ถึงแกคนนั้น คนที่จะไม่ได้พบกันอีก
การพาใครสักคนไปเที่ยวด้วยกัน และคิดว่าคนนั้นควรจะเป็นแก
จดหมายฉบับนี้ ฉันเขียนตอนตีสองนิด ๆ ที่เขียนเพราะนอนไม่หลับ และไปอ่่่านเจอในเพจนึง เขาบอกว่าสาเหตุของการนอนไม่หลับคือมีเรื่องที่ค้างคาใจ ฉันนอนไม่หลับตอนกลางคืนมาเกือบ ๆ สองอาทิตย์ ทุกทีก็หลับอยู่หรอก แต่ตอนนี้ฉันลาพักร้อนต่อจากสงกรานต์ พอไม่ได้ทำงานมันก็ไม่เพลีย เมื่อก่อนที่หลับลงก็เพราะว่าเหนื่อยด้วย ต้องไปทำงานด้วย แต่ตอนนี้แหละ อย่างที่บอก ฉันคิดว่าเรื่องที่ค้างคาใจเรื่องนึงก็คือเรื่องของแก วันนี้ฉันตั้งใจจะพูดมันออกมา และถ้ามันจะสื่อไปถึงแกได้ ฉันจะดีใจมาก


ที่จริง ฉันตั้งใจจะเขียนถึงแกเป็นเรื่องสั้นเรื่องนึง อำพรางคำ สถานที่ เหตุการณ์และอะไรต่อมิอะไรให้เพี้ยนจากความจริง คนจะได้สืบไม่ได้ว่าแกและฉันเป็นใคร คิดอย่างนี้มาตั้งแต่ตอนเรียนจบใหม่ ๆ แต่ก็ได้แค่คิด พิมพ์พล็อตไว้เป็นไฟล์แล้วไฟล์เล่า จนฉันก็มึนเองว่าจะเอาอันไหนดี กระทั่งฉันมีคอมเครื่องที่สอง สาม สี่... เรื่องของแกก็ไม่ถูกเขียนขึ้นมาให้สมบูรณ์ซะที แต่วันนี้แหละที่มันจะถูกเขียนขึ้นมา อาจไม่สมบูรณ์อย่างเหตุการณ์จริงที่เราได้เจอกัน แต่ฉันจะพยายาม


ตอนที่รู้ข่าวว่าแกไม่อยู่ ฉันคิดว่าแกคงไปไหนแค่ประเดี๋ยวประด๋าว แต่ต่อมา แกหายไปจริง ๆ หายไปอย่างจงใจด้วย แกลบทุกอย่างของแกทิ้งไป ทั้งเฟซ ไลน์ ไอจี แม้แต่แชนแนลในยูทูปที่แกเคยอัพวีดีโอร้องเพลง Cover ยอดวิวหลักร้อย (ที่ฉันดูไป 3-4 วิวด้วยนะนั่นน่ะ) แกก็ลบวิดีโอไปจนหมด 


สิ่งที่ฉันเสียดายคือข้อความที่เราเคยคุยกันในเมสเซนเจอร์ พอกลับไปดู แกก็หายไปแล้ว กลายเป็นแชทที่ไม่มีหน้าคน ข้อความที่แกเคยส่งก็ไม่มีเหลือ มีแค่ข้อความที่ฉันพิมพ์ไปหาแกเท่านั้น เหมือนกับว่ามันมีแค่ฉันที่ยังเก็บมันไว้อยู่อย่างนั้นแหละ


ที่จริงฉันอยากขอบคุณแกมากที่แกมาทำความรู้จักฉัน ขอบคุณจริง ๆ ที่มาคุยกับคนแปลกหน้าคนหนึ่งที่มาฝึกงานด้วยกัน (แม้จะเป็นในช่วงท้าย ๆ ก่อนที่จะเรียนจบก็ตาม) ใครจะไปนึกว่าแกจะเป็นคนหันมาทักก่อน แต่ก็ทำให้ฉันสมหวังมากเลยรู้ไหม เพราะฉันก็อยากรู้จักแกเหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไง จะบอกเลยว่าตอนนั้นทั้งดีใจ และทั้งกังวลใจ (และแอบกลัว) ว่าควรไหมที่ฉันจะเข้าหาแก แกมีวาระซ่อนเร้นหรือเปล่า (อย่างกับนักการเมืองอะไรอย่างนี้)


