สกาพนัน (2)
หลังจากเมื่อวานนี้ ผมได้หยุดเล่าในระหว่างเกมพนันสกาของยุธิษฐิระกับศกุนิเอาไว้ วันนี้ก็จะขอต่อในระหว่างการพนันจนไปถึงผลที่สุดของการพนัน ซึ่งกลายเป็นจุดแตกหักที่สำคัญมากๆในมหาภารตะเลยล่ะครับ

กลับมาที่เกมพนันสกา สถานการณ์บนกระดานพนันตอนนี้ยุธิษฐิระกำลังเสียเปรียบและแพ้พนันมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่าส่วนสำคัญก็คือการที่ศกุนิใช้ trick กลโกงต่างๆในการพลิกแพลงเกมให้อยู่ภายใต้การควบคุมของตน ซึ่งจากการพ่ายแพ้และเสียพนัน ก็ยิ่งทำให้ยุธิษฐิระเกิดมานะและยิ่งวางเดิมพันมากขึ้นๆ ซึ่งเหล่าน้องๆรวมไปถึงผู้ใหญ่ในสภาก็คอยตักเตือนพี่ชายคนโตของตนให้ระงับมานะของตนเสีย แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว บัดนี้ ยุธิษฐิระถูกผีพนันเข้าสิงอย่างเต็มตัวเสียแล้ว ซึ่งนั่นก็เข้าทางแผนของศกุนิเลยทีเดียว ด้านทุรโยธน์และพรรคพวกก็เริ่มแสดงอาการลิงโลดแบบออกนอกหน้ามากขึ้นทีละน้อย

ขณะนี้ ยุธิษฐิระสูญเสียทรัพย์สินไปมากมายจากการพนัน แต่ก็ด้วยทิฏฐิมานะของตน เขาก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตาเล่นพนันหวังจะได้คืนมาบ้าง จนถึงตาใหม่ เขาก็ได้ประกาศว่า “ข้าขอทรัพย์สินทั้งท้องพระคลังของอินทรปรัสถ์มาวางเป็นเดิมพัน!” สร้างความตกตะลึงให้กับน้องๆของเขาอย่างมาก แต่ก็สุดที่จะห้ามปรามแล้ว และผลออกมาก็คือ ยุธิษฐิระแพ้พนันนั่นเอง ศกุนิก็ใช้เกมจิตวิทยาพยายามไซโคให้ยุธิษฐิระเล่นต่อพร้อมวางเดิมพันให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งก็เป็นผล เพราะคราวนี้เขาวางเดิมพันเป็นกองทัพของอินทรปรัสถ์ทั้งหมดในเกมใหม่ และก็คงทราบว่ามันจะลงเอยอย่างไรนะครับ...

เมื่อต้องเสียกองทัพของตนไปแล้ว เหล่าน้องๆก็ต่างพยายามห้ามปรามไม่ให้ยุธิษฐิระเลยเถิดไปมากกว่านี้ แต่แล้วยุธิษฐิระก็ได้ประกาศก้องไปว่า...
“ในตานี้ ข้าขอเดิมพันด้วยนครอินทรปรัสถ์ของข้า!”
ศกุนิก็รีบตอบรับเดิมพันนี้อย่างรวดเร็ว ส่วนน้องๆนั้นก็ได้แต่อึ้งกับการตัดสินใจอันเลวร้ายนี้ แต่ก็ไม่อาจยับยั้งอะไรได้เลย เกมก็ดำเนินผ่านไป และผลก็คือ ยุธิษฐิระต้องสูญเสียนครอินทรปรัสถ์นั่นเอง ณ ขณะนั้น ทุรโยธน์ที่เก็บอาการดีใจที่ศัตรูของตนกำลังเดินทางสู่หายนะไม่อยู่และหัวเราะร่าออกมา พร้อมกับกล่าวว่า “บัดนี้ เจ้าได้สูญเสียอินทรปรัสถ์ให้กับข้าแล้ว! เจ้าที่สิ้นเนื้อประดาตัวแล้วยังจะมีอะไรมาวางเดิมพันอีกหรือ?”

