สารพัดวิธีในการซื้อหาหนังสือมาอ่าน
เดือนเมษายนของทุกปี เป็นเดือนที่จ่ายเงินซื้อหนังสือมากกว่าความตั้งใจตลอด ขนาดว่าปีนี้ตั้งใจไม่ไปสัปดาห์หนังสือฯ เพราะเดือนกุมภากับมีนาเราซื้อหนังสือจัดหนักติดกันไป 2 เดือนแล้ว ตั้งใจว่าเดือนนี้ไม่ซื้อเพิ่มแน่ๆ แต่ก็ดันได้โค้ดส่วนลดมาจากร้านที่ปกติเขาไม่จัดโปรโมชันแบบนี้... สุดท้าย เลยได้จัดมาอีก 4 เล่มค่ะ (งื้อออ...)

คนชอบถามเราบ่อยๆ ว่าเราไปหาหนังสือมาจากไหน อาจเพราะอ่านหนังสือแปลก ไม่ก็อ่านหนังสือที่คนทั่วไปไม่ค่อยนิยมอ่านกัน เราเลยต้องมีวิธีสรรหาหนังสือหลายแบบไว้เป็นทางเลือกน่ะค่ะ พูดง่ายๆ คือ ก็ทำทุกวิถีทางจนกว่าตัวเองจะได้อ่านหนังสือเล่มนั้นนั่นล่ะค่ะ

มานึกดูแล้ว เราก็ไม่เคยรวบรวมวิธีการซื้อหนังสือของตัวเองไว้ที่ไหนเลย มีแต่บอกเพื่อนปากเปล่าทั้งนั้น ดังนั้น เขียนรวบรวมไว้ก็ดีเหมือนกัน เผื่อใครสนใจอยากได้หนังสือเล่มไหนที่หาตามร้านทั่วไปไม่ได้ จะได้ลองวิธีอื่นๆ เพื่อให้ได้อ่านหนังสือเล่มนั้นนะคะ เนื่องจากเราไม่ชอบอ่านอีบุ๊ค ดังนั้น จะขอเน้นหนังสือเล่มเป็นหลักค่ะ



(1) หนังสือภาษาไทย

วิธีง่ายที่สุดคือซื้อหนังสือตอนที่ออกใหม่ หรือซื้อภายใน 1 ปีที่หนังสือเพิ่งวางขาย เพราะทางสำนักพิมพ์และสายส่งจะกระจายหนังสือไปทั่วประเทศ ถ้าเป็นหนังสือทั่วไปก็สามารถซื้อได้ตามร้านหนังสือชั้นนำ ร้านหนังสือที่มีสาขา หรือร้านหนังสืออิสระ

- ถ้าเน้นใกล้บ้าน เรามีซีเอ็ด 3 สาขาอยู่ในระยะเดินทางไปไม่ยาก ถ้าได้เดินผ่านก็มักจะแวะเข้าไปดูอยู่แล้ว

- ถ้าเป็นร้านหนังสืออิสระ เราชอบ HOC (คลองสาน) ร้านเล่า และ Booksmith(มีหลายสาขา) ถ้ามีเวลาได้แวะไปแถวนั้นก็จะเดินเข้าไปดูตลอด มีร้านหนังสืออิสระดีๆ อยู่อีกมากมาย ในร้านหนังสืออิสระจะมีหนังสือน่าสนใจชนิดไม่มีวางขายทั่วไปวางอยู่เต็มร้านไปหมด เข้าร้านหนังสือิสระทีไรเป็นต้องได้หนังสือติดมือกลับมาทุกที

HOC อยู่ไม่ไกลจากก็องดิด เป็นร้านที่เจ้าของร้านใจดีและกาแฟอร่อย ร้านนี้มีหนังสือแนวปรัชญา ศาสนา spiritual เยอะมาก ถ้าเกิดอยากได้หนังสือร้านนี้ขึ้นมา เราจะฝากพี่ซื้อแล้วส่งไปรษณีย์มาให้ เพราะเดาได้อยู่แล้วว่าที่ร้านมีหนังสือประมาณไหน บางเล่มที่หาซื้อในเน็ทไม่ได้แล้ว ที่ HOC มีขายเฉยเลย เราไปได้เล่ม “ประสบการณ์ยิ่งใหญ่ในหมู่บ้านเล็กๆ” มาจากที่นี่เมื่อสัก 3-4 ปีก่อน เป็นเล่มที่ตามหามาหลายปีมากๆ และที่สนพ. ก็ไม่เหลือแล้ว แต่ที่ HOC มีขายล่ะ (เล่มนี้ดีมากและสนุกด้วย เป็นบันทึกประสบการณ์การพลิกหมู่บ้านคนแก่หลังเขาในญี่ปุ่นให้กลับมาสามัคคี ทำสินค้าประจำหมู่บ้านออกขายไปทั่วประเทศ และทำให้หมู่บ้านเล็กๆ ไกลปืนเที่ยงกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวจนคนหนุ่มสาวพากันกลับมาทำงานที่บ้านเกิด เนื้อหาญี่ปุ่นมากกก... จุดขายคือมีความบ้านนอกที่น่ารัก มีความบ้าพลัง อ่านแล้วเติมพลังใจสุดๆ)



