ชีวิตของคุณ ราคาเท่าไหร่?
      ปีนั้นอากาศก็เย็นยะเยือกเหมือนปีนี้เลย ฉันเดินทอดน่องไปอย่างช้าๆ จนมาถึงสะพาน Kawasakibashi ที่เต็มไปด้วยดอกซากุระที่กำลังบานสะพรั่งบ่งบอกว่าฤดูใบไม้ผลิได้มาถึงแล้ว 

       ฉันเดินมาหยุดอยู่ตรงกลางของสะพาน พลางทอดสายตาออกไปข้างหน้า มองดูกระแสน้ำที่กระทบกันเป็นระยะๆ  มีเพียงเสียงของสายลมที่ดังก้องอยู่ในหัวของฉัน 

        เหมือนกับวันนั้นเลยนะ วันที่ฉันได้พบกับคุณ ชายอายุประมาณ 20 กลางๆ ตัวสูงโปร่ง ผมดำขลับ และมีผิวที่ขาวดั่งหิมะ ในวันนั้นคุณยืนอยู่ตรงนี้ รอเวลาที่จะจบชีวิตของตัวเอง แต่ฉันก็ได้มาเจอกับคุณ แล้วดึงคุณออกมาจากความเงื้อมมือของมัจจุราช 

        เราไม่ได้พูดอะไรกัน เราปล่อยให้ความเงียบพาไป ฉันไม่ได้ปลอบใจคุณ คุณก็ไม่ได้ตำหนิฉันที่ช่วยคุณไว้ คุณไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีแม้แต่หยดน้ำตาที่ไหลลงมาอาบใบหน้าขาวเนียนของคุณ หรืออาจเป็นเพราะเสียงของสายลมที่ดังก้องในวันนั้นกันนะ ที่บดบังเสียงสะอื้นของคุณจนฉันไม่ได้ยิน 

       ผ่านไปสักครึ่งชม. ฉันทนไม่ไหวจึงหยิบสมาร์ทโฟนออกจากกระเป๋า แล้วกดเเอปพลิเคชั่นแปลภาษา แล้วถามคุณว่า
J : คุณชื่ออะไร ฉันชื่อ J นะ
J : ทำไมคุณถึงทำแบบนี้ 
J : คุณโอเค แล้วหรือยัง

     ไม่ว่าฉันจะสรรหาคำถามมาถามคุณมากมายขนาดไหน คุณก็มีเพียงความเงียบที่เป็นคำตอบให้กับฉัน ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง คุณก็หยิบสมาร์ทโฟนของคุณแล้วถามคำถามที่น่าตกใจสำหรับฉัน
ชีวิตของคุณ ราคาเท่าไหร่? ผมอยากจะซื้อ
     นั่นสินะ ชีวิตของฉัน ราคาเท่าไหร่กัน ฉันเองก็ให้คำตอบไม่ได้ แต่การที่เห็นคุณคิดจะจบชีวิตของตัวเอง ฉันก็ตัดสินใจได้ว่า ฉันอยากใช้มันจนกว่าจะพุพังกันไปข้าง คงขายให้กับคุณไม่ได้ ฉันจึงตอบคุณไปว่า
J : ชีวิตของฉันไม่ขายหรอก แต่ชีวิตของฉันอาจแบ่งให้คุณได้ คุณอยากจะได้เท่าไหร่?
เขา : เท่าไหร่ก็ได้ เท่าที่คุณจะแบ่งได้

      บทสนทนาในวันนั้นจบลงเพียงแค่นั้น...
เราแลกไอดีไลน์กัน จากนั้นคุณก็เดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ ปล่อยให้ความเงียบเป็นคำบอกลา ไม่มีแม้คำสัญญาหรือคำผูกมัดใดๆ ตอนนั้นคุณทำให้ฉันประหลาดใจนะรู้ไหม คุณอยากได้ส่วนแบ่งในชีวิตฉัน แต่คุณไม่ได้บอกฉันเลยด้วยซ้ำ ว่าคุณต้องการส่วนแบ่งนั้นอย่างไร 