“มี!” ยุธิษฐิระกล่าวตอบทันที “ข้าขอวางเดิมพันด้วยน้องๆทั้ง 4 ของข้า!” น้องๆทุกคนก็ยิ่งอึ้งหนักกว่าเดิม เพราะไม่คิดว่าพี่ชายที่เคารพรักของตนจะกระทำเช่นนี้ ด้านทุรโยธน์ก็ยิ่งรู้สึกดีใจมากขึ้นกว่าเดิมอีก ซึ่งเกมพนันนี้ก็ลงเอยด้วยความพ่ายแพ้เช่นเดิม ทุรโยธน์ก็กล่าวว่า “บัดนี้ น้องๆของเจ้าตกเป็นทาสของข้าแล้ว! เหลือเพียงตัวเจ้าเท่านั้น!” ซึ่งแน่นอนว่ายุธิษฐิระก็ยอมเอาตัวเองวางเดิมพัน และก็ลงเอยเช่นเดิมครับ ทุรโยธน์นั้นก็ระเบิดหัวเราะออกมาดังกึกก้องทั่วทั้งสภา “ในที่สุด พวกเจ้าทุกคนก็กลายเป็นทาสของข้า! ข้าไม่เคยนึกคิดเลยว่าวันนี้จะมาถึงจริงๆ เอาล่ะ จงถอดมงกุฎและเครื่องประดับของพวกเจ้าออกเสีย สิ่งเหล่านั้นไม่คู่ควรกับทาสอย่างพวกเจ้า!”

แม้ว่าจะเจ็บใจแค่ไหน แต่เหล่าพี่น้องต้องยอมถอดมงกุฎ เครื่องประดับต่างๆออกจนหมดสิ้น เหลือแต่เพียงตัวเปล่าๆและผ้านุ่งเท่านั้น ทุรโยธน์ก็เดินรอบๆตัวเหล่าพี่น้องปาณฑปอย่างช้าๆ และมองพวกเขาด้วยสายตาหยามเหยียด อยู่ดีๆเขาก็พูดออกมาว่า...
“จริงสิ ยังเหลือเทราปตีอีกคนนึงสินะ จงนำนางมาวางเดิมพันเสีย! นี่คือคำสั่งของนายเหนือหัวของเจ้า!”
คำพูดเหล่านี้สร้างความเจ็บใจให้กับพี่น้องปาณฑปเป็นเท่าทวีคูณ โดยเฉพาะภีมะ เขาแทบอยากจะลุกไปฆ่าทุรโยธน์ใจจะขาด แต่ยุธิษฐิระสั่งห้ามไว้ ภีมะจึงได้แต่นั่งกล้ำกลืนดูการพนันที่มีเทราปตีเป็นเดิมพันอยู่อย่างนั้น ซึ่งผลก็ออกมาอย่างที่หลายๆคนพอจะคาดเดาได้

เมื่อทุรโยธน์รู้ผลการพนัน ก็ยิ่งแผดเสียงหัวเราะดังลั่นสภามากกว่าเดิม เขาได้กล่าวเย้ยหยันเหล่าพี่น้องปาณฑปซึ่งบัดนี้ได้กลายเป็นทาสของทุรโยธน์ไปแล้ว รวมถึงการเย้ยหยันจากทุหศาสันและกรรณะ โดยเฉพาะกับกรรณะนั้นถึงกับกล่าวว่า “เมื่อก่อนพวกเจ้าเคยดูถูกข้าว่าเป็นบุตรวรรณะศูทรสินะ มาบัดนี้พวกเจ้าผู้เป็นวรรณะกษัตริย์กลับมีสถานะต่ำกว่าคนวรรณะศูทรอย่างข้าเสียอีก!” แล้วก็หัวเราะออกมา ในขณะที่เหล่าพี่น้องเการพกำลังหัวเราะอย่างมีความสุขอยู่นั้น ตรงกันข้ามกับผู้อาวุโสหลายๆคน เช่น ธฤตราษฎร์ ภีษมะ โทรณาจารย์ กฤปาจารย์ วิฑูร ที่ทำได้แต่นั่งก้มหน้านิ่งเงียบ ไม่มีการปริปากใดๆจากพวกเขาเลย