นิสัยการซื้อหนังสือเราเปลี่ยนไปมากในช่วง 2-3 ปีนี้คือเปลี่ยนมาซื้อออนไลน์เป็นหลัก

- ถ้าเป็นหนังสือใหม่ ร้านหนังสือออนไลน์ที่เราใช้คือ 10000tip, se-ed และศูนย์หนังสือจุฬาฯ (ยังไม่เคยใช้ Readery ค่ะ แต่ทุกคนชื่นชมว่าดีงามมาก) ถ้าเป็นหนังสือคนไทยเขียน ก็ซื้อตรงกับนักเขียนเลยก็ได้ ความสนุกคือได้คุยกับนักเขียนที่เราชื่นชอบ ก็จะเขินๆ เกร็งๆ เวลาคุยนิดหน่อย แต่สามารถขอให้คุณนักเขียนเซ็นต์ชื่อให้ได้ด้วย ปกตินักเขียนจะมาประกาศล่วงหน้าก่อนหนังสือพร้อมวางขาย เราก็สามารถหลังไมค์ไปซื้อหนังสือหรือพรีออเดอร์ได้ในเฟซบุ๊คที่เป็นนามปากกาของคุณนักเขียน แต่ต้องระวังนิดนึง เพราะไม่ใช่นักเขียนทุกคนจะขายหนังสือด้วยตัวเอง ลองดูว่าปกติเขาขายหนังสือในเพจรึเปล่าก่อนหลังไมค์ไปสั่งหนังสือนะคะ

- ถ้าเป็นการ์ตูน เราซื้อจากร้าน Phanpha เป็นเจ้าใหญ่ การ์ตูนเยอะชนะเลิศ ลดราคาให้ด้วย เว็บใช้งานง่ายและสะดวก พนักงานบริการดีมาก เราเคยสั่งซื้อ “ป๋าอัจฉริยะ” เล่มย้อนหลังอยู่เล่มนึงซึ่งไม่ใช่ 3 เล่มล่าสุด ทางร้านติดต่อสนพ. ให้สนพ. ไปค้นในคลังให้ และเราก็ได้ป๋าฯ เล่มนั้นมาครอบครองพร้อมเล่มใหม่ๆ ที่เรายังไม่ได้ซื้อค่ะ

- ถ้าเป็นหนังสืออายุเกิน 2 ปี หนังสือจะถูกส่งคืนไปไว้ที่สนพ. ก็ติดต่อซื้อได้โดยตรงกับสนพ. ราคาจะลดลงไปมากจากราคาปก ลดขั้นต่ำคือ 10-15% แต่ที่เราเคยได้มา ราคาลดชนิด 60-70% ก็มี แต่ก็แล้วแต่สนพ. ด้วย บางสนพ. ลดราคาเพราะสภาพหนังสือช้ำ บางสนพ. ลดราคาเพราะตีพิมพ์มานานแต่สภาพยังสวยนางฟ้า เราได้งานของเฮอร์มานน์ เฮสเส ฝีมือแปลของอ.สดใส มาในราคาเล่มละไม่ถึงร้อยบาทหรือร้อยนิดๆ (ก่อนจะมีรีพรินต์ฉบับสวยๆ ออกมาวางขายนะคะ) ถ้าอยากซื้อจริงๆ ลองคุยกับทางสนพ. ดูว่ายังพอมีเหลืออยู่รึเปล่า

- ถ้าเป็นหนังสือมีอายุเกิน 10 ปีขึ้นไปถือว่าเริ่มหายาก คีย์เวิร์ดสำคัญสำหรับเสิร์ชในกูเกิลคือ “มือสอง” เพราะมีโอกาสว่ามันจะถูกส่งมาขายในตลาดมือสองแล้ว เราเก็บ Higashino Keigo เล่มเก่าครบเซ็ทด้วยวิธีนี้ เพราะเราเริ่มติดตามงานคุณเคโงะอย่างจริงจังหลังจากสนพ.เจบุ๊คปิดตัวไปเกือบ 5 ปี และตอนนั้นคือเนชั่นลดราคางานคุณเคโงะแบบเลหลังอยู่ตามกระบะลดราคาในห้างแล้ว ถ้าใครจะเก็บงานคุณเคโงะตอนนี้ ราคาขายในตลาดมือสองสูงกว่าราคาบนปกแล้วนะคะ ...มันสูงมาหลายปีแล้วล่ะ