จนที่สุด ฉันก็อยากจะลองข้ามความกลัวของตัวเองสักครั้ง และอยากจะทำมันให้ได้ก่อนเรียนจบ คือ การพาใครสักคนไปเที่ยวด้วยกัน และคิดว่าคนนั้นควรจะเป็นแก ฉันเลยลองชวน (โดยมีเพื่อนอีกคนคอยเป็นแรงเชียร์และกดดันฉันเล็กน้อย) แล้วแกก็ตอบตกลงด้วย ฉันน่ะ ดีใจมากเลยรู้มั้ย


ตอนนั้นบางกระเจ้ากำลังดัง ฉันเลยชวนแกไปที่นั่น แพลนไว้ว่าคงปั่นจักรยานกับถ่ายรูป ขากลับก็ไปหาอะไรกินแถวคลองเตย แต่อนิจจา ฉันลืมกระเป๋าตังค์ กลายว่าเป็นแกที่ออกเงินให้ ทั้งค่าเช่าจักรยาน ค่าเรือ รวมทั้งไอศกรีมถ้วยนั้นด้วย ฉันอ๊ายอาย แกบอกไม่เป็นไร ๆ แต่ฉันก็ยังอายอยู่นั่นแหละ


ฉันประทับใจแก แกมีรอยยิ้มที่ประทับใจคนมอง แต่ตอนนี้แกไม่ได้อยู่ที่นี่ ตรงนี้แล้ว ไม่เคยคิดเลยว่าแกจะตัดสินใจแบบนั้น โดยที่ไม่ปรึกษาใครเลย และแกเลือกที่จะไปโดยที่แกเหมือนเตรียมจะหายไปด้วย ไม่เหลืออะไรให้ฉัน เพื่อนและคนอื่น ๆ ได้นึกถึง แกรอบคอบมาก แต่แกก็ทำให้ฉันคนนี้คิดถึงแกในบางวันอยู่เสมอ แต่ไม่รู้ทำไม พอคิดถึงแกแล้ว วันนั้นจะซวยแปลก ๆ หรือเพราะแกไม่อยากให้คิดถึงแล้วรึเปล่า เลยบันดาลอะไร ๆ แบบนี้มาให้ ถ้ามีบางอย่างจะบอก คือ แกไม่รอบคอบพอเรื่องนึง 55 นั่นคือแกลืมปิด Google+ ทำให้แกยังมีโปรไฟล์ในโลกดิจิตอล เป็นที่ ๆ เดียวที่ฉันแวะไปหาแกได้เวลานึกถึงแกขึ้นมา ฉันนะ ดีใจมากเลยที่รูปที่แกใช้ในโปรไฟล์นั้นน่ะ เป็นรูปที่ฉันถ่ายให้


และแล้วเรื่องที่ค้างคาใจฉันมานาน เกือบ ๆ 4 ปีได้เลยมั้งเนี่ย ก็เขียนออกมาจนได้ ฉันคงนอนหลับลงเพราะเรื่องที่คิดมานานได้ทำจริง ๆ ซะที ฉันพยายามแล้วนะที่จะอำพรางเรื่องของฉันและแก แต่ก็ได้แค่นี้แหละ ฉันได้รู้จักแกเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ได้ไปไหนกับแกแค่ไม่กี่ที่ บังเอิญเจอกันบ้างหลังเรียนจบ ระยะเวลาแค่นั้น แต่ฉันคนนี้จดจำมันมานานจนถึงตอนนี้ แม้ว่าจะไม่ได้พบแกในโลกจริงแล้ว แต่ดีใจนะที่บางคืนฉันได้พบแก แม้จะในความฝันก็ตามทีเถอะ


ในฝัน ครั้นจะถามแกว่าสบายดีไหม ก็แปลก ๆ น่ะนะ ถ้าแกตอบว่า "สบายดีมั้ง อยู่ที่นี่แล้วนี่" ก็ดูจะมีอารมณ์ขันเกินไป

ลงชื่อ
ฉัน
SHARE
Writer
Samankit
นักนอน
ไม่หลับ

Comments