไร ได้ลองเมนูใหม่ ๆ ซึ่งได้เจอของอร่อยมากขึ้น เริ่มลองทำอะไรใหม่ ๆ จากการนั่งเล่นเกมส์ ไปเล่นกีฬา ไปหัดเต้น ทำโน้นทำนี้ ก็อย่างว่า บางอย่างก็ชอบ บางอย่างก็ไม่ใช่ แต่ก็รู้สึกดีที่ได้ลอง ชีวิตในอนาคตต่อมาก็ไม่ค่อยต่างกันครับ บางครั้งก็ถูกบังคับให้ทำงานที่เราไม่อยากทำ ได้เจอเรื่องที่ทำให้เราต้องปวดหัว แต่ก็พยายามอยู่กับมัน ค่อย ๆ พามันไปจนผ่านพ้น ทุกวันนี้กินผักอร่อยขึ้นครับ ยิ่งเป็นหมูย่างเกาหลีแบบที่ต้องเอาผักสด กิมจิ กับ หมูย่าง กินพร้อมกัน ยิ่งขาดไม่ได้เลย หรืออีกหลาย ๆ เมนูที่ต้องมีผักเป็นเครื่องเคียง

          ถ้าวันนั้นไม่ได้ลิ้มรสชาติของผัก ก็ไม่รู้ว่าทุกวันนี้จะทนกับความขมของชีวิตได้ไหม ความขมเป็นรสชาติหนึ่งครับ ถ้ากินทุกวันก็อาจจะชิน แต่ก็ต้องเปลี่ยนรสชาติบ้าง 


ใช้ชีวิตให้อร่อยครับ...


 
SHARE
Writer
iamrams
Rabbit on the MOON
การเขียน คือ การสำรวจความรู้สึก และ จารึกมัน

Comments