เสื้อผ้าเปียกชื้น และเพื่อนไม่สนิท (1)

เสื้อผ้าเปียกชื้น และเพื่อนไม่สนิท (1)

   หนึ่งอาทิตย์แล้วที่ผมไม่ได้รับการติดต่อมาอีกเลยจากเต้ เราไม่ได้ติดต่อกันตลอดเจ็ดวันหลังจากวันที่เต้ได้พาผมไปพบกับเรื่องราวแสนประหลาด ไม่ว่าจะเป็น ชายหนุ่มผู้ไม่สามารถแตะต้องหยดน้ำฝนได้ หินประหลาดที่ไม่ได้ประหลาดเพียงแค่ชื่อ เจ้า‘หินดัมมี’ และวันฝนตกอันยาวนานไม่มีท่าทีว่าจะสิ้นสุด ถ้านับวันนี้ฝนก็ตกติดต่อกันปาเข้าไปวันที่สิบแล้ว ผมเป่าเค้ก ฉลองวันครบรอบสิบวัน โดยพ่นลมอุ่นๆออกจากปาก ไปในเวิ้งอากาศเบื้องหน้า ขณะนั่งบนเก้าอี้สนาม บนหน้าตักมีซองบุหรี่วางไว้คู่กับไลเตอร์ มองเสื้อผ้าชื้นๆที่ตากไว้บนลวดขึงจากฟากหนึ่งของระเบียงห้องไปยังอีกฟากหนึ่ง เสื้อ กางเกง และชุดชั้นในชิ้นน้อยพลิ้วไหวไปตามแรงลม เหมือนธงชาติผืนเก่าๆที่ผ่านวันผ่านเวลามาหลายชั่วอายุคน

   เช้ามืดวันอาทิตย์ หลังจากที่ผมตื่นขึ้นมาบนเตียงจากความฝันแปลกประหลาด ในความฝันผมส่องกระจกเห็นใบหน้าที่ไม่รู้จัก ไม่มีเค้าโครงหน้าตาที่คุ้นเคย ผมได้กลายเป็นใครอีกคนหนึ่ง ผู้ชายท่าทางมีอายุ หนวดเคราห้อมล้อมตั้งแต่ใบหูข้างหนึ่งยาวไปจนถึงอีกข้าง เช่นเดียวกับลวดที่ขึงอยู่ที่ระเบียงห้องของผม หนวดเคราแบ่งหน้าซีกบนและล่างอย่างเท่าเทียมกัน พื้นที่ประเทศทางทิศเหนือและใต้ มีเส้นแบ่งเขตแดนเป็นเส้นขนหยิกดำแข็งเหมือนแช่อยู่ในตู้เย็นมาแรมปี ถึงหนวดและเคราจะดกดำ แต่เส้นผมที่ประจำอยู่บนหัวพอจะนับได้ด้วยตัวเลขไม่น่าจะถึงหลักร้อย สวมชุดสูทเก่าๆสีน้ำเงินเข้ม สูทเก่าแต่ดูเนื้อผ้าเรียบเนียน เหมือนถูกดูแลมาอย่างดีตลอดระยะเวลาที่ประจำการ

   ชายหัวล้านในกระจกจ้องมองผมตาไม่กะพริบ พอผมรู้สึกตัวได้ว่าสิ่งที่เห็นอยู่ไม่น่าจะเป็นความจริง ผมก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเหงื่อแตกพลั่กอันมีสาเหตุมาจากอากาศร้อนอบอ้าว เหงื่อหยดไหลย้อยอยู่ตามเนื้อตัวของผมที่ห่ออยู่ในผ้าห่มผืนบาง ผมเหลือบตาสำรวจความมืดทรงลูกบาศก์รอบๆตัวผม ผมจึงได้เห็นสาเหตุของตัวการที่เร่งขับเหงื่อออกมาจากร่างกายของผม พัดลมตั้งพื้นของผมนั่นเอง ใบพัดของมันหยุดทำงานแน่นิ่ง ผมยังไม่สรุปเหตุการณ์อะไรแค่จากภาพพัดลมที่เห็น จึงมองหาปลั๊กพ่วงตัวจ่ายไฟฟ้าแก่พัดลมบริเวณพื้นใกล้ๆ สวิตช์ไฟที่ควรจะส่องสว่างสีแดง ไม่ส่องแสงตามที่ควรจะเป็น จึงได้ข้อสรุปว่า ห้องของผมไฟดับ