หนังสือมือสองสามารถหาซื้อตามร้านหนังสือมือสองทั่วไป แต่ถ้าดูในเน็ทก็มีทั้งใน Inw Shop, Facebook เพจ, Facebook Group, Shopee, Kaidee แต่ Kaidee ของจะมาไวไปไว และประกาศของ Kaidee มีอายุแค่ 30 วัน คุยหลังไมค์แล้วเจ้าของมักไม่ค่อยตอบ ต้องติดต่อไปตามเบอร์โทร ไลน์ หรือ FB ที่เขาทิ้งไว้ในประกาศจะมีโอกาสได้ของมากกว่า



อีกหนึ่งวิธีในการหาหนังสือมาอ่านคือ ไปห้องสมุด เราไม่ซีเรียสว่าจะต้องได้ครอบครองหนังสือ เราแค่อยากอ่านเท่านั้น แต่ถ้าอ่านแล้วชอบมาก สุดท้ายก็ต้องหาซื้อมาเก็บจนได้ค่ะ :-)

ถ้าเป็นคนอื่น เราไม่แน่ใจว่าจะชอบไปห้องสมุดกันไหม แต่เราชอบมาก และเพื่อนๆ ในแก๊งค์อ่านหนังสือของเราก็ดูจะเข้าห้องสมุดเป็นปกติเหลือเกิน สำหรับคนต่างจังหวัดแบบเรา ก็อาศัยห้องสมุดชุมชนและห้องสมุดมหาวิทยาลัย ถ้าใกล้ที่สุดคือห้องสมุดบรมราชกุมารี หนังสือมีเยอะกว่าที่คิดและจัดหมวดหมู่หนังสือดีมาก สามารถยืมออกได้และไม่เสียค่าสมัครสมาชิก ดีมากๆ เลย

ห้องสมุดมหาวิทยาลัยมีค่าใช้บริการ หากไม่ได้เป็นนักศึกษาหรือบุคลากรมหาวิทยาลัย ถ้าอยากยืมหนังสือออกต้องเสียค่าสมาชิกรายปีในอัตราสูงจนน่าใจหาย และถ้าอยากยืมหนังสือในห้องสมุดคณะอื่นๆ ก็เสียค่าสมาชิกเพิ่มอีกระดับหนึ่ง

...นั่นทำให้เราอิจฉาคนกรุงเทพอยู่อย่างหนึ่ง ตรงที่พวกเค้ามี TK Park ค่าสมาชิกถูกแสนถูก หนังสือออกใหม่วางเรียงรายเต็มชั้น แถมยืมหนังสือได้นานตั้ง 2 สัปดาห์ หรือ TCDC ก็ดีเหมือนกัน หนังสือสายออกแบบของ TCDC อาจไม่ใช่แนวที่เราอ่าน แต่นิตยสารต่างประเทศที่มีให้บริการใน TCDC นั้นทำเอาเราตาลุกวาวมาก ดีจังเลย ดีจังเลย



(2) หนังสือภาษาอังกฤษ

ถ้าซื้อเกิน 7 เล่ม เราจะซื้อจาก amazon เพราะเมื่อรวมค่าส่งแล้วจะถูกกว่า แถมยังจัดส่งไวทันใจ สั่งจาก amazon uk ไวที่สุดเท่าที่เคยได้คือรอแค่ 1 สัปดาห์เท่านั้น ถ้าเป็น amazon ของอเมริกาใช้เวลา 4-5 สัปดาห์ เราอยู่ต่างจังหวัด ถ้าอยู่กรุงเทพคงได้รับของเร็วกว่านี้