หลังจากที่ได้เย้ยหยันกันจนหนำใจได้สักพัก ทุรโยธน์ก็พูดถึงอีกคนนึงที่ยังไม่ได้อยู่ที่สภาว่า “ว่าแต่ นางทาสีเทราปตีอยู่ที่ไหนล่ะ?” เหล่าปาณฑปทั้งห้าผู้เป็นสามีต่างฉุนกึกขึ้นมาทันที แต่ก็ได้แต่นั่งนิ่งๆ เมื่อได้รับคำตอบว่าเทราปตีอยู่ที่ตำหนักฝ่ายใน ทุรโยธน์จึงสั่งให้ลูกน้องของเขาไปเชิญตัวเทราปตีออกมา โดยบอกว่า บัดนี้เทราปตีกลายเป็นนางทาสีของทุรโยธน์แล้ว ลูกน้องของทุรโยธน์ก็รับคำสั่งแล้วไปหาเทราปตีเพื่อส่งสาสน์ดังกล่าว แต่สุดท้ายก็ถูกเทราปตีด่าเช็ดจนต้องถอนตัวกลัวกลับมา โดยเทราปตีให้เหตุผลว่า ยุธิษฐิระได้เสียอิสรภาพของตัวเองก่อนที่จะเอานางมาเป็นเดิมพัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

เมื่อลูกน้องของทุรโยธน์กลับมาพร้อมหูที่ชาอย่างหนัก จึงรายงานในทุกคำที่เทราปตีฝาก(ด่า)มา ทำให้ทุรโยธน์ไม่พอใจอย่างยิ่ง ถึงกับสบถว่า “อีนางทาสีนางนี้มันกล้าดีอย่างไรถึงกล่าวคำเช่นนั้นออกมา!” ว่าแล้วก็เรียกตัวน้องชายคนสนิทอย่างทุหศาสันมาหา พร้อมกับบอกว่า “จงพาอีนางทาสีเทราปตีมาหาข้าให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม!” ทุหศาสันรับคำสั่งของพี่ชายสุดที่รักแล้วเร่งไปยังตำหนักที่เทราปตีพักอยู่อย่างไม่รอช้า เมื่อไปถึงก็ใช้คำผรุสวาทต่างๆนาๆกับเทราปตี โดยสรุปก็คือ ให้เทราปตีไปหาทุรโยธน์ผู้เป็นนายเหนือหัวคนใหม่เดี๋ยวนี้ เพราะบัดนี้เทราปตีกลายเป็นสมบัติของทุรโยธน์แล้ว

ด้านเทราปตีก็พยายามตอบกลับทุหศาสันด้วยเหตุและผลของเธอ แต่ทุหศาสันไม่สนใจ และยังยืนยันว่าเทราปตีต้องไปหาทุรโยธน์ให้ได้ เทราปตีเมื่อเห็นว่าการพูดคุยเริ่มไร้ประโยชน์ จึงเปลี่ยนเป็นการขอร้อง โดยบอกกับทุหศาสันว่า “ช่วงนี้ ข้ามีระดู (ก็คือประจำเดือน) ทำให้แต่งกายไม่เหมาะสม ขอข้าได้แต่งตัวก่อนเถิด” แต่ทุหศาสันซึ่งเริ่มหมดความอดทนเต็มที ก็ตวาดกลับไปว่า “ทาสีอย่างเจ้าไม่สมควรแต่งกายเยี่ยงสตรีผู้สูงศักดิ์! ในเมื่อชวนไปกันดีๆไม่ได้ ก็ต้องทำแบบนนี้!” ว่าแล้วทุหศาสันก็ตรงเข้าไปกระชากผมของเทราปตีและลากตัวออกมาจากตำหนักทันที แม้เทราปตีจะเจ็บปวดจากการถูกดึงผมและพยายามขอร้องเท่าไหร่ ก็ไม่เป็นผลเลย...

เอาล่ะครับ ตอนนี้กำลังช่วงที่สำคัญที่สุดในฉากการพนันสกาแล้วครับ แต่เรื่องราวหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรนั้น ผมคงต้องขอยกไปเล่าต่อในวันพรุงนี้ดีกว่า...
SHARE
Writer
BenzKaweewut
Storyteller
ไม่ถนัดเล่าเรื่องตัวเอง ถนัดเล่าเรื่องอื่นมากกว่า #เล่าไปเรื่อยวรรณคดีอินเดีย

Comments