      ฉันเดินกลับโรงแรม พร้อมกับความสงสัยมากมาย คุณทำให้ฉันอยากรู้ เกี่ยวกับตัวคุณ คุณเป็นใคร ทำไมถึงอยากกระโดดลงไป ตอนนั้นคุณคิดอะไรอยู่ ครอบครัวของคุณอยู่ที่ไหน แต่ยังไม่ทันที่ขาของฉันจะก้าวเข้าโรงแรม เสียงแชทไลน์ปริศนาก็ดังขึ้น ทำให้ฉันหลุดออกจากภวังค์ 
เขา : พรุ่งนี้ 9:00 เจอกันที่ สะพาน Kawasakibashi ที่เดิม
        มีเพียงประโยคสั้นๆที่เขาส่งมาให้ฉัน แต่เพียงแค่เห็นประโยคนั้นก็ทำให้ฉันรู้สึกว่า 
บางที เขาอาจจะทำให้ชีวิตของฉันเปลี่ยนไปก็ได้
        เวลา 8:00 ฉันเริ่มเดินทางออกจากโรงแรมด้วยความกระตือรือร้น ทำไมวันนั้นฉันต้องรีบร้อนขนาดนั้นกันนะ ใช้เวลาเพียง 15 นาที ฉันก็ถึงสะพาน Kawasakibashi ฉันกำลังจะเดินไปตรงที่เราเจอกันครั้งแรก ผ่านต้นซากุระ ที่กรีบ
ดอกของมันกำลังโรยรา ช่างงดงามเหลือเกิน พลันสายตาของฉันก็สะดุดเข้ากับใครคนหนึ่ง คุณนั้นเอง ทั้งที่ฉันคิดว่าตัวเองมาเร็วแล้วแท้ๆ แต่คุณกลับยืนอยู่ตรงนั้นก่อนฉัน ฉันเข้าไปทักทายคุณ
J : สวัสดี
เขา : ...
  
      คุณไม่ตอบอะไร เพียงแค่หันมามองหน้าฉัน จากนั้นคุณก็หันไปสนใจกับสมาร์ทโฟนของคุณ ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ถามคำถามต่อไป แชทไลน์ก็ดังขึ้น ฉันหยิบสมาร์ทโฟนออกมา แล้วเปิดดูว่าใครเป็นคนส่งมา เป็นคุณเองสินะ ทำไมคุณถึงไม่ยอมคุยกับฉัน หรือคุณเป็นคนขี้อายกันนะ
เขา : คุณมีเวลากี่วัน (เขาคงรู้สินะว่าฉันเป็นนักท่องเที่ยว)
J : 7 วัน
เขา : งั้นผมขอเปลี่ยนจากชีวิตของคุณ เป็นเวลา 7 วันที่เหลือของคุณได้ไหม
J : ได้สิ 7 วันนี้ฉันขอยกให้คุณ

     เวลา 7 วัน ช่างเป็นเวลาที่แสนสั้น ที่คุณได้ขอจากฉัน 7 วันนั้นฉันได้รู้จักคุณผ่านตัวอักษรในสมาร์ทโฟน คุณพาฉันไปในที่ที่แปลกตา ให้ฉันกินในสิ่งที่ฉันไม่ชอบกิน แต่คุณก็คะยั้นคะยอจนฉันต้องยอมกิน มันอร่อยอย่างที่คุณบอกจริงๆด้วย  คุณสอนให้ฉันขับรถ ทั้งๆที่ฉันไม่เคยขับมาก่อน โดยที่คุณเปิดยูทูปให้ฉันดู แม้มันจะเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ฉันก็พอเข้าใจได้ คุณบอกกับฉันว่า
เขา : J เธอจำเป็นที่จะต้องขับรถได้นะ เธอจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้ ในยามที่ยากลำบาก
 
       7 วันนั้น คุณให้ฉันทำหลายสิ่งหลายอย่าง ทำไมกัน ? คุณได้อะไรจากการที่ทำอย่างนั้น ฉันคิดว่า 7 วันนั้น ฉันเป็นคนช่วยคุณ แต่เปล่าเลย คุณต่างหากที่เป็นคนช่วยฉัน หรือคุณอาจจะรู้อยู่แล้วนะ ว่าในวันนั้น ดวงตาของฉันก็ว่างเปล่าไม่ต่างจากคุณ ฉันไม่เหลือใคร ถูกคนที่รักหักหลัง แต่ในวินาทีที่คุณกำลังจะกระโดดลงไป คุณหันมามองที่ฉัน มันทำให้ฉันหวาดกลัว กลัวที่จะตาย ฉันจึงได้จับมือของคุณไว้ คุณรู้ใช่ไหมว่าฉันเองก็อยากตายเหมือนกัน คงรู้สินะ ก็คุณเองที่เป็นคนช่วยฉันให้อยากมีชีวิตอยู่ 

       คุณทำให้ฉันนึกถึงคำถามที่คุณถามฉัน       " ชีวิตของคุณ ราคาเท่าไหร่ ? ผมอยากจะซื้อ"
คำถามนั้นคุณคงไม่ได้ คิดจะซื้อชีวิตของฉันเพื่อเติมเต็มให้กับชีวิตตัวเอง แต่คุณคงต้องการซื้อชีวิตของฉัน เพื่อที่คุณจะได้เติมเต็มมันอย่างนั้นสินะ