ถ้าซื้อน้อยสัก 1-3 เล่ม เราจะสั่งจาก bookdepository ราคาต่อเล่มแพงกว่า amazon แต่เจ้านี้ “จัดส่งฟรีทั่วโลก” (ไม่มีเลข tracking) หนังสือร้านนี้เป็นหนังสือใหม่และมีความหลากหลายสูง หน้าปกจะเป็นฉบับ uk ซึ่งดีไซน์จะต่างจากปกของอเมริกา ปัจจุบัน bookdepository ถูก amazon ซื้อกิจการไปแล้ว ทำให้หนังสือที่ขายมีความหลากหลายมากขึ้นกว่าเดิมอีก และก็ยังจัดส่งฟรีเหมือนเคย ร้านนี้ขายหนังสือของนักเขียนอิสระด้วย แต่หนังสือของนักเขียนอิสระจะไม่ค่อยลดราคา ในขณะที่หนังสือจากสนพ. ใหญ่จะลดตลอด เริ่มต้นที่ 3-8% ไปจนถึง 38-55% เราชอบร้านนี้เพราะเค้ามีหนังสือแทบทุกเล่มที่เราต้องการ ส่งฟรี และฝ่ายบริการลูกค้าใจดีมาก บางทีก็ได้หนังสือ Hardback มาในราคาถูกกว่า paperback อีก ใช้ระยะเวลารอรับหนังสือ 3-5 สัปดาห์นับจากวันจัดส่ง

ถ้าหนังสือเก่าระดับ 10 ปีขึ้นไป อาจหาซื้อได้จาก amazon, ebay, หรือ abebook แต่ถ้าอ่านหนังสือมือสองได้ เราแนะนำ betterworldbooks เจ้านี้เป็น start up สายรักษ์โลก รับซื้อหนังสือคัดออกจากห้องสมุดทั่วอเมริกา มี HQ อยู่ที่อินเดียนา ปัจจุบันมีหนังสือใหม่ขายด้วยเช่นกัน แต่หนังสือส่วนใหญ่ก็ยังเป็นหนังสือคัดออกจากห้องสมุดอยู่ดี หนังสือมีอายุ 10-30 ปี แต่สภาพใหม่มาก ทุกเล่มจะมีการอธิบายสภาพความเก่า-ใหม่ไว้อย่างละเอียด แต่ปกติเราจะซื้อแบบ Used Very Good กับ Used Good ซึ่งสภาพสวยเหมือนไม่เคยผ่านมือคนมาก่อน เป็นหนังสือปกแข็งห่อปกพลาสติกอย่างดี มีตราประทับห้องสมุดและบาร์โค้ดติดอยู่ บางเล่มจะมีบัตรยืมหนังสือของห้องสมุดแปะอยู่ด้วย

เราชอบ betterworldbooks เพราะทุก 1 เล่มที่เราซื้อหนังสือ เขาจะจัดส่งหนังสืออีก 1 เล่มไปให้เด็กๆ ด้อยโอกาสในประเทศขาดแคลน ทั้งได้ทำบุญ ได้หนังสือดี ราคาดี และ “จัดส่งฟรีทั่วโลก” อีกต่างหาก เจ้านี้จะใช้เวลารอรับของนานนิดหน่อย 6-8 สัปดาห์

เนื่องจากหนังสือที่เราอ่านส่วนใหญ่เป็นหนังสือเฉพาะทาง และหลายเล่มที่อยากอ่านไม่ใช่ Best Seller ดังนั้น Asia Book กับ Kinokuniya จึงไม่ค่อยตอบโจทย์เราเท่าไร แต่ถ้ารีบใช้งานหรือจำเป็นต้องอ่าน เราจะสั่งออนไลน์กับ Asia Book แต่ถ้าเล่มนั้นมีขายเฉพาะที่คิโนะฯ เราจะฝากเพื่อนซื้อแล้วส่งมาให้แทน เพราะออฟฟิศเพื่อนอยู่ใกล้คิโนะค่ะ
 
ร้านหนังสือภาษาอังกฤษอีกร้านที่เราชอบคือ Dasa Book Cafe ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเอ็มโพเรียม เป็นร้านหนังสือมือสองที่มีการจัดทำ database ของร้านไว้เรียบร้อย อัพเดทวันเว้นวันและมีหนังสือใหม่เข้าร้านตลอด เราแวะเข้ามาดูรายการหนังสือของที่ร้านทุก 2-3 เดือน

ยังมีงานเทศกาลหนังสือภาษาอังกฤษอย่าง Big Bad Wolf ด้วย ถ้าใครชอบหนังสือภาษาอังกฤษ เราว่ามันคุ้มมาก ส่วนใหญ่อาจเป็นหนังสือเด็ก แต่มันจะมีมุมวรรณกรรมคลาสสิคเยอะอยู่เหมือนกัน และตรงมุมหนังสือพัฒนาตัวเอง เราว่าเขาก็เลือกหนังสือมาได้ไม่เลวเลยนะ อาจต้องเดินทางไปไกลสักหน่อยเพื่อไปดูหนังสือที่เราก็ไม่รู้ว่าเขาจะขนหนังสืออะไรมาบ้าง แต่ถ้า BBW จะมาอีก เราก็อยากแวะไปดูอีกค่ะ เผื่อจะได้อะไรน่าสนใจติดไม้ติดมือกลับมา



(3) หนังสือภาษาจีน

ที่เคยสั่งซื้อหนังสือจากจีนเป็นหนังสือภาพค่ะ เราค้นพบว่าคนจีนวาดรูปสวยมาก และหนังสือสอนวาดภาพที่แปลมาจากต้นฉบับญี่ปุ่นราคาถูกกว่าซื้อหนังสือญี่ปุ่นไปมากกว่าครึ่ง คุณภาพกระดาษของหนังสือจีนก็ดีมากด้วย

การซื้อหนังสือจากจีน ต้องใช้ google translate เข้าช่วยนิดหน่อยแล้วไปเสิร์ชใน Taobao ค่ะ ร้านค้ามีมากมาย เลือกให้เจอร้านที่ถูกใจ เทียบราคา จากนั้นก็บันทึก URL ของหนังสือเล่มนั้นไว้ ติดต่อไปยังบริษัทตัวแทนนำเข้าที่รับซื้อของจากจีน ให้เขาทำเรื่องนำเข้าให้ค่ะ (สามารถศึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติมได้ ในพันทิปมีคนรีวิววิธีซื้อสินค้าจาก Taobao ไว้เต็มเลย ส่วนใหญ่จะซื้อเสื้อผ้าหรือของใช้ มีทั้งซื้อมาขายและซื้อใช้เองค่ะ)

ปกติถ้าจะเปิดออเดอร์กับตัวแทนนำเข้า จะเสียค่าเปิดออเดอร์ก่อนเป็นอย่างแรก จากนั้นก็จะมีค่าบริการในการสั่ง ถ้าสั่งจากหลายร้านก็ต้องเสียค่าประสานงาน x จำนวนร้าน ดังนั้นเราจะพยายามสั่งจากน้อยร้านเข้าไว้ โดยเลือกซื้อจากร้านใหญ่ที่มีหนังสือมากๆ เวลาสั่งแต่ละทีก็ต้องดูว่าคุ้มกับค่าเปิดออเดอร์ ค่าประสานงาน และค่าขนส่งรึเปล่า

หนังสือเป็นสินค้าที่ไม่ต้องเสียภาษี แต่เนื่องจากของถูกส่งผ่านตัวแทนรับของ เขาก็จะบรรจุสินค้าของเรารวมไว้กับสินค้าอย่างอื่นๆ ที่คนอื่นสั่งมา เช่น เสื้อผ้า เครื่องจักร ของใช้ในบ้าน ของเล่น แม้หนังสือจะไม่ต้องเสียภาษีก็จริง แต่ของอย่างอื่นบนคอนเทนเนอร์หรือบนรถบรรทุกเดียวกันอาจต้องเสียภาษี ทางตัวแทนนำเข้าจะคิดภาษีแบบเหมารวมกับค่าขนส่งไปเลย และหนังสือเป็นของที่มีน้ำหนักมาก ยิ่งสั่งหลายเล่มยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ราคาต่อเล่มไม่แพง แต่ค่าขนส่งยึดถือตามน้ำหนัก ดังนั้นถ้าหนังสือใช้กระดาษดีอาร์ตมันสวยงาม หนังสือก็จะหนัก ค่าขนส่งก็หนักตามค่ะ ถ้าซื้อแค่ไม่กี่เล่ม ก็ซื้อกับร้าน/เพจที่เขาสต็อคหนังสือไว้พร้อมส่งเถอะ อาจแพงกว่ากันนิดหน่อยแต่สะดวกกว่ามากเลย

ค่าขนส่งที่ว่าหนัก เพราะค่าขนส่งมี 3 ช่วง คือจากร้านค้ามายังออฟฟิศของตัวแทนในจีน, จากตัวแทนในจีนส่งมาถึงท่าเรือ/ท่าอากาศยาน/ท่ารถในฝั่งประเทศไทย ตัวแทนนำเข้าต้องทำหน้าที่ทำเรื่องเอาของออกมาจากศุลกากร, ตัวแทนนำเข้าเอาของไปส่งไปรษณีย์ไทย, เคอรี่, ขนส่งเอกชนอื่นๆ

เรายังไม่เคยสั่งซื้อหนังสือภาษาจีนผ่าน AliExpress เพราะไม่รู้ว่ามีขายรึเปล่า ถ้าสั่งตรงได้คงประหยัดไปเยอะเลย เพราะหนังสือของจีนราคาถูกกว่าหนังสือไทยมากๆ รูปเล่มสวย ภาพสวย คุณภาพกระดาษก็ดีด้วย

หรือ ถ้าไปไต้หวัน ก็ไปซื้อหนังสือที่ไต้หวันก็ได้ เพราะเดินทางไปง่าย ไม่เสียค่าวีซ่า และหนังสือที่ไต้หวันก็ราคาไม่แพง ยังไงก็อ่านภาษาจีนไม่ออกอยู่แล้ว จะตัวเต็มหรือตัวย่อ ก็ใช้ได้ทั้งนั้นค่ะ เน้นดูรูปนี่นา



(4) อีบุ๊ค

เราเป็นพวกไม่ค่อยอ่านอีบุ๊ค ซื้ออีบุ๊คมา สุดท้ายก็ปรินท์ออกมาอ่านอยู่ดี แต่เห็นคุณพี่กับคุณน้องใช้ meb กับ ookbee ค่ะ

หนังสือภาษาอังกฤษที่อายุเป็นร้อยๆ ปี หมดความคุ้มครองเรื่องลิขสิทธิ์แล้ว สามารถไปโหลดอ่านได้ฟรีจาก project gutenberg มีอะไรสนุกๆ ให้อ่านเยอะค่ะ เช่น บันทึกการเดินทางของนักเดินทางในศตวรรษก่อนๆ หรือ ผลงานนิยายคลาสสิคทั้งหลาย



(5) หนังสือเสียง

ก็ไม่คิดว่าจะมาถึงวันที่เราฟังหนังสือเสียงแล้วรู้สึกสบายๆ กับมัน เพราะเราเคยเชื่อมาตลอดว่าอ่านจากกระดาษน่ะดีที่สุด แต่ตั้งแต่ติดการฟังพ็อดคาสท์ ก็เห็นได้ชัดว่าความเชื่อเรื่องการอ่านจากกระดาษไม่จริงเสียทีเดียว ฟังหนังสือเสียงก็สบายดีค่ะ เหมือนมีคนมาอ่านหนังสือให้ฟัง

บริการ Audible ของ amazon สามารถซื้อหนังสือเป็นเรื่องๆ ไปหรือจะใช้บริการสมาชิกรายเดือนก็ได้ หลักการก็คล้ายกับการสมัครสมาชิกฟังเพลงแบบสตรีมมิ่ง เพียงแต่ว่าอันนี้เราฟังหนังสือเสียงค่ะ เดือนแรกใช้บริการฟรีด้วยล่ะ



การจะได้หนังสือสักเล่มมาอ่านสำหรับเรา การเดินทางของหนังสือเล่มนั้นจนมันได้มาอยู่บนมือของเรา ถือเป็นความสนุกและความท้าทายชนิดหนึ่ง

บางทีก็เรียบง่ายมาก อาจแค่เข้าไปเดินเล่นในร้านหนังสืออิสระ สบตาตัวละครบนปก แล้วก็ถูกแรงดึงดูดให้หยิบมันขึ้นมาเปิดอ่าน ทั้งที่ไม่รู้จักหนังสือเรื่องนั้น ไม่รู้จักนักเขียนคนนั้น แต่สุดท้ายก็ซื้อมันกลับบ้านมาจนได้,

หรืออาจะแค่ชวนพี่เจ้าของร้านพูดคุย แล้วพี่เค้าแนะนำเล่มนั้นเล่มนี้ พลิกๆ ดู ก็พบว่าน่าสนใจจริงอย่างพี่ว่า ก็พามันกลับบ้านมาด้วย,

บางที อาจต้องฝากเพื่อนไปบอกน้องที่ยังเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยว่า ช่วยซีร็อกเล่มนี้ให้เราที หนังสืออยู่ที่ห้องสมุดคณะ XXX นะจ้ะ รบกวนด้วย (อันนี้คือหนังสือเก่าเป็น 20 ปี หาซื้อไม่ได้จริงๆ ถึงต้องใช้วิธีนี้ค่ะ),

บางที ก็ฝากพี่ไปยืมหนังสือที่ TK Park แล้วส่ง EMS มาให้ เราได้รับแล้วก็รีบอ่านรีบคืน,

บางที คุณนักเขียนที่เราชื่นชอบก็ลุกขึ้นมาแจกหนังสือในเพจตัวเอง เราก็เลยได้หนังสือมาอย่างงงๆ,

บางที ไปเดินเล่นในเมืองไม่คุ้นเคย ก็จะขอแวะไปดูร้านหนังสือของเมืองนั้นสักหน่อย เวลาได้หนังสือสักเล่มติดมือกลับมา ก็รู้สึกว่ามันเป็นทั้งของฝาก ของที่ระลึก และเก็บประสบการณ์การเดินทางของเราไว้ในหนังสือเล่มเดียว
 