   ความรู้สึกน่าจะใกล้เคียงกับการลอยตัวอยู่ในห้วงอวกาศ ผมพยายามปรับสายตาให้คุ้นชินกับความมืดรอบๆตัว พอจะเห็นรูปทรงของสิ่งต่างๆรอบตัวได้จากแสงนวลๆสีน้ำเงิน ผมยังอยู่ในห้องของตัวเอง ไม่มีอะไรต้องห่วงนัก บนพื้นห้องของผมไม่ได้วางกาวดักหนูหรือติดตั้งบ่อเลี้ยงจระเข้ไว้ ผมเดินไปหาแหล่งที่มาของแสงเพียงแหล่งเดียวคือ แสงนวลๆสีฟ้าที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างข้างประตูระเบียงห้อง มองออกไปในความมืดสีน้ำเงินเข้มนอกระเบียง ผมจึงเพิ่งรู้สึกตัวได้ว่า นอกจากแสงที่ผมเห็นแล้ว ผมยังได้ยินเสียงของฟ้าฝนที่ตกลงมา เสียงหยดน้ำที่กระทบทุกสิ่งทุกอย่างที่เอื้อมมือไปถึง เหมือนคนโลภเปิดเจอขุมทรัพย์โจรสลัด ผมหาเหตุผลไม่ได้ว่าเหตุใดหูของผมเริ่มทำงานช้ากว่าประสาทตาของผม บางทีการมองเห็นเส้นฝนสีขาวๆละเอียดตัดกับพื้นหลังสีน้ำเงินเข้ม อาจจะเป็นตัวปลุกผมจากการหลับใหลมากกว่าที่จะเป็นความฝันประหลาดนั่น

   ผมเปิดประตูระเบียง เดินออกมายืนมองสำรวจสิ่งแวดล้อมนอกระเบียงห้องของผม ไฟหอพักของผมดับทั้งตึก ถ้าหากตัดเสียงฝนตกออกไป ผมคงจะคิดว่าตัวเองหูหนวก ผมไม่ได้ยินเสียงอื่นใดเลยนอกจากเสียงกระทบกันระหว่างเม็ดฝนกับพื้นผิวสิ่งของต่างๆ ไร้วี่แววการมีอยู่ของผู้คน บางทีผมอาจจะกำลังอยู่ในตึกที่ไหนสักแห่งที่ถูกตกแต่งให้เหมือนกับตึกหอพักของผมก็เป็นได้ และเหตุใดสมองของผมจึงฉายฉากสุดท้ายของหนังเรื่อง ทรูแมน โชว์ 
   ไฟของหอพักที่ตั้งตระหง่านอยู่ฝั่งตรงข้าม ตึกคู่แฝดกับตึกหอพักของผมก็ดับเช่นกัน ผมมองหาดวงจันทร์ไม่เจอ แต่ผมก็แน่ใจว่าแสงสีน้ำเงินเข้มที่ก่อรูปร่างของสิ่งต่างๆรอบตึกหอพัก มาจากแสงสะท้อนของดวงจันทร์ ถ้าไม่เช่นนั้น ก็คงมีใครนึกพิเรนทร์ฉายไฟสปอตไลท์สีน้ำเงินไปทั่วท้องฟ้าในยามนี้