      น้ำตาของฉันไหลขึ้นอีกครั้ง ไม่แน่ใจว่าครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ ฉันหยิบจดหมายของคุณที่ส่งให้ฉันทุกๆ เดือน  จนจะครบ 7 ปีแล้ว ออกจากเสื้อโค้ท แต่ฉบับนี้คงเป็นฉบับสุดท้ายสินะ 

      วันนั้น ฉันเจอคุณเป็นครั้งสุดท้าย คุณไม่ขออะไรจากฉันนอกจากที่อยู่ของฉัน และวันนั้นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้ยินเสียงของคุณ
เขา : Sayonara

      นี่คงเป็นคำบอกลาสินะ ฉันหวังว่าเราจะได้ติดต่อกันอีก แต่คุณกลับบล็อคไลค์ของฉัน ทำไมกัน และจดหมายที่คุณส่งมาไม่เคยมีที่อยู่ของคุณเลย ทำไมกันนะ คุณทำให้ฉันงง ไปหมด

      แต่จดหมายฉบับนี้ น้องสาวของคุณเป็นคนส่งมาให้ฉันด้วยตัวเอง น้องสาวของคุณขอบคุณฉันที่ทำให้คุณมีความสุขก่อนที่จะจากไป เธอบอกกับฉันว่าในวันนั้น คุณรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย และคุณเจ็บปวด คุณอยากจบชีวิตของคุณให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะไม่เป็นภาระของคนที่บ้าน แต่ฉันกลับช่วยคุณไว้ คุณมองเข้ามาในดวงตาของฉัน มันช่างเหมือนกับดวงตาของคุณเหลือเกิน แต่ต่างกันตรงที่ ฉันไม่ได้กำลังจะตายเหมือนกับคุณ คุณอยากจะช่วยฉัน และคุณมีความสุขที่ได้ช่วยฉัน วันนั้นฉันร้องไห้จนแทบจะไม่มีหยดน้ำตาไหลออกมาอีกแล้ว

        ฉันอยากอ่านจดหมายฉบับสุดท้ายของคุณในที่ ที่เราเจอกันครั้งแรก ฉันจึงเดินทางมาที่ญี่ปุ่นอีกครั้งเพื่อระลึกถึงคุณ ในจดหมายที่คุณเขียน คุณบอกว่าตัวเองสบายดี กำลังจะมีลูกตัวน้อย อีกหนึ่งคน และคุณหวังว่าฉันจะสบายดีเหมือนกับคุณ และหลังจากนี้คุณอาจจะไม่ได้ติดต่อมาอีก 

       สุดท้ายแล้วคุณก็ยังโกหกอยู่สินะ เพื่อฉัน เพื่อให้ฉันมีชีวิตอยู่ต่อไป คุณนี่ขี้โกหกจริงๆเลยคุณต้องนั่งเขียนกดหมายนานขนาดไหนกันนะ กว่าจะครบ 7 ปี เวลาของคุณไม่ได้มีเยอะขนาดนั้นสักหน่อย และที่ฉันสงสัยอีกอย่างคือ ทำไมคุณถึงไม่พูดกับฉัน ทั้งๆที่น้องสาวของคุณบอกว่าคุณเป็นคนคุยเก่งมากแท้ๆ ทำไมกันนะ?

     หลังจากที่ฉันอ่านจดหมายจบ ฉันก็ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุม มีเพียงลมเย็นๆที่กระทบกับใบหน้าของฉัน แต่หัวใจของฉันนั้นช่างอบอุ่นเหลือเกิน เพราะคุณเป็นคนโอบกอดมันไว้ ขอบคุณนะ คุณทำสำเร็จแล้วหละ ฉันจะมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองและเพื่อคุณ 



              
ขอบคุณมากนะ ไร






       

        
 

       



SHARE
Writer
EBAA
HUMAN
ผู้หญิงคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือ ที่ไม่ใช่หนังสือเรียน รักธรรมชาติ ชอบถ่ายรูป ชอบการเดินทางและการพบเจอสิ่งใหม่ๆ

Comments

rinnari
5 months ago
อ่านแล้วคิดถึงญี่ปุ่นเลยค่ะ
Reply
EBAA
5 months ago
เราก็พึ่งไปมาค่ะ ชอบมากเลย เลยเอามาเขียนน ไว้ไปอีกนะคะ 😊