ฯลฯ



อีกวิธีหนึ่งคือ แบ่งกันอ่านในหมู่เพื่อนค่ะ

ไม่มีใครที่อ่านหนังสือประเภทเดียวกัน 100% อยู่แล้ว แต่ทุกคนจะมีหนังสือเล่มที่คาบเกี่ยวชอบเหมือนกันอยู่ บางทีก็ได้รับความใจดีจากพี่ๆ และเพื่อนๆ อยู่มาก คอยส่งหนังสือมาให้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันอ่าน ก็เลยได้อ่านหนังสือดีๆ มากมายเป็นประจำ

ตอนเริ่มแรกก็ไม่ได้แลกเปลี่ยนหนังสือกันอ่านบ่อยนัก เพราะทุกคนก็หวงหนังสือกันทั้งนั้น และคิดว่าก็คงเคยมีประสบการณ์ให้คนยืมแล้วไม่คืนหรือได้คืนในสภาพบอบช้ำเหลือใจ แต่ดูเหมือนเราจะรู้จักหนอนหนังสือมากทีเดียว จากการเล่น goodreads ก็ส่วนหนึ่ง เพื่อนๆ พี่ๆ เราเองก็ชอบอ่านเป็นทุนเดิมทั้งนั้น จุดเริ่มต้นง่ายดายมากคือเราอ่านเล่มนี้แล้วมันดีมากเลยอยากแนะนำให้เพื่อนอ่านบ้าง หรือเพื่อนอ่านเล่มนี้แล้วดีจังเลย ก็เลยอยากให้เราอ่านด้วย ไปๆ มาๆ เราเลยมีเครือข่ายแลกเปลี่ยนหนังสืออ่านกันจากหลายทิศทางหลายจังหวัด สนุกดีค่ะ และหนังสือที่ยืมคนอื่นมาเราจะเกรงใจ รีบอ่าน ทำให้อ่านจบเร็ว ซึ่งก็ช่วยเร่งการอ่านดีค่ะ ไม่เอาแต่ดองไว้เหมือนหนังสือของตัวเอง

ล่าสุด คุณดินสอสีไม้ แห่งเว็บ sosotopia เว็บรีวิวหนังสือที่เราชอบและติดตามมายาวนาน เธอส่งหนังสือมาให้เรายืม เพราะรู้ว่าเล่มนี้เราตามหามานานมากแต่ยังหาไม่ได้ คุณดินสอสีไม้เป็นคุณพี่สาวใจดีที่เราไปติดตามเธอใน goodreads แล้วก็เซอร์ไพรส์ว่าเธอคือเจ้าของเพจ sosotopia นี่นา... ถ้าใครชอบอ่านนิยายไทย ชอบอ่านวรรณกรรมเยาวชนแปล ลองแวะไปดูเว็บ sosotopia ได้นะคะ เป็นเว็บรีวิวหนังสือที่รู้สึกได้เลยว่าเจ้าของเว็บรักหนังสือมากกกกก

สำหรับเรา หนังสือมีเรื่องเล่าในตัวมันเอง และดูเหมือนกว่าเราเองก็สนุกกับการตามหาเพื่อได้ได้มันมาครอบครองด้วย ที่จริงก็ซื้อหนังสือเข้าบ้านเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่ได้คิดว่าตัวเองทำอะไรแปลกประหลาดพิสดารเลย แต่พอเขียนทุกวิธีมารวบรวมไว้ด้วยกัน... ดูไปดูมาก็มีวิธีแปลกๆ เยอะอยู่เหมือนกันนะคะ 555



nananatte
17.04.2019

ป.ล. โพสต์นี้ทำเป็น podcast แล้ว ใครสนใจตามไปฟัง sit down and write podcast ได้ที่ spotify, itunes, apple podcast และ podbean ค่ะ (^___^)v

SHARE
Written in this book
sit down and write
บันทึกสิ่งที่ค่อยๆ เรียนรู้ไปบนเส้นทางนักเขียน 
Writer
nananatte
storyteller
คนทั่วไปที่ใช้ชีวิตเรียบๆ ในเมืองเล็กๆ ชอบแมว เครื่องเขียน และอเมริกาโน จัด sit down and write podcast รีวิวหนังสือใน goodreads เขียนโพสต์ใน storylog และลงนิยายใน fictionlog กับ readawrite