   ผมเข้าไปในห้อง แล้วออกมาที่ระเบียงพร้อมเก้าอี้สนามเล็กๆและบุหรี่พร้อมไลเตอร์ในมืออีกข้างหนึ่ง ผมนั่งลงบนเก้าอี้สนาม สายตาอยู่ระดับเดียวกับเสื้อผ้าที่ตากไว้นอกระเบียงห้อง เสื้อเอวลอยแขนยาวสีเหลือง กางเกงยีนส์ขาสั้น และกางเกงในพิมพ์ลายลูกไม้สีขาวที่ขาดไร้คู่หู บราที่มีสีและลายเดียวกันที่ลอยหายไปไหนแล้วผมก็ไม่ทราบได้ ประจำอยู่บนลวดที่ขึงไว้ ไม่ว่าอากาศฟ้าฝนจะเป็นเช่นไร เสื้อ กางเกงยีนส์และชุดชั้นใน สามชิ้นนี้จะแห้งดีแล้วหรือไม่ ผมก็ไม่เคยนึกจะเก็บมันกลับเข้าไปในห้องเลย ผมไม่มีงานอดิเรกจำพวกแต่งตัวเป็นผู้หญิง แต่ถ้าจะให้ผมตอบในแบบของผมก็คง... มีใครบางคนเจตนาหรือไม่ ผมไม่ทราบได้ ทิ้งไว้ให้ดูเป็นของต่างหน้า และผมก็ไม่เหลือเรี่ยวแรงมากพอที่จะเอื้อมมือไปแตะต้องหรือทำอะไรสักอย่างกับผ้าเนื้อกรอบที่ผ่านมาแล้วทุกสภาพอากาศเบื้องหน้าตน 

   จะอย่างไรก็แล้วแต่ ของสามชิ้นนี้ได้กลายเป็นของตกแต่งระเบียงห้องผมไปโดยปริยาย

   ยิ่งเวลาผันผ่านไปมากเท่าไหร่ ความทรงจำที่แผ่ออกมาจากของสามชิ้นตรงหน้านี้ก็ยิ่งลบเลือนไปมากเท่านั้น ผมไม่รู้จะทำยังไงกับความทรงจำและสิ่งของพวกนี้ จึงได้แต่วางมันทิ้งไว้ ไม่ว่าจะร้ายหรือดี สำคัญหรือไม่สำคัญ มันก็กลายเป็นส่วนประกอบหนึ่งของถนนที่พาผมมานั่งอยู่บนเก้าอี้สนามเล็กๆ เหม่อมองดูท้องฟ้ามืดๆ พลางพ่นควันบุหรี่หวังจะให้ลอยย้อนขึ้นไปสู้กับฝนที่ตกมาจากท้องฟ้า ผมรู้ตัวดีว่าลมเบาๆที่พ่นออกมาไม่สามารถสู้กับแรงมหาศาลของธรรมชาติได้

   อย่างน้อยผมก็หวังว่าลมอุ่นๆนี้ จะเพียงพอที่จะเป่าไฟบนเทียนที่ปักอยู่บนเค้กฉลองครบรอบสิบวันให้ดับลงได้ ฝนยังคงตกต่อไป ไม่มีท่าทีว่าจะรับรู้งานครบรอบที่ผมผู้เป็นเจ้าภาพงาน เพิ่งจะสั่งลูกน้องให้ปิดไฟทั้งหมด เพื่อจะได้เห็นลูกไฟบนยอดเทียนวันเกิดทั้งสิบเล่มอย่างชัดๆ เดินถือถาดเค้กออกมาอย่างช้าๆ มือป้องลมไม่ให้ไฟดับ วางเค้กพร้อมถาดรองลงบนโต๊ะไม้อัดซ่อมซ่ออย่างพิถีพิถัน สุดยอดเค้กวันเกิด
 
   ห่ะ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่


☂ 
SHARE
Written in this book
ฝนตก สวนหย่อม และเพื่อนไม่สนิท
คำนำ ผมโตขึ้น บทเพลงชีวิตยังบรรเลงต่อไป ไม่รู้ว่าจะไปสิ้นสุดลงที่ท่อนใด รู้แค่ว่าผมชอบวันฝนตก
Writer
coldscriptedline
Writer
And though I write them by the light of day, Please read them by the light of the moon

Comments