Comments

Discrocer
5 months ago
ยืนยันอีกเสียงว่า Readery ดีมากนักเขียนอินดี้เราจะหาอ่านบางส่วนใน wep หลักเลยเพราะบางส่วนไม่มีใน se-ed กับ B2S เลยสั่งในเน็ตเอา
Reply
nananatte
5 months ago
B2S ณัฐก็ชอบค่ะ ณัฐว่า B2S มีความหลากหลายของหนังสือในหมวดที่ณัฐอ่านเยอะกว่า se-ed นะ (วรรณกรรมไทย วรรณกรรมแปล พัฒนาตัวเอง) 
bibliomaniaer
5 months ago
นอกจากหนังสือแล้ว เราว่าการสะสมถุงจากร้านหนังสืออิสระก็ชวนให้สนุกสนานด้วยนะคะ มันดูน่ารัก มุ้งมิ้ง แถมยังดึงดูดให้เรากลับไปร้านหนังสือนั้นอีกรอบ โดยส่วนตัวชอบร้านเล่ากับ DASA มาก พูดถึง DASA แล้วนึกถึงสตาร์วอร์เล่มนั้นที่วันนั้นทำไมเราไม่หยิบมันติดมือมาด้วยก็ไม่รู้
Reply
nananatte
5 months ago
อาการมานึกเสียดายทีหลังเพราะไม่ได้ซื้อหนังสือเล่มนั้นเก็บไว้ โอย... จนทุกวันนี้ยังตามเก็บไม่ได้เลยค่ะ เล่มที่เป็นแบบนี้น่ะ เข้าใจอารมณ์เลย
ชอบถุงผ้าเหมือนกันค่ะ เดี๋ยวนี้ร้านหนังสือก็ดี สนพ.ก็ดี ทำถุงผ้าน่ารักจังเลยนะคะ :D
N-I-C-H-A
5 months ago
ต้นทุนในการซื้อหนังสือมีน้อยมากค่ะ แต่โชคดีที่ยังเป็นสถานะเป็นนักศึกษา ยืมหนังสือห้องสมุดแทบทุกอาทิตย์555 แต่พอเข้าร้านหนังสือจิตใจมันกระชุ่มกระชวยนะคะ อยากจะซื้อมากก แต่ก็ต้องห้ามใจ แต่ถ้าจะซื้อจริงๆคงซื้อเล่มที่หายากมากๆและอยากเก็บสะสมด้วย^^
Reply
nananatte
5 months ago
อิจฉาาาาาา นี่เป็นความดีความงามของการเป็นนักศึกษาเลยค่ะ 555
ManyMilds
5 months ago
เคยสั่ง bookdepository ไปครั้งนึงแล้วใจคอไม่ดีมากเลยค่ะ เพราะไม่มีเลขพัสดุให้ตามแทร็กของ ปาไปยี่สิบกว่าวันกว่าจะมาถึง(ซึ่งจริงๆก็มีคนรีวิวไว้ว่าราวๆนี้) ตื่นเต้นจนรู้สึกว่าไม่เอาแล้ว ถ้าไม่มีที่อื่นจริงๆค่อยซื้อทางนี้ดีกว่า
ขอการันตีด้วยคนว่า Readery เค้าดีจริงๆ หลังๆมายซื้อทางนี้บ่อยๆ เล่มไหนที่ลดพอๆกับในงานหนังสือก็มาร์คไว้ว่าไม่ซื้อในงานแล้วมาสั่งในนี้เอา
ร้านเล่ากับบุ๊คสมิท สองร้านนี้มีเสน่ห์ต่างกันพอสมควร อย่างบุ๊คสมิทจะมีอาร์ตบุ๊ค/หนังสือสายออกแบบ/หนังสือภาษาอังกฤษสวยๆให้เราได้ลูบคลำ ส่วนร้านเล่ายังเป็นที่ๆบางทีซุกซ่อนหนังสือที่ไม่คิดว่าจะมีที่ไหนแล้วก็มามีในร้านเล่านะคะ เลยค่อนข้างชอบไปร้านเล่าเป็นพิเศษ ^^
Reply
nananatte
5 months ago
เชียงใหม่มี Book Re:Public ด้วยนะ แถวหน้ากองบิน เค้าจัดงานเสวนาดีๆ บ่อยๆ แต่ณัฐไปไม่สะดวกเพราะรถแดงไม่ไปคร่า (((>___<)))
ikoong
5 months ago
ขอบคุณนะคะที่มาแชร์ข้อมูล ซึ่งตัวเองแอบเก็บไว้เรียบร้อย อิอิ ของเราชอบสั่งหนังสือภาษาอังกฤษแบบออนไลน์จาก Asiabook โดยก่อนหน้านี้จะใส่หนังสือที่หมายตาไว้ใน wish list ซึ่งรวม ๆ จะเกิน 1,000 บาทแล้วรอช่วงลดราคา 25% ค่ะ ฮาาา
